<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เปิดหน้าต่างมองโลก</title>
	<atom:link href="https://www.wearecp.com/category/symposium/open-world/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.wearecp.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Jan 2026 06:25:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.9</generator>

<image>
	<url>https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-icon-new-wearecp-32x32.png</url>
	<title>เปิดหน้าต่างมองโลก</title>
	<link>https://www.wearecp.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เครือซีพีร่วมเวทีดาวอส สะท้อนความพร้อมเอกชนไทยในเศรษฐกิจโลกยุคเปลี่ยนผ่าน</title>
		<link>https://www.wearecp.com/wef-2026-01-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=wef-2026-01-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Jan 2026 04:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[รอบรั้วซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=134988</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีมไทยแลนด์บนเวทีดาวอส ปักหมุดไทยในแผนที่การลงทุนโลก ท่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/wef-2026-01-20/">เครือซีพีร่วมเวทีดาวอส สะท้อนความพร้อมเอกชนไทยในเศรษฐกิจโลกยุคเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-134980" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0.jpeg" alt="" width="800" height="534" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0.jpeg 800w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0-768x513.jpeg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0-24x16.jpeg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0-36x24.jpeg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0-48x32.jpeg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2026/01/responsive_large_SOw_Zki3jPlV0rbFhSjjt1fBEk0OWvw8Qpvzan9GxS0-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></h3>
<h3></h3>
<h4><strong>ทีมไทยแลนด์บนเวทีดาวอส ปักหมุดไทยในแผนที่การลงทุนโลก</strong></h4>
<p data-start="263" data-end="521">ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่เวทีเศรษฐกิจระดับโลกอีกครั้ง ผ่านการเข้าร่วมการประชุม <strong data-start="407" data-end="451">World Economic Forum Annual Meeting 2026</strong> ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ <strong data-start="500" data-end="521">19–23 </strong><strong>มกราคม 2569</strong></p>
<p data-start="523" data-end="850">การประชุมครั้งนี้ คณะผู้แทนไทยเข้าร่วมในนาม “ทีมไทยแลนด์” นำโดย <strong data-start="587" data-end="617">คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย <strong>คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ <strong>คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)</p>
<p data-start="852" data-end="1063">ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยชั้นนำก็ร่วมเดินทางอย่างพร้อมเพรียง อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย <strong data-start="4824" data-end="4863">ท่านประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ คุณบุญชัย โอภาสเอี่ยมลิขิต ประธานธุรกิจ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และอังกฤษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ </strong>, เอสซีจี, ปตท., ไทยเบฟเวอเรจ, บางจาก, ธนาคารกรุงเทพ, บิทคับ และ KBTG เพื่อร่วมประชุมและหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก</p>
<p data-start="852" data-end="1063">
<h4 data-start="1070" data-end="1110"><strong>ดาวอส: เวทีที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก</strong></h4>
<p data-start="1112" data-end="1455">สภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ถือเป็นหนึ่งในเวทีระดับโลกที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน เนื่องจากเป็นจุดนัดพบของผู้นำประเทศ องค์การระหว่างประเทศ นักคิดระดับโลก และซีอีโอบริษัทชั้นนำ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายสำคัญของโลก ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจ โครงสร้างอุตสาหกรรมอนาคต ไปจนถึงแนวโน้มการลงทุนระยะยาว</p>
<p data-start="1457" data-end="1660">สำหรับปี 2026 การประชุมจัดขึ้นภายใต้แนวคิด <strong data-start="1500" data-end="1526">“A Spirit of Dialogue”</strong> สะท้อนความพยายามสร้างพื้นที่ของการสนทนา ความร่วมมือ และการหาทางออกร่วมกัน ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงควบคู่กับโอกาสครั้งใหญ่</p>
<h3 data-start="1667" data-end="1691"></h3>
<h4 data-start="1667" data-end="1691"><strong>โอกาสของไทยบนเวทีโลก</strong></h4>
<p data-start="1693" data-end="1848">การเข้าร่วม WEF ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ แต่คือโอกาสสำคัญในการสื่อสาร “ภาพอนาคตของประเทศไทย” ต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรงในระดับโลก</p>
<p data-start="1850" data-end="1946">ทีมไทยแลนด์มีเป้าหมายในการนำเสนอนโยบาย ทิศทางเศรษฐกิจ และศักยภาพการลงทุนของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li data-start="1949" data-end="1977">การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน</li>
<li data-start="1980" data-end="2026">การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย</li>
<li data-start="2029" data-end="2054">การดึงดูดแรงงานทักษะสูง</li>
<li data-start="2057" data-end="2087">การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว</li>
<li data-start="2090" data-end="2144">การเดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายและอุปสรรคการลงทุน</li>
</ul>
<p data-start="2146" data-end="2451">ทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล พร้อมทั้งขยายเครือข่ายพันธมิตรทางเศรษฐกิจสู่โอกาสการลงทุนที่เป็นรูปธรรม และปูทางสู่บทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ <strong data-start="2378" data-end="2414">กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)</strong> และ <strong data-start="2419" data-end="2432">ธนาคารโลก</strong> ในเดือนตุลาคม 2569</p>
<h3 data-start="2458" data-end="2492"></h3>
<h4 data-start="2458" data-end="2492"><strong>เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่</strong></h4>
<p data-start="2494" data-end="2659">ภายในงาน WEF 2026 รองนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมเวทีสำคัญ อาทิ <strong>“New Pathways for ASEAN Growth and Productivity”</strong> และ <strong>“What’s Ahead for the Global Economy”</strong></p>
<p data-start="2661" data-end="2930">นอกจากนี้ ยังมีการหารือแบบ <strong data-start="2688" data-end="2702">One-on-One</strong> กับรัฐมนตรีเศรษฐกิจจากหลายประเทศ ผู้บริหาร IMF และธนาคารโลก รวมถึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล และเทคโนโลยี AI เพื่อขยายความร่วมมือและดึงดูดการลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก</p>
<p data-start="2932" data-end="3095">การปรากฏตัวของทีมไทยแลนด์บนเวทีดาวอสในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่คือการ “ปักหมุดประเทศไทย” บนแผนที่เศรษฐกิจโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลกยุคใหม่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/wef-2026-01-20/">เครือซีพีร่วมเวทีดาวอส สะท้อนความพร้อมเอกชนไทยในเศรษฐกิจโลกยุคเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทูตพาณิชย์จีน-ฮ่องกง ปูพรมกิจกรรม Soft Power ไทย ดันส่งออก</title>
		<link>https://www.wearecp.com/news-soft-power-2024-07-15/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-soft-power-2024-07-15</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jul 2024 14:02:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=114150</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-soft-power-2024-07-15/">ทูตพาณิชย์จีน-ฮ่องกง ปูพรมกิจกรรม Soft Power ไทย ดันส่งออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-114151" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits.jpg 1200w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-840x560.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-768x512.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/fruits-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มอบทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในจีนและฮ่องกง 8 แห่ง ขับเคลื่อน Soft Power ไทย ผ่านกลยุทธ์ 5 F ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เพื่อขยายโอกาสให้กับสินค้าและบริการของไทยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ที่ประจำอยู่ในจีนและฮ่องกง 8 แห่ง ดำเนินการส่งเสริม Soft Power ตามนโยบายรัฐบาล</p>
<p>โดยได้มอบหมายให้ปูพรมจัดกิจกรรมขับเคลื่อน Soft Power ของไทยผ่าน กลยุทธ์ 5 F ได้แก่ Food, Fruits, Fashion, Film และ Fairs ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เพื่อช่วยขับเคลื่อนการส่งออก และผลักดัน Soft Power ไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดจีนได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>สำหรับรายละเอียดการผลักดันในส่วนของสินค้าอาหารไทย (Food) และเครื่องหมาย Thai SELECT ได้มอบหมายให้จัดเทศกาลส่งเสริมอาหารไทยในฮ่องกง หนานหนิง เซี่ยเหมิน เซี่ยงไฮ้ ชิงเต่า และคุนหมิง เน้นการประชาสัมพันธ์สร้างกระแสนิยมอาหารไทยควบคู่เครื่องหมาย Thai SELECT การจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสำคัญในจีน</p>
<p>เช่น เทศกาลเบียร์ ณ เมืองชิงเต่า และเทศกาล Shanghai Summer ณ นครเซี่ยงไฮ้ โดยใช้สื่อทั้งช่องออนไลน์ ออฟไลน์ ตลอดจนการใช้ KOL จากแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยม อาทิ Little Redbook, Weibo, Dianping มารีวิวร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ ThaiSELECT</p>
<p>รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าอาหารไทยร่วมกับห้าง ซูเปอร์มาร์เก็ต ผู้นำเข้า ในสินค้าเป้าหมาย อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องปรุงรส ใน 6 เมืองรอง ได้แก่ เมืองตงก่วน อู่ฮั่น หลิวโจว เซี่ยเหมิน นครซีอาน และในเขตปกครองตนเองหนิงเซียะหุย</p>
<p>สินค้าผลไม้ (Fruits) ที่ผ่านมา ได้เริ่มจัดกิจกรรมส่งเสริมผลไม้ไทย ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด Thai Fruits Golden Months โดยจัดไปแล้ว 4 เมืองหลัก ได้แก่ คุนหมิง ฉงชิ่ง เจียงซี และกวางโจว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคมีความชื่นชอบและนิยมผลไทย</p>
<p>โดยได้รับรายงานว่ามีมูลค่าการค้าในช่วงการจัดกิจกรรมทันที 40 ล้านบาท และในช่วงเดือน ก.ค. 2567 มีแผนเดินหน้ายกระดับและสร้างภาพลักษณ์ผลไม้ไทยต่อเนื่องที่เมืองจี่หนาน เมืองเวยไห่ และเมืองเยียนไถ ของมณฑลซานตง รวมทั้งนครเซี่ยงไฮ้ โดยสื่อสารจุดเด่นด้านรสชาติ คุณภาพ มาตรฐานความปลอดภัยและความหลากหลายด้านสายพันธุ์ของผลไม้ไทย</p>
<p>โดยจะร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ตเหอหม่า จัดงาน Thai Fruits Summer Festival ชู 5 ผลไม้ไทยชาวจีนชื่นชอบ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว ส้มโอ และลำไย และจะขยายความร่วมมือร่วมกับร้านอาหาร Thai SELECT ในนครเซี่ยงไฮ้ 11 แห่ง จัดทำเมนูพิเศษต้อนรับฤดูร้อน อาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่ม โดยใช้วัตถุดิบจากผลไม้ไทย อาทิ ลำไย ที่จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือลำไยที่กำลังออกสู่ตลาด</p>
<p>สินค้าแฟชั่น (Fashion) ได้นำแบรนด์นักออกแบบแฟชั่นไทยเข้าร่วม Shanghai Fashion Week 2024 เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และมีแผนการส่งเสริมสินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับในตลาดจีน โดยเตรียมประชาสัมพันธ์งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 70 ในเดือน ก.ย. 2567 ที่จะถึง ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์งานที่นครเฉิงตู</p>
<p>รวมทั้งจัดกิจกรรม Gala night เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์แฟชั่นและเครื่องประดับไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ ช่วงเดือน ส.ค. 2567 รวมทั้งการจัด Thailand Pavilion และ Thai Fashion Show ในงาน CENTRESTAGE ที่ฮ่องกงระหว่างวันที่ 4-7 ก.ย. 2567</p>
<p>ภาพยนตร์ (Film) ได้เข้าร่วมงาน Hongkong International Film Festival เมื่อเดือน มี.ค. 2567 และมีการจับคู่ธุรกิจทั้งที่ฮ่องกงและนครเซี่ยงไฮ้ภายในงาน Shanghai International Film Festival ไปแล้ว โดยได้รับรายงานว่าภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ได้เข้าฉายที่ฮ่องกงแล้ว และได้รับผลตอบรับอย่างดี</p>
<p>โดยมีรอบฉายในช่วง มิ.ย.-ก.ค. 2567 กว่า 30 รอบต่อวัน ปัจจุบัน สคต.เซี่ยงไฮ้ อยู่ระหว่างการติดต่อผู้นำเข้าภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ที่มีกำหนดเปิดตัวในจีนช่วงเดือน ก.ย.นี้ เพื่อส่งเสริมให้กระแสนิยมภาพยนตร์ไทยในจีนต่อไป</p>
<p>งานแสดงสินค้า (Fairs) ในไตรมาส 4 ของปีนี้ กรมได้ดำเนินการคัดเลือกและจะนำผู้ประกอบการไทยไปเจรจาการค้าในประเทศจีน 4 ครั้ง ได้แก่ งานแสดงสินค้า The 30th China Lanzhou Investment and Trade Fair ระหว่างวันที่ 6-10 ก.ค. 2567 ณ นครหลานโจว มณฑลกานซู, งาน Thai Brands Kunming 2024 ระหว่างวันที่ 23-28 ก.ค. 2567 ณ นครคุนหมิง, งาน China-ASEAN Expo (CAEXPO) 2024 ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ย. 2567 ณ นครหนานหนิง, งาน China International Import Expo (CIIE) ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 5-10 พ.ย. 2567 ณ นครเซี่ยงไฮ้</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์สินค้าไทยในคูหา Topthai X JD.com ในงาน The 4th China (Xiamen) International Cross-Border E-Commerce Expo (ICEIE) ระหว่างวันที่ 26-28 มิ.ย. 2567 ณ เมืองเซี่ยเหมิน เพื่อเป็นช่องทางให้ชาวจีนได้รู้จักช่องทางการซื้อสินค้าไทยผ่านร้าน TOPTHAI บน JD.com และเว็บไซต์ Thaitradechina.com ในวงกว้าง และมีแผนร่วมกับห้างที่มีชื่อเสียงในจีนจัดแฟร์เทศกาลสินค้าไทย</p>
<p>โดยร่วมกับห้างอิออน 2 สาขาในเมืองชิงเต่าในช่วงปลายเดือน ก.ค. ซึ่งถือเป็นช่วง Peak Season ของการช็อปปิงในช่วงกลางปี รวมทั้งจัดเทศกาลจำหน่ายสินค้าไทยช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2567 ผ่านห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความนิยมรวมกว่า 67 สาขาในฮ่องกงและมาเก๊า</p>
<p>ที่มา ประชาชาติธุรกิจ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-soft-power-2024-07-15/">ทูตพาณิชย์จีน-ฮ่องกง ปูพรมกิจกรรม Soft Power ไทย ดันส่งออก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออมเงินเล็กน้อยก็มีค่า! งานวิจัยเผย คนมีรายได้น้อยก็มีความสุขได้ถ้ามีเงินเก็บ ช่วยเพิ่มความสุขและความหวังในอนาคต แถมนอนหลับดีขึ้นด้วย</title>
		<link>https://www.wearecp.com/research-say-saving-money-promotes-joy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=research-say-saving-money-promotes-joy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Jul 2024 13:13:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=114091</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัย Bristol เผยว่า การ ออมเงิน เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/research-say-saving-money-promotes-joy/">ออมเงินเล็กน้อยก็มีค่า! งานวิจัยเผย คนมีรายได้น้อยก็มีความสุขได้ถ้ามีเงินเก็บ ช่วยเพิ่มความสุขและความหวังในอนาคต แถมนอนหลับดีขึ้นด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="entry-content">
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-114092" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1709" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-840x561.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-1600x1068.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-768x513.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-1536x1025.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-2048x1367.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/man-sleeping-bed-morning-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัย Bristol เผยว่า การ ออมเงิน เป็นประจำแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยให้นอนหลับดีขึ้น และยังช่วยลดความกังวล เพิ่มความรู้สึกมั่นคงทางการเงิน และมีความหวังต่ออนาคตมากขึ้น</p>
<p>งานวิจัยนี้พบว่า คนที่มีรายได้น้อยที่ออมเงินเป็นประจำจะมีความพึงพอใจในชีวิตใกล้เคียงกับคนที่มีรายได้สูงแต่ไม่ได้ออม ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การออมเงินเป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนประมาณ 6 ใน 10 คนที่มีนิสัยการออมเงิน</p>
<p>รายงานชี้ว่า การออมเงินเป็นประจำช่วยเพิ่มความพึงพอใจในชีวิต เพราะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงิน ลดโอกาสในการเป็นหนี้เสีย และทำให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดีขึ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความสุขในชีวิต เช่น การย้ายบ้านหรือการแต่งงาน ซึ่งช่วยเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ ในขณะที่การตกงานหรือการมีลูกอาจส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจมากกว่า</p>
<p>แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะลดลงอีกครั้งในอนาคต ซึ่งอาจทำให้ผลตอบแทนจากการออมลดลง</p>
<p>Andrew Gall หัวหน้าฝ่ายออมทรัพย์ของ Building Societies Association ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงานวิจัยนี้ กล่าวว่า “แม้ว่าเราเข้าใจว่าบางคนอาจไม่สามารถออมเงินได้ในตอนนี้ แต่ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า ทำไมทุกคนควรได้รับการส่งเสริมให้ออมเงินเล็กน้อยเมื่อทำได้”</p>
<p>รายงานยังแนะนำว่า ผู้ให้บริการทางการเงินควรทำให้บัญชีออมทรัพย์มีความเรียบง่าย ยืดหยุ่น และมีแรงจูงใจเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าออมเงิน</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจออมเงิน สามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์ต่างๆ เพื่อเลือกบัญชีที่เหมาะสมกับตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับธนาคารเดิมๆ เพราะบัญชีเก่ามักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่ธนาคารใหญ่ๆ โดยข้อเสนอที่ดีที่สุดจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล</p>
<p>ภาพ: Lysenko Andrii / Shutterstock</p>
<p>อ้างอิง:</p>
<ul>
<li aria-level="1"><a href="https://www.bbc.com/news/articles/cy08nnxr14po">https://www.bbc.com/news/articles/cy08nnxr14po</a></li>
<li aria-level="1"><a href="https://www.ndtv.com/feature/save-more-sleep-better-study-shows-financial-habits-boost-wellbeing-6081281">https://www.ndtv.com/feature/save-more-sleep-better-study-shows-financial-habits-boost-wellbeing-6081281</a></li>
</ul>
</div>
<div class="social-share-block">
<p>ที่มา THE STANDARD</p>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/research-say-saving-money-promotes-joy/">ออมเงินเล็กน้อยก็มีค่า! งานวิจัยเผย คนมีรายได้น้อยก็มีความสุขได้ถ้ามีเงินเก็บ ช่วยเพิ่มความสุขและความหวังในอนาคต แถมนอนหลับดีขึ้นด้วย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาล ตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาลอาเซียนภายในปี 70</title>
		<link>https://www.wearecp.com/asean-halal-hub-2024/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=asean-halal-hub-2024</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jul 2024 14:19:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113951</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรั [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/asean-halal-hub-2024/">รัฐบาล ตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาลอาเซียนภายในปี 70</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113952" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770.webp" alt="" width="1500" height="1000" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770.webp 1500w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-840x560.webp 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-768x512.webp 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-24x16.webp 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-36x24.webp 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-48x32.webp 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/economy_thailand_asean_halal_hub_gdp_food_SPACEBAR_Hero_99a5b29770-272x182.webp 272w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></h2>
<h2>นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอุตสาหกรรมฮาลาลแห่งชาติ (กอฮช.) ครั้งแรก โดยที่ประชุมได้เห็นชอบความคืบหน้าในการดำเนินงานและงบประมาณการจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย และ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ระยะ 4 ปี (2567-2570)</h2>
<p>ซึ่งมีวิสัยทัศน์มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การเป็น ASEAN Halal Hub หรือศูนย์กลางฮาลาลของอาเซียน ภายในปี 2570 ตอบโจทย์นโยบาย IGNITE THAILAND ที่ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาหาร (Agriculture &amp; Food Hub) โดยแผนปฏิบัติการฉบับนี้มีเป้าหมายที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 1.2% คิดเป็นมูลค่า 55,000 ล้านบาท และสร้างงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 100,000 ตำแหน่งต่อปี รวมถึงเห็นชอบผลักดันการจัดตั้งไทยแลนด์ ฮาลาล วัลเลย์ (Thailand Halal Valley) เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศ</p>
<p>นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์อุตสาหกรรมฮาลาล จากข้อมูลของ Adroit Market Research ระบุว่า ในปี 2563 ตลาดฮาลาลโลก มีมูลค่า 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะสูงถึง 11.2 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2571 เนื่องจากประชากรมุสลิมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดฮาลาลเกิดการขยายตัว ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น modest fashion (แฟชั่นที่ปกปิดมิดชิดตามหลักศาสนาอิสลาม) การท่องเที่ยวเครื่องสำอาง การสื่อสารและสันทนาการ เป็นต้น โดยมูลค่าของตลาดการค้าอาหารฮาลาลโลกในปี 2567 อยู่ที่ 2.60 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5.28 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้น 12.5% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรมุสลิมโลกและการขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศมุสลิม นับเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเข้าไปมีส่วนร่วม</p>
<p>การพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยตามนโยบายรัฐบาลจะช่วยสร้างการรับรู้และการยอมรับผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทย เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวและบริการ ตลอดจนธุรกิจ MICE รวมทั้งยังเป็นการขับเคลื่อน Soft Power ของไทย ลดข้อจำกัด แก้ไขระเบียบ และบูรณาการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมฮาลาล โดยได้มีการมอบหมายให้นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย รับผิดชอบภารกิจการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหา การเจรจาเพื่อลดอุปสรรคจากกฎระเบียบและมาตรการทางการค้ากับประเทศคู่ค้า เพื่อให้เข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพทั้งตลาดเดิมและตลาดใหม่ ๆ</p>
<p>ด้าน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะนำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ เสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยแผนปฏิบัติการฯ ได้กำหนดผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลเป้าหมาย (ระยะแรก) ไว้ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารฮาลาล เช่น เนื้อสัตว์ อาหารแปรรูป อาหารทะเล อาหารพร้อมรับประทาน อาหารฮาลาลโดยธรรมชาติ และอาหารมุสลิมรุ่นใหม่ 2.แฟชั่นฮาลาล ประกอบด้วย สิ่งทอ อัญมณี เครื่องหนัง 3.ยา สมุนไพร เครื่องสำอางฮาลาล 4.โกโก้และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง 5.บริการและการท่องเที่ยวฮาลาล</p>
<p>ทั้งนี้ ภายใต้ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ปี 2567-2570 ได้วางกรอบใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,230 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 มาตรการ คือ 1.การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตฮาลาลไทย 2.การพัฒนาการผลิตได้มาตรฐานอุตสาหกรรมฮาลาลไทย 3.การยกระดับปัจจัยแวดล้อมอุตสาหกรรมฮาลาลไทย โดยมีโครงการที่เป็น Quick Win (พ.ศ.2567-2568) ใช้งบประมาณ 95 ล้านบาท ในการดำเนินงาน ได้แก่ สร้างการรับรู้ศักยภาพสินค้าและบริการอาหารฮาลาลไทย การขยายตลาดสินค้าและบริการอาหารฮาลาลไทยในประเทศและต่างประเทศ การจัดตั้งศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทย และการจัดทำระบบ Halal IU ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลรายงานเชิงลึกและวิเคราะห์ตลาด เป็นต้น</p>
<p>สำหรับศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาลไทยจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายและแผนพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย สร้างกลไกสนับสนุน Ecosystem ของอุตสาหกรรมฮาลาลไทย เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับมาตรฐานสินค้าฮาลาลและมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมการค้าผ่านการขยายตลาดการค้าสินค้าและบริการฮาลาล ทั้งในและระหว่างประเทศ รวมถึงทำหน้าที่เป็น National Focal Point ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทยจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและทั่วถึง</p>
<p>ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/asean-halal-hub-2024/">รัฐบาล ตั้งเป้าดันไทยเป็นศูนย์กลางฮาลาลอาเซียนภายในปี 70</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจ๊งระนาว บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 10 ปี ขาดแรงงาน ต้านเงินเฟ้อไม่ไหว</title>
		<link>https://www.wearecp.com/japan-bankruptcy-highest-level-10-years/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=japan-bankruptcy-highest-level-10-years</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 14:16:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113904</guid>

					<description><![CDATA[<p>สื่อท้องถิ่นอย่าง Japan Today เผยข้อมูลจาก Tokyo Shoko  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/japan-bankruptcy-highest-level-10-years/">เจ๊งระนาว บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 10 ปี ขาดแรงงาน ต้านเงินเฟ้อไม่ไหว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-113906" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1709" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-840x561.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-1600x1068.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-768x513.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-1536x1025.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-2048x1367.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/tokyo-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>สื่อท้องถิ่นอย่าง Japan Today เผยข้อมูลจาก Tokyo Shoko Research บริษัทวิเคราะห์ด้านสินเชื่อ ระบุว่าแค่ 6 เดือนแรกของปี 2024 มีบริษัทที่ล้มละลาย 4,931 แห่ง พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี พร้อมหนี้สินมูลค่าอย่างน้อย 10 ล้านเยน หรือประมาณ 2.3 ล้านบาท</p>
<p>สาเหตุของที่บริษัทมากมายไปต่อไม่ไหวนั้น คาดว่ามีอยู่ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัญหาขาดแคลนแรงงานและภาวะเงินเฟ้อ โดยเจ้าหน้าที่ของ Tokyo Shoko Research เผยว่า จากนี้ไปจะมีธุรกิจอีกมากที่ไม่สามารถรับมือกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากค่าเงินเยนที่อ่อนลงต่อเนื่องได้ แม้ว่าหลายบริษัทจะโยนภาระต้นทุนที่สูงขึ้นให้ลูกค้าแล้วก็ตาม</p>
<p>ด้าน Teikoku Databank อีกหนึ่งบริษัทวิเคราะห์สินเชื่อองค์กรระบุว่า เมื่อจำแนกตามอุตสาหกรรมแล้ว ธุรกิจที่ล้มละลายมากที่สุด คือธุรกิจภาคบริการ ด้วยจำนวน 1,228 แห่ง รองลงมาคือธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจก่อสร้าง</p>
<p>นอกจากนั้นยังคาดว่าจำนวนบริษัทที่ล้มละลายอาจสูงเกิน 10,000 บริษัทภายในสิ้นปีนี้</p>
<p>อ้างอิง : <a href="https://japantoday.com/category/business/update1-japan-corporate-bankruptcies-hit-10-yr-high-amid-labor-shortage">Japan Today </a></p>
<p>ที่มา Techsauce</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/japan-bankruptcy-highest-level-10-years/">เจ๊งระนาว บริษัทญี่ปุ่นล้มละลายสูงสุดในรอบ 10 ปี ขาดแรงงาน ต้านเงินเฟ้อไม่ไหว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สภาดิจิทัลฯ” จับมือ “สกสว.” และ “บพข.” ลงนาม MOU เสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยงานวิจัย นวัตกรรม ดิจิทัล และ AI ผลักดันไทยสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลในเวทีโลก</title>
		<link>https://www.wearecp.com/news-and-activities-detail-532/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-and-activities-detail-532</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jul 2024 13:53:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113751</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (สภาดิจิท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-and-activities-detail-532/">“สภาดิจิทัลฯ” จับมือ “สกสว.” และ “บพข.” ลงนาม MOU เสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยงานวิจัย นวัตกรรม ดิจิทัล และ AI ผลักดันไทยสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลในเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113752" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-scaled.jpeg" alt="" width="2560" height="1741" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-scaled.jpeg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-840x571.jpeg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-1600x1088.jpeg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-768x522.jpeg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-1536x1045.jpeg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-2048x1393.jpeg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-24x16.jpeg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-36x24.jpeg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/1720183663_Z4A7747-min-48x33.jpeg 48w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>“สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (สภาดิจิทัลฯ)” โดย “ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ พร้อมด้วย “ดร.วีระ วีระกุล” รองประธานสภาดิจิทัลฯ ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ร่วมกับ “สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)” โดย “รศ.ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์” รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ “หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)” โดย “รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์” ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมี “ดร.วศิมน พาณิชพัฒนกุล” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ “นางสาวอรดา วงศ์อำไพวิทย์” ผู้ช่วยประธานและหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย สภาดิจิทัลฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารสุทธิ ถนนเพชรบุรี</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720181729_Z4A7665.JPG2.JPG" /></p>
<p>“ม.ร.ว. นงคราญ ชมพูนุท” ประธานสภาดิจิทัลฯ กล่าวว่า สภาดิจิทัลฯ ในฐานะองค์กรสำคัญที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาครัฐบาล และภาคประชาชน มีหน้าที่ในการผลักดันและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงร่วมมือกับ สกสว. และ บพข. ในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720181768_Z4A7674.JPG" /></p>
<p>“ดร.วีระ วีระกุล” รองประธานสภาดิจิทัลฯ กล่าวว่า สภาดิจิทัลฯ มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการดิจิทัลและประชาชนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล สภาดิจิทัลฯ จึงมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมกันผลักดันงานวิจัยสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ อันจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ เพิ่มความมั่นคงทางเทคโนโลยีดิจิทัล และส่งเสริมระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลภายในประเทศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183242240701A032.JPG2.JPG" /></p>
<p>“รศ.ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์” รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. มีพันธกิจในด้านการจัดทำนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยร่วมผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน โดยการจัดทำกรอบวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ตามแผนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 นอกจากนี้ยังสนับสนุนระบบและกลไกการนำผลงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมของประเทศ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะนำพาประเทศไทยบรรลุเป้าหมายมุ่งสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างสำเร็จ</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183027_Z4A7695.JPG" /></p>
<p>“รศ.ดร.ธงชัย สุวรรณสิชณน์” ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทย และการสนับสนุนทุนวิจัย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งนี้ บพข. จะร่วมมือกับสภาดิจิทัลฯ ในการกำหนดกรอบวิจัย งบประมาณวิจัย รวมทั้งการพัฒนากำลังคน ครอบคลุมด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อร่วมกันพัฒนาผลงานวิจัยแบบบูรณาการในการส่งเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแข่งขันด้านดิจิทัล ก่อให้เกิด Digital Transformation นำไปสู่การลงทุนและยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183291_Z4A7820.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183318_Z4A7786.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183378_Z4A7818.JPG" /></p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงานมีเสวนาในหัวข้อ “งานวิจัยไทยสู่เชิงพาณิชย์ Lesson Learning ที่ท้าทาย” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ “รศ.วิรุฬ ศรีบริรักษ์” รองคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย และ “นางผาณิต เผ่าพันธ์” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พอยท์ ไอที คอนซัลทิ่ง จำกัด พร้อมทั้ง “ผศ.ดร.วรรณรัช สันติอมรทัต” ประธานคณะอนุกรรมการแผนงานดิจิทัลแพลตฟอร์ม บพข. ผู้ดำเนินรายการ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้เพื่อต่อยอดงานวิจัยไทยให้เกิดมูลค่า สามารถนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและนำงานวิจัยไทยไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183406_Z4A7889.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183423_Z4A7914.JPG" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเวทีให้นักวิจัยชั้นนำจากมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน มาร่วมนำเสนอโครงการวิจัยและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่</p>
<p>1. โครงการระบบกรอบงานอัตโนมัติเพื่อการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์แบบสหพันธรัฐสำหรับรูปภาพ โดย ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ ม.มหิดล</p>
<p>2. โครงการการพัฒนาต่อยอด Smart Breath และ BreatheMAX เพื่อรองรับเทคโนโลยี Digital Twin สำหรับการบริการทางการแพทย์ โดย รศ.ดร.ณัฎฐา จินดาเพ็ชร์ ม.สงขลานครินทร์</p>
<p>3. โครงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิเคราะห์ทำนายการเคลื่อนไหวในชุดพยุงหลังและเสริมแรง โดย ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ สวทช.</p>
<p>4. AgentiveX: Large-Scale Multi-Agent Simulation โดย ดร.ถิรภาพ ฟักทอง จาก บริษัท Tetragram จำกัด</p>
<p>5. Smart Financial Infrastructure for Business โดย คุณอภิรักษ์ เชียงเจริญ จาก สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย</p>
<p>6. Smart management of birds to reduce crop damage and contribute to global food security  โดย Dr. Saurabh Katiyar จาก CP Research and Development</p>
<p>7. แพลตฟอร์มกลางระบบตรวจสอบย้อนกลับสมุนไพรไทย โดยคุณสุเมธ เตชาพิสุทธิ์</p>
<p>ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าของงานวิจัยไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล</p>
<p>การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัย นวัตกรรมดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ สู่เป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับภูมิภาคและระดับโลก</p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720181545_Z4A7738.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720181578_Z4A7717.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183545_Z4A7705.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183570_Z4A7662.JPG" /></p>
<p><img decoding="async" src="https://www.dct.or.th/upload/editor_file/1720183593_Z4A7635.JPG" /></p>
<p>ที่มา สภาดิจิทัล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-and-activities-detail-532/">“สภาดิจิทัลฯ” จับมือ “สกสว.” และ “บพข.” ลงนาม MOU เสริมแกร่งเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยงานวิจัย นวัตกรรม ดิจิทัล และ AI ผลักดันไทยสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัลในเวทีโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดสถิติ ผู้ใช้ 5G จะแตะ 5.6 พันล้านทั่วโลกภายใน 5 ปี จาก Ericsson Mobility Report</title>
		<link>https://www.wearecp.com/ericsson-mobility-report-june-2024-5g-empowering/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=ericsson-mobility-report-june-2024-5g-empowering</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jul 2024 14:37:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113698</guid>

					<description><![CDATA[<p>มีตัวเลขคาดการณ์การใช้งาน 5G ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/ericsson-mobility-report-june-2024-5g-empowering/">เปิดสถิติ ผู้ใช้ 5G จะแตะ 5.6 พันล้านทั่วโลกภายใน 5 ปี จาก Ericsson Mobility Report</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มีตัวเลขคาดการณ์การใช้งาน 5G ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งระบุอยู่ใน <a href="https://www.ericsson.com/en/reports-and-papers/mobility-report/reports/june-2024"><strong>Ericsson Mobility Report</strong></a><strong> </strong>ฉบับล่าสุด ว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 5.6 พันล้านราย โดยมีจำนวนประชากร 5G ทั่วโลกที่อยู่นอกประเทศจีนเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว จากเดิม 40% ในปี 2023 เป็น 80% ในปี 2029</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113699" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48.webp" alt="" width="1440" height="810" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48.webp 1440w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48-840x473.webp 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48-768x432.webp 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48-24x14.webp 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48-36x20.webp 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/emr-june-2024-cover-on-phone_graphic_1500x844-1776180aa2a2859c9833be090682e557c5ac48-48x27.webp 48w" sizes="(max-width: 1440px) 100vw, 1440px" /></p>
<p><span class="fr-img-caption fr-fic fr-dib"><span class="fr-img-wrap"><span class="fr-inner"><em>รายละเอียด รวมถึงการคาดการณ์อุตสาหกรรมมือถือล่าสุดของอีริคสัน ข้อมูลในระดับภูมิภาค และเคสการใช้งานลูกค้า รวบรวมไว้ในรายงาน Ericsson (NASDAQ: ERIC) Mobility Report ประจำเดือนมิถุนายน 2024 </em></span></span></span></p>
<h2>Ericsson Mobility ฉบับล่าสุด เผยอีก 5 ปี ผู้ใช้บริการ 5G จะสูงแตะ 5.6 พันล้านราย</h2>
<p>ทั่วโลกมีผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ทั้งหมดกว่า 300 ราย โดยมี 50 ราย ที่เปิดให้บริการ 5G Standalone (หรือ 5G SA) ซึ่ง 5G ยังคงเติบโตต่อเนื่องในทุกภูมิภาค</p>
<p><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1719625723_Template_5G.png" alt="5G" /></p>
<ul>
<li><strong>ปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือทั่วโลกจะเติบโตขึ้น 20% ต่อปี จนถึงปี 2029</strong></li>
<li><strong>ในอีก 5 ปี ยอดผู้สมัครใช้บริการ 5G ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มเป็น 5.6 พันล้านราย</strong></li>
<li><strong>ในปี 2029 ปริมาณการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นเป็น 42 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 17 กิกะไบต์ต่อเดือน ในปี 2023   </strong></li>
</ul>
<p>คาดว่าในปี 2029 จะมีผู้ใช้ 5G คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ช่วงสามเดือนแรกของปี 2024 มีผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นทั่วโลกถึง 160 ล้านราย ทำให้ในปี 2024 คาดว่าจะมีผู้ใช้ 5G มากกว่า 1.7 พันล้านราย และเป็นผู้ใช้รายใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 600 ล้านราย</p>
<ul>
<li><strong>ปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือเติบโตขึ้น 25% ต่อปีในช่วงมีนาคม 2023 ถึงมีนาคม 2024</strong> เป็นผลมาจากการสมัครใช้บริการมือถือในรุ่นถัดไปและบริการที่เน้นการใช้ดาต้า อาทิ วิดีโอ</li>
<li><strong>คาดว่าปริมาณการใช้ดาต้าบนมือถือจะเติบโตขึ้น 20% ต่อปี ไปจนถึงปี 2029</strong> และคาดว่าโทรศัพท์ที่รันบนเครือข่าย 5G จะเพิ่มเป็น 75% จากเดิมในปี 2023 ที่รันผ่านเครือข่าย 5G อยู่ราว 1 ใน 4 (25%) เท่านั้น</li>
<li><strong>ความครอบคลุมสัญญาณของ 5G Mid-Band นอกประเทศจีนจะเพิ่มเป็น 35%</strong> โดยอเมริกาเหนือและอินเดียมีการนำย่านความถี่นี้มาใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งครอบคลุมสัญญาณอยู่ในระดับ 85% และ 90% ตามลำดับ</li>
</ul>
<h2>5G จะกลายเป็นเครือข่ายบนมือถือที่ได้รับความนิยมสูงสุดก่อนสิ้นสุดช่วงคาดการณ์</h2>
<p><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1719625756_Template_2.png" alt="5G" /></p>
<p>แม้ว่าการครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 5G จะเติบโตขึ้น แต่ย่านความถี่ 5G Mid-Band ได้ถูกนำไปใช้งานเพียง 25% ของไซต์ทั้งหมดทั่วโลกนอกจีนแผ่นดินใหญ่ โดยคลื่นความถี่ 5G Mid-Band มอบความลงตัวระหว่างการครอบคลุมพื้นที่และความจุ ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ เมื่อ 5G ถูกใช้งานแพร่หลาย เต็มที่ คาดว่าผู้ให้บริการเครือข่ายหลายรายจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแพ็กเกจการเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน</p>
<p>ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย คาดว่าในช่วงสิ้นสุดของการคาดการณ์นี้จะมีจำนวนผู้สมัครใช้บริการ 5G สูงถึง 5.6 พันล้านราย โดยมีผู้ใช้ 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 61 ล้านราย ณ สิ้นปี 2023 ซึ่งผู้สมัครใช้บริการ 5G ในระดับภูมิภาคยังคงเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากที่ผู้ใช้ย้ายมาใช้เครือข่าย 5G โดยได้รับแรงหนุนจากอุปกรณ์ 5G ที่ราคาไม่แพง โปรโมชันการขายที่ดึงดูดใจ ส่วนลด และแพ็กเกจบันเดิลการใช้ดาต้าขนาดใหญ่จากผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งจากฐานผู้สมัครใช้บริการทั้งหมดมีสัดส่วนผู้สมัครใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นกว่า 20% ในตลาดต่าง ๆ เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ไทย และมาเลเซีย และคาดว่าในปี 2029 ผู้สมัครใช้บริการมือถือ 5G จะเพิ่มสูงถึง 43% ของยอดผู้สมัครใช้บริการมือถือทั้งหมดในภูมิภาค</p>
<p><em>“5G คือแพลตฟอร์มสำหรับนวัตกรรม และเรามุ่งมั่นทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐ องค์กรธุรกิจ รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบนิเวศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทย และทำให้ Digital Thailand เป็นจริง นอกจากนี้ เรายังนำความเชี่ยวชาญระดับโลกและความเป็นผู้นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนลูกค้าของเราในประเทศไทยและในพื้นที่อื่น ๆ ก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้าน 5G” </em><strong>มร. แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย </strong>กล่าว<strong> </strong></p>
<p><span class="fr-img-caption fr-fic fr-dib"><span class="fr-img-wrap"><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1719625771_Template_3.png" alt="5G" /><span class="fr-inner"><em>ยอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นเป็น 42 กิกะไบต์ต่อเดือน ในปี 2029 จาก 17 กิกะไบต์ต่อเดือน ในปี 2023 โดยอินเดียมียอดการใช้งานดาต้าในแต่ละเดือนต่อสมาร์ทโฟนสูงสุดที่ 29 GB</em></span></span></span></p>
<p>โดยรายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกเฉพาะจากอีริคสันและเครือข่ายพันธมิตร โดย Ericsson Mobility Report ถือเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำคัญของอุตสาหกรรมสำหรับเครือข่ายข้อมูล ประสิทธิภาพการให้บริการ สถิติ และการคาดการณ์ มานับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011</p>
<p><em>อ่านรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายน 2024 ได้ที่ </em><a href="https://www.ericsson.com/en/reports-and-papers/mobility-report/reports/june-2024"><em>ลิงก์</em></a></p>
<p>ที่มา Techsauce</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/ericsson-mobility-report-june-2024-5g-empowering/">เปิดสถิติ ผู้ใช้ 5G จะแตะ 5.6 พันล้านทั่วโลกภายใน 5 ปี จาก Ericsson Mobility Report</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ ต้อนรับ &#8216;DP World&#8217; หารือโอกาสลงทุน พร้อมผลักดัน &#8216;แลนด์บริดจ์&#8217;</title>
		<link>https://www.wearecp.com/thai-dp-world-land-bridge-03-07-2024/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=thai-dp-world-land-bridge-03-07-2024</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Jul 2024 10:33:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113651</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับสุลต่าน อะห์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thai-dp-world-land-bridge-03-07-2024/">นายกฯ ต้อนรับ &#8216;DP World&#8217; หารือโอกาสลงทุน พร้อมผลักดัน &#8216;แลนด์บริดจ์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113652" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC.webp" alt="" width="1400" height="934" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC.webp 1400w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-840x560.webp 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-768x512.webp 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-24x16.webp 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-36x24.webp 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-48x32.webp 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/07/TCZQzCbvGoUVhgXXjbvC-272x182.webp 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></p>
<p>นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับสุลต่าน อะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานกลุ่มบริษัทและผู้บริหารธุรกิจโลจิสติกส์และ Supply Chain ยักษ์ใหญ่ระดับโลก “DP World”เพื่อหารือเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในประเทศไทย และการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของภูมิภาค โดยระบุว่า</p>
<p>การต้อนรับ DP World ครั้งนี้ ได้พูดคุยเกี่ยวกับภาพรวมของเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนในโครงการต่างๆ ของประเทศไทยเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของภูมิภาคโดยอาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ที่เชื่อมทะเลทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะเป็นประตูให้กับการคมนาคมขนส่งและการค้าในระดับภูมิภาคและระดับโลก</p>
<p>นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการให้นักลงทุนจากทั่วโลกมีส่วนร่วมในการลงทุนในประเทศไทยเพื่อก้าวสู่ประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร พร้อมแสดงให้เห็นถึงทิศทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของประเทศไทยและการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ</p>
<div id="contents" class="main-content">
<div id="content" class="content-wrapper">
<div id="paragraph-1" class="content-detail"><picture><source srcset="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/07/8acRrwa131CW6FDBhbM2.webp?x-image-process=style/md-webp" type="image/webp" media="(max-width: 690px)" /><img decoding="async" loading="lazy" class="img-fluid w-100 showcaption-false" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/07/8acRrwa131CW6FDBhbM2.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="นายกฯ ต้อนรับ \'DP World\' หารือโอกาสลงทุน พร้อมผลักดัน \'แลนด์บริดจ์\'" width="1535" height="1024" /></picture>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้พบกับผู้บริหารและฝ่ายบริหารของ DP World อีกครั้งที่ประเทศไทย จากก่อนหน้านี้ที่พบกันในงาน World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากภารกิจในการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคอาเซียนที่กรุงเทพฯ แล้ว DP World ยังประกอบกิจการท่าเทียบเรือขนถ่ายตู้สินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบังในจังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นท่าเรือนานาชาติที่คับคั่งที่สุดในประเทศไทย</p>
<p>ด้านสุลต่าน อะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานกลุ่มบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DP World กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง และยินดีที่จะรับฟังข้อมูลโครงการต่างๆ ของประเทศไทย โดย DP World ยังมองหาโอกาสในการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง อย่างไรก็ตาม แรงเสียดทานทางเศรษฐกิจและอุปสรรคจาก Supply Chain ทำให้เกิดความท้าทายด้วยความเชี่ยวชาญในการบริหารท่าเรือและท่าเทียบเรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปจนถึงการขนส่ง โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีด้านการขนส่ง เรามั่นใจว่าจะทำให้การค้าราบรื่น</p>
<picture><source srcset="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/07/sbpTcHX0nmFYDfJzbNxa.webp?x-image-process=style/md-webp" type="image/webp" media="(max-width: 690px)" /><img decoding="async" loading="lazy" class="img-fluid w-100 showcaption-false" src="https://image.bangkokbiznews.com/uploads/images/contents/w1024/2024/07/sbpTcHX0nmFYDfJzbNxa.webp?x-image-process=style/lg-webp" alt="นายกฯ ต้อนรับ \'DP World\' หารือโอกาสลงทุน พร้อมผลักดัน \'แลนด์บริดจ์\'" width="1038" height="692" /></picture>สำหรับ DP World ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ในดูไบ มีพนักงาน 111,000 คนในกว่า 75 ประเทศ ทำหน้าที่สนับสนุนเจ้าของสินค้าตั้งแต่ท่าเรือและท่าเทียบเรือไปจนถึงบริการทางทะเลและโลจิสติกส์ มีขีดความสามารถในการบริหารตู้สินค้าได้ถึง 10% ของตู้สินค้าทั่วโลก ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก DP World มีพนักงานกว่า 7,000 คน และมีท่าเรือและท่าเทียบเรือ 19 แห่ง</p>
<p>รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่า จากการพูดคุยร่วมกับ DP World ยังได้นำเสนอถึงแนวทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย รวมถึงให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์เพื่อประกอบในการพิจารณาแนวทางการลงทุน โดยรัฐบาลยืนยันว่าทุกกระบวนการของโครงการแลนด์บริดจ์ จะเกิดขึ้นและแล้วเสร็จภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน</p>
<p>โดยสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC เพื่อขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ให้เป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะนำเสนอร่าง พ.ร.บ. SEC ไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในสัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. 2567 เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะผ่านการพิจารณาของสภาฯ ในเดือน เม.ย.2568</p>
<p>ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ</p>
</div>
</div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thai-dp-world-land-bridge-03-07-2024/">นายกฯ ต้อนรับ &#8216;DP World&#8217; หารือโอกาสลงทุน พร้อมผลักดัน &#8216;แลนด์บริดจ์&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SoftBank เบนเข็มทุ่ม Super AI ฉลาดกว่ามนุษย์ 10,000 เท่า โดยออกพันธบัตร 1.86 พันล้านดอลลาร์</title>
		<link>https://www.wearecp.com/softbank-super-ai-2024/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=softbank-super-ai-2024</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Jun 2024 14:00:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113445</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพประกอบ Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ SoftBan [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/softbank-super-ai-2024/">SoftBank เบนเข็มทุ่ม Super AI ฉลาดกว่ามนุษย์ 10,000 เท่า โดยออกพันธบัตร 1.86 พันล้านดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113446" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L.jpg" alt="" width="800" height="560" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L.jpg 800w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L-768x538.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L-24x17.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L-36x25.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/5c39d75d84b4cc123f8df080_800x0xcover_vCWMGh2L-48x34.jpg 48w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p style="text-align: center;"><em>ภาพประกอบ Masayoshi Son ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของ SoftBank</em></p>
<p>SoftBank ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีของโลก สัญชาติญี่ปุ่น ประกาศแผนงานออกพันธบัตรสกุลเงินยูโร และดอลลาร์ โดยจะออกเป็นพันธบัตรมูลค่าประมาณ 900 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็น 2 งวด และ 900 ล้านยูโร (962.8 ล้านดอลลาร์) แบ่งเป็น 2 งวดเช่นกัน มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5.4% ถึง 7% ต่อปี</p>
<p>การออกพันธบัตรดังกล่าวของ SoftBank นอกจากเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระหนี้แล้ว อีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปลงทุนใน Super AI ที่ Masayoshi Son ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SoftBank ได้พูดถึงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับแนวคิดที่เขาเรียกว่า AI ขั้นสูงหรือ ASI (Artificial Super Intelligence) เป็น AI ที่ฉลาดกว่ามนุษย์ที่เป็นอัจฉริยะถึง 10,000 เท่า ซึ่งเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปีนี้</p>
<p>การระดมทุนดังกล่าว เกิดขึ้นในขณะที่การขาดทุนทางการเงินโดยรวมของ SoftBank เริ่มลดลงเนื่องจากบริษัทประสบความสำเร็จบางอย่าง เช่น การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO &#8211; Initial Public Offering) ของบริษัท Arm ซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกแบบชิปรายใหญ่ของโลก หนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ SoftBank ลงทุน</p>
<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา ราคาหุ้นของ SoftBank เพิ่มขึ้นถึง 65% มาอยู่ที่ 255 ดอลลาร์ต่อหุ้น</p>
<p>ที่มา CNBC / Brand Age</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/softbank-super-ai-2024/">SoftBank เบนเข็มทุ่ม Super AI ฉลาดกว่ามนุษย์ 10,000 เท่า โดยออกพันธบัตร 1.86 พันล้านดอลลาร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สุดปัง! เปิด 10 ธุรกิจโกยรายได้สูงสุดปี 66</title>
		<link>https://www.wearecp.com/news-2024-06-27/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-2024-06-27</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 08:31:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113346</guid>

					<description><![CDATA[<p>นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-2024-06-27/">สุดปัง! เปิด 10 ธุรกิจโกยรายได้สูงสุดปี 66</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2></h2>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-113347" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1445" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-840x474.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-1600x903.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-768x434.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-1536x867.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-2048x1156.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-24x14.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-36x20.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/oil-rigs-sunset-created-with-generative-ai-technology-48x27.jpg 48w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<h2>นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการนำส่งงบการเงินประจำปี 2566 กรมฯ ได้นำข้อมูลผลประกอบการของนิติบุคคลมาวิเคราะห์ ในเชิงธุรกิจพบว่า รายได้ของนิติบุคคลทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 57.86 ล้านล้านบาท และมีผลกำไรกว่า 2.34 ล้านล้านบาท</h2>
<p>โดยกลุ่มภาคการผลิต สามารถทำรายได้สูงสุดจำนวน 23.72 ล้านล้านบาท คิดเป็น 41.00% ของรายได้ทั้งหมด เป็นผลกำไรจำนวน 1.10 ล้านล้านบาท คิดเป็น 47.03% ของกำไรสุทธิทั้งหมด</p>
<p>รองลงมา คือกลุ่มภาคขายส่ง/ปลีก ทำรายได้ 23.32 ล้านล้านบาท คิดเป็น 40.30% ของรายได้ทั้งหมด ทำกำไรอยู่ที่ 0.46 ล้านล้านบาท คิดเป็น 19.57% ของกำไรสุทธิทั้งหมด และกลุ่มภาคบริการ ทำรายได้จำนวน 10.82 ล้านล้านบาท คิดเป็น 18.70% ของรายได้ทั้งหมด เป็นผลกำไรจำนวน 0.78 ล้านล้านบาท คิดเป็น 33.40% ของกำไรสุทธิทั้งหมด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-113348" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-840x560.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-1600x1067.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-768x512.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-1536x1024.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-2048x1365.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/close-up-seller-s-hands-gloves-shows-exclusive-men-s-watch-from-new-collection-luxury-jewelry-store-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ กรมฯ ยังได้วิเคราะห์ต่อเนื่องลงลึกไปถึงรายธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ดังนี้</p>
<p>1) ธุรกิจผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโรงกลั่นปิโตรเลียม ทำรายได้ 3.84 ล้านล้านบาท</p>
<p>2) ธุรกิจขายส่งนาฬิกาและเครื่องประดับ ทำรายได้ 3.12 ล้านล้านบาท</p>
<p>3) ธุรกิจร้านขายปลีกเครื่องประดับ ทำรายได้ 2.39 ล้านล้านบาท</p>
<p>4) ธุรกิจผลิตรถยนต์ส่วนบุคคล ทำรายได้ 1.56 ล้านล้านบาท</p>
<p>5) ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับยานยนต์ ทำรายได้ 1.55 ล้านล้านบาท</p>
<p>6) ธุรกิจขายยานยนต์ใหม่ชนิดรถนั่งส่วนบุคคล ทำรายได้ 1.45 ล้านล้านบาท</p>
<p>7) ธนาคารพาณิชย์ ทำรายได้ 1.11 ล้านล้านบาท</p>
<p>8) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำรายได้ 1.07 ล้านล้านบาท</p>
<p>9) ธุรกิจขายปลีกเชื้อเพลิงยานยนต์ ในร้านเฉพาะสถานีบริการน้ำมัน ทำรายได้ 1.02 ล้านล้านบาท</p>
<p>10) ธุรกิจขายส่งเชื้อเพลิงเหลว ทำรายได้ 0.96 ล้านล้านบาท</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-113349" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-840x560.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-1600x1067.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-768x512.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-1536x1024.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-2048x1365.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/hand-gloves-takes-exclusive-rings-showcase-luxury-jewelry-store-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p>ธุรกิจทั้ง 10 อันดับดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดไซส์ L ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในธุรกิจแต่ละประเภท</p>
<p>ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/news-2024-06-27/">สุดปัง! เปิด 10 ธุรกิจโกยรายได้สูงสุดปี 66</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>LinkedIn เผย Gen AI จะเปลี่ยนทักษะการทำงานถึง 68% ภายใน 2030</title>
		<link>https://www.wearecp.com/linkedin-gen-ai-2024-06-26/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=linkedin-gen-ai-2024-06-26</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jun 2024 07:36:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113306</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงสองปีมานี้ เป็นยุคที่หลายองค์กรตื่นตัวกับเรื่อง G [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/linkedin-gen-ai-2024-06-26/">LinkedIn เผย Gen AI จะเปลี่ยนทักษะการทำงานถึง 68% ภายใน 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113307" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid.jpg" alt="" width="1400" height="933" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid.jpg 1400w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-840x560.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-768x512.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-24x16.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-36x24.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-48x32.jpg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/shutterstock_-coffee-badging-work-hybrid-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></p>
<p>ในช่วงสองปีมานี้ เป็นยุคที่หลายองค์กรตื่นตัวกับเรื่อง <strong>Gen AI</strong> สูงมาก แต่ <strong>LinkedIn</strong> ในฐานะแพลตฟอร์มด้านการทำงานได้ออกมาบอกว่า ความตื่นตัวเรื่อง <strong>Gen AI</strong> จะไม่จบแต่เพียงเท่านี้ แต่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับงานของมนุษย์ และส่งผลกระทบต่อทักษะที่จำเป็นในการก้าวสู่ความสำเร็จ</p>
<p>เฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก LinkedIn คาดการณ์ว่าทักษะที่ใช้ในการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปมากถึง 68% ภายในปี 2030 โดยเป็นผลพวงมาจาก <strong>AI / GenAI</strong> โดยผู้บริหารหรือนายจ้างในประเทศไทยต้องการให้พนักงานมีทั้งทักษะอย่างสมดุล ทั้งในด้านฮาร์ดสกิล (Hard Skill) และซอฟท์สกิล (Soft Skill) ซึ่งซอฟท์สกิลสำคัญที่ผู้บริหารต้องการ ได้แก่ การสื่อสาร (Communication) ทักษะการวิเคราะห์ (Analytical Skills) ภาวะผู้นำ (Leadership) และการแก้ปัญหา (Problem Solving)</p>
<h2>ทักษะ AI ติด Top5 ในโปรไฟล์คนทำงาน</h2>
<p>ข้อมูลของ LinkedIn ยังแสดงให้เห็นอีกว่า คนทำงานในประเทศไทยต่างรับรู้ถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงนี้ และกำลังเดินหน้าเสริมทักษะที่ผู้บริหารและนายจ้างให้ความสำคัญ โดยทักษะที่ผู้ใช้งาน LinkedIn ในประเทศไทย เพิ่มเติมลงในโปรไฟล์ของตนเองมากที่สุด ได้แก่</p>
<ul>
<li>การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking)</li>
<li>การบริหารความสัมพันธ์ผู้มีส่วนได้ส่วนสีย (Stakeholder Management)</li>
<li>การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)</li>
<li>การใช้งาน AI (Artificial Intelligence)</li>
<li>การวิเคราะห์ธุรกิจ (Business Analysis)</li>
</ul>
<p>อย่างไรก็ดี ในด้านทักษะ AI ของประเทศไทย นับว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่แนวโน้มความสนใจของผู้คนที่จะพัฒนาทักษะในด้านนี้กำลังเติบโตขึ้นอย่างทวีคูณ เห็นได้จากหลักสูตรของ LinkedIn Learning ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็นคอร์สทักษะด้าน <strong>Generative AI</strong></p>
<p>ทั้งนี้ LinkedIn พบว่า คนทำงานในประเทศไทยไม่เพียงมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองให้ตามทันเทรนด์ใหม่ แต่ยังพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานอีกด้วย และ 77% ของผู้ใช้ LinkedIn ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังมองหางานใหม่ในปีนี้ โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การมองหางานที่ค่าจ้างสูงขึ้น (41%) และความสมดุลของชีวิตการทำงาน (36%) เป็นเหตุผลหลักที่พนักงานนำมาพิจารณาในการเปลี่ยนงาน</p>
<p>ที่มา Brand Buffet</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/linkedin-gen-ai-2024-06-26/">LinkedIn เผย Gen AI จะเปลี่ยนทักษะการทำงานถึง 68% ภายใน 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI</title>
		<link>https://www.wearecp.com/thailand-ai-economy/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=thailand-ai-economy</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 10:14:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113250</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางคลื่นลมพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความท้าทาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thailand-ai-economy/">ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="content-detail">
<section id="content-detail"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113251" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="2042" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-scaled.jpg 2560w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-840x670.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-1600x1276.jpg 1600w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-768x613.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-1536x1225.jpg 1536w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-2048x1634.jpg 2048w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-24x19.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-36x29.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/standard-quality-control-concept-m-48x38.jpg 48w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p id="isPasted">ท่ามกลางคลื่นลมพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สร้างความท้าทายในทุกมิติ เทคโนโลยี AI ได้เข้ามาแฝงตัวอยู่ในทุกกลุ่มธุรกิจแล้ว บางคนอาจมองว่าเป็นภัยคุกคาม บางคนมองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกให้เติบโตยิ่งขึ้น</p>
<p>รายงานจาก&nbsp;<strong>PwC</strong>&nbsp;บอกว่า AI มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้ราว 45% ภายในปี 2030 โดยมาจากการใช้ AI พัฒนาสินค้าและบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค และยังช่วยยกระดับ GDP ของประเทศต่างๆ ได้เฉลี่ย 2.6% ซึ่งเป็นผลมาจากคุณภาพแรงงานและการพัฒนาสินค้า</p>
<p>หากโฟกัสที่ประเทศไทยในมุมเชิงเศรษฐกิจ ปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลดลงตั้งแต่ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งจนถึงยุคหลังโควิด เดิมทีช่วงก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 7.6% ในช่วงโควิด 3.2% และหลังโควิดเหลือเพียง 1.6%</p>
<p>จากตัวเลขดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า เวลานี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วงถดถอย หลายบริษัทจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ AI &nbsp;ก็เป็นหนึ่งในทางออกที่บริษัทเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน หรือหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ ทำให้ AI ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับประเทศหรือที่เรียกว่า&nbsp;<strong>AI Economy</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย AI</strong></p>
<h2>ทำไม AI เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ</h2>
<p>ในอดีตมีคนใช้งาน AI อยู่ไม่กี่กลุ่ม แต่ตอนนี้ AI อยู่ในมือของเราทุกคน ใช้งานง่ายขึ้น เข้าถึงผู้คนและข้อมูลมหาศาล โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีความปลอดภัย ที่ทำให้ผู้ใช้และผู้พัฒนาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันได้ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวกับข้อมูลทางการแพทย์ หรือข้อมูลด้านการเงินกับระบบการศึกษา สิ่งเหล่านี้ทำให้เทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็ว</p>
<p>มีรายงานจาก<strong>&nbsp;IMF&nbsp;</strong>เรื่อง AI Will Transform the Global Economy. Let’s Make Sure It Benefits Humanity. เผยว่า การมาของ AI จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานทั่วโลกกว่า 40% และเป็นการกระทบในลักษณะการทดแทนในบางหน้าที่ IMF จึงแนะนำว่าภาครัฐของแต่ละประเทศต้องสร้างนโยบายที่สมดุล เพื่อนำประโยชน์ของ AI มาใช้กับธุรกิจให้ได้มากที่สุด</p>
<h2>ประเทศไทยไม่ได้ขาดงาน แต่ขาด “คนที่มีทักษะ AI”</h2>
<p>ว่าไปแล้วปีนี้ถือเป็นปีที่เราได้ยินคำว่า AI บ่อยกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทั้งการมาถึงของ ChatGPT, Gemini และ Claude ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานและการใช้ชีวิตของใครหลายคน เช่นเดียวกับหลายแบรนด์ หลายองค์กรที่มองหาเครื่องมือในการบริหารจัดการ และแบ่งเบาการทำงานอย่างจริงจัง</p>
<p>นำมาสู่คำถามที่ว่า AI จะแย่งงานหรือไม่ แล้วต้องมีทักษะอะไรที่ทำให้เราอยู่รอดในโลกของ AI ได้</p>
<p>ในรายงานจาก PwC บอกว่า คนไทยยังขาดทักษะที่จะนำ AI มาใช้กับธุรกิจ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญอันดับแรกที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และ 36% ของซีอีโอไทยมีการนำ GenAI ไปใช้ในบริษัทของตนแล้ว ขณะที่ 24% ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทอันเนื่องมาจากการเข้ามาของ GenAI ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ยังสอดคล้องกับตัวเลขทั่วโลกที่ 32% และ 31% และเอเชียแปซิฟิกที่ 33% และ 28% ตามลำดับ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ AI จะเข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ในรายยังระบุอีกว่า CEO ไทยกว่า 58% ต้องการยกระดับทักษะพนักงานเพื่อให้รองรับการทำงานร่วมกับ AI เนื่องจากปัญหาของคนไทยในเวลานี้คือ ช่องว่างในการนำ GenAI มาใช้ทำให้หลายองค์กรขาดบุคลากรที่มีความพร้อมด้าน AI เพราะถึงแม้ผู้บริหารจะตระหนักดีว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่จำเป็น แต่ก็ยอมรับอีกเช่นกันว่ายังขาดพนักงานที่มีทักษะพร้อมใช้ AI</p>
<p>ดังนั้น ปัญหาของไทยคือ&nbsp;<em>เราไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคน</em>&nbsp;ซึ่งหมายถึงคนที่มีทักษะความรู้มากพอในการใช้ AI แน่นอนว่า AI มีความสามารถในการทำงานมากพอโดยไม่ต้องสงสัย แต่หากอยากใช้ให้มีประสิทธิภาพ ต้องได้รับคำสั่งจากผู้ใช้งานที่มีทักษะ การที่คนมีทักษะจับมือกับ AI จะให้ผลลัพธ์การทำงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีก</p>
<p>นอกจาก AI จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาการทำงานแล้ว ยังช่วยปลดล็อก&nbsp;<strong>“เวลา”&nbsp;</strong>ในการทำงาน เช่น แทนที่พนักงานต้องแยกเอกสารทั้งวัน ก็อาจลดเวลาไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจแน่นอน เพราะเมื่อคนทำงานได้มากขึ้น เร็วขึ้น ธุรกิจก็มีการเติบโตที่สูงขึ้น และเศรษฐกิจก็โตตามไปด้วย</p>
<p>ข้อมูลข้างต้นสอดคล้องกันรายงาน&nbsp;<strong>Work Trend Index 2024</strong>&nbsp;ที่จัดทำโดย ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และ LinkedIn โดยบอกว่า 91% ของผู้บริหารในประเทศไทยเชื่อว่าบริษัทของตนจำเป็นต้องนำนวัตกรรม AI มาใช้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับตลาด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 79% และ 74% ไม่ต้องการจ้างพนักงานที่ไม่มีทักษะทางด้าน AI หรือในกรณีที่ต้องเลือกจ้างพนักงานสักคน 90% ก็เลือกที่จะจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์น้อย แต่มีทักษะด้านการใช้ AI แทนที่จะเลือกพนักงานที่มีประสบการณ์สูงกว่า แต่ขาดทักษะในด้านนี้</p>
<p>ทั้งนี้ ทักษะด้าน AI มีหลายประเภท อาทิ Cloud Computing, Data Science และ Data Analytics, Programming, Data visualization และ Story-telling, Internet of Things (IoT) เป็นต้น</p>
<p>อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่&nbsp;<a href="https://techsauce.co/news/work-trend-index-2024">สรุป Work Trend Index 2024 เจาะลึกพฤติกรรมการใช้ AI ทำงานของคนไทย</a></p>
<p><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1718953844_Microsoft_Work_Trend_Index_2024_-_Thailand_page-0015.jpg"></p>
<p>ประเด็นที่ว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ คำตอบจึงขึ้นอยู่กับว่าเป็นงานประเภทใด หากเป็นอยากได้ที่ใช้ทักษะเฉพาะทาง และไม่ได้ทำเป็นรูปแบบซ้ำๆ โอกาสที่ AI จะเข้ามาแทนก็เป็นไปได้ยาก เช่น สถาปนิก นักออกแบบ และนักจิตวิทยาเป็นต้น ขณะที่อาชีพที่ทำงานซ้ำๆ ไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบก็มีโอกาสที่จะถูก AI แย่งงาน เช่น แคชเชียร์ พนักงานจัดเรียงสินค้า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการ และพนักงานว่าจะปรับตัวและทำงานกับ AI ได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน ดังนั้น อย่างเดียวที่ทำให้มนุษย์ชนะ AI ได้คือ คนมีทักษะใช้ AI</p>
<p>เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ได้จัดประชุมหารือในประเด็นตลาดแรงงานและการใช้ AI ของไทยไว้หลายมิติ</p>
<p><strong>ดร.สันติธาร เสถียรไทย</strong>&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธปท. ได้กล่าวในการประชุม กมธ. AI ในมุมของบริบทการใช้ AI ด้านแรงงานว่า AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และผลกระทบของ AI จะแผ่ขยายไปในกลุ่มแรงงานที่รวมผู้คนทุกระดับการศึกษา การที่ตอนนี้ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน มีส่วนฉุดให้ศักภาพเศรษฐกิจไทยเดินหน้าได้ช้า เปรียบได้กับเป็นนักวิ่งสูงวัย</p>
<p>ปัจจุบันหลายคนคงเห็นแล้วว่า AI พัฒนาไปเร็วจนเกือบตามไม่ทัน&nbsp;<strong>ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์</strong>&nbsp;ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ViaLink กล่าวถึงประเด็นเรื่องการศึกษาว่า แรงงานและอนาคตของชาติกำลังอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม การมาของ AI ไม่ได้กระทบแค่บางอุตสาหกรรม แต่จะกระทบทุกอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะกระทบยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่า พนักงานคนไทย 70-85% ยังคงทำงานแบบ Routine ที่หมายถึงการทำงานซ้ำๆ โดยที่ไม่ได้พัฒนาทักษะให้ดีขึ้น จึงเสี่ยงที่จะถูก AI ทดแทนได้ง่าย ไม่เว้นแม้แต่คนที่เรียนจบระดับปริญญาโท-ปริญญาเอก</p>
<p>ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้โจทย์ การสร้าง AI Literacy พัฒนาคนให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI สามารถนำมาใช้งานได้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT หรือ OpenAI</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113252" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI.jpg" alt="" width="1000" height="521" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI.jpg 1000w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI-840x438.jpg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI-768x400.jpg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI-24x13.jpg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI-36x19.jpg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/Global-Internet-connect-Chatgpt-Chat-with-AI-48x25.jpg 48w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>เนื่องจากทุกวันนี้ผู้ใช้งานในไทยแบ่งได้ 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่ม Non-AI หรือกลุ่มที่ไม่เคยใช้ AI หรือใช้ไม่เป็น กับกลุ่มที่ใช้ AI อยู่แล้ว ทิศทางจากนี้คือ การผลักดันให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีความใช้ง่าย ใช้คล่องมากขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือที่ถูกวางไว้บนหิ้งหรือต้องเป็นคนที่มีความรู้สูงเท่านั้นจึงจะใช้ได้ หน้าที่ส่วนนี้จึงตกเป็นของภาครัฐและเอกชนที่ต้องให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้คนทั่วไปรู้ว่า AI ใช้ง่าย และหากใช้ให้ดีก็จะเกิดประโยชน์กว่าที่คิด</p>
<h2>การสนับสนุนจากรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสิ่งสำคัญ</h2>
<p>ข้อมูลจาก Asia Pacific AI Readiness Index ประจำปี 2566 ของ Salesforce ระบุว่า สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความพร้อมด้าน AI มากที่สุด ตามด้วยญี่ปุ่นและจีน ซึ่งประเทศเหล่านี้ล้วนมีเม็ดเงินลงทุนด้าน AI สูงทำให้หลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและเล็กได้นำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งในส่วนพนักงานและการผลิต สำหรับในประเทศไทยที่มีการใช้ AI เพียงเบื้องต้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้บริหารต้องสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว และการทำกำไรในระยะสั้น ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของไทยในการเปลี่ยนสู่ยุค AI Economy</p>
<p>อย่างไรก็ตาม บริบทการใช้ AI ของไทยก็ยังแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ด้วยปัจจัยที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน นโยบาย การรู้เท่าทันของประชาชน ไทยอาจไม่ใช่ผู้พัฒนาเทคโนโลยี แต่เราสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้</p>
<p>ขณะเดียวกันภาครัฐสามารถช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้ง่ายและราคาถูกลง ไปจนถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่นที่นำ AI มาใช้และต้องตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง รวมไปถึงการนำ AI ไปใช้ในระบบราชการต่างๆ เช่น ใช้ในงานที่ไม่ซับซ้อน อย่างการคำนวณภาษี การทำบัตรประชาชนใหม่ การจัดตารางขนส่งสาธารณะ เป็นต้น และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล</p>
<p>สุดท้ายนี้ แนวทางที่ภาครัฐควรพิจารณาให้เร็วคือ การพัฒนาทักษะแรงงาน และทำให้ AI เข้าถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างแท้จริง</p>
<p>อ้างอิงข้อมูล&nbsp;<a href="https://www.pwc.com/th/en/press-room/press-release/2024/press-release-05-06-24-th.html">PWC</a>,<a href="https://www.pwc.com/gx/en/issues/data-and-analytics/publications/artificial-intelligence-study.html">&nbsp;PWC 2</a>, Microsoft</p>
<p>ที่มา Techsauce</p>
</section>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thailand-ai-economy/">ประเทศไทยในยุค AI Economy ไม่ได้ขาดงาน แต่ขาดคนที่มีทักษะ AI</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25</title>
		<link>https://www.wearecp.com/tma-2024-06-24/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tma-2024-06-24</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 08:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113210</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) เ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/tma-2024-06-24/">TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-113211" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large.jpeg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large.jpeg 1280w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-840x560.jpeg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-768x512.jpeg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-24x16.jpeg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-36x24.jpeg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-48x32.jpeg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/creative-aerial-view-cityscape-Large-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p><strong>สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA)</strong> เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดย World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ (IMD – WCC) ประจำปี 2567 โดยในปีนี้ ประเทศไทยขยับขึ้น 5 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ <strong>25</strong> จากทั้งหมด <strong>67</strong> เขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีการจัดอันดับ โดยในปีนี้ IMD – WCC ได้มีการเพิ่มเขตเศรษฐกิจที่จัดอันดับอีก 3 เขตเศรษฐกิจ คือ กาน่า ไนจีเรีย และเปอร์โตริโก้ รวมเป็น 67 เขตเศรษฐกิจ</p>
<p>การจัดอันดับโดย <strong>IMD World Competitiveness Center</strong> ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใช้ข้อมูลจากการสำรวจความเห็นของผู้บริหาร  ณ ไตรมาสแรก ปี 2567 และข้อมูลเชิงประจักษ์ (Hard data) ปี 2567 ซึ่งยังคงจัดอันดับโดยประเมินเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ใน 4 ด้าน ได้แก่ 1) สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) 2) ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) 3) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) และ 4) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)</p>
<h2>จับตาความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลก</h2>
<p>ในภาพรวมปี 2567 พบว่าเขตเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงได้ในอนาคต จะต้องมีศักยภาพในการคาดการณ์ และปรับตัวได้เร็วในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับสร้างมูลค่าและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชนได้ ซึ่งจะส่งผลให้เขตเศรษฐกิจสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนอย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักของโลกในปีนี้และอนาคต คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon) และระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) การให้ความสำคัญและส่งเสริมความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจที่เป็นตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) ในเศรษฐกิจโลก รวมถึงการทำ Digital Transformation</p>
<p>ทั้งนี้ 3 แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจในปี 2567 จากผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร (Executive Opinion Survey – EOS) ได้แก่ การนำ AI มาใช้ (AI adoption) ร้อยละ 55.1 ความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก (The risk of a global economic slowdown) ร้อยละ 52 และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical conflicts) ร้อยละ 36.1 แต่ความท้าทายขององค์กรปัจจุบัน คือ จะทำอย่างไรที่จะสามารถนำระบบ AI มาใช้อย่างถูกต้องในการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรได้ โดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และผลผลิตขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้น คือการให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environment risks) ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน แต่ผลสำรวจกลับอยู่ในอันดับท้าย ๆ</p>
<h3>สิงคโปร์ครองแชมป์โลก ไทยติดอันดับสองในอาเซียน อินโดนีเซียรั้งอันดับ 3</h3>
<p>ภาพรวมในระดับโลก เขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 5 อันดับแรกในปี 2567  ได้แก่ สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ไอร์แลนด์ และฮ่องกง โดยเขตเศรษฐกิจที่ได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอันดับสูงสุดของปี 2567 โดยสิงคโปร์ครองแชมป์ ด้วยความแข็งแกร่งของภาคเอกชนและภาครัฐ ในปัจจัยประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) และประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency)</p>
<p id="isPasted"><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1718953823_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%889_ASEAN2023_ByFactors.jpg" />ในฝั่งอาเซียน สิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเขตเศรษฐกิจที่มีอันดับความสามารถสูงสุด 1 ใน 5 ของการจัดอันดับของ IMD อีกทั้งเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนมาโดยตลอด และนับเป็นครั้งแรกที่ไทยและอินโดนีเซียได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ของอาเซียน โดยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันในอันดับที่ 25 และ 27 ตามลำดับ ในขณะที่มาเลเชียมีอันดับลดลงจากอันดับที่ 27 เป็นอันดับที่ 34 และฟิลิปปินส์ยังคงอยู่ในอันดับที่ 52 เช่นเดียวกับปี 2566 ซึ่งอินโดนีเซียนับเป็นเขตเศรษฐกิจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากมีอันดับดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะที่ผ่านมา และดีขี้นถึง 7 อันดับในปี 2567 จากปัจจัยด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ละสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่มีอันดับดีขึ้นถึง 8 6 และ 5 อันดับจากปี 2566 โดยประเด็นที่เป็นปัจจัยดึงดูด คือ พลวัตของเศรษฐกิจ (Dynamism of the economy) ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน (Cost Competitiveness) และความมั่นคงทางการเมือง (Policy Stability &amp; Predictability)</p>
<h3>แรงงานและผลิตภาพไทยน่าเป็นห่วง ภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานยังย่ำอยู่กับที่</h3>
<p>2 ปัจจัยหลักที่ส่งให้ไทยมีอันดับที่ดีขึ้นในปีนี้ ได้แก่ ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ที่ดีขึ้นถึง 11 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 5 และด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ที่ดีขึ้น 3 อันดับ จากอันดับที่ 23 เป็นอันดับที่ 20 ในปีนี้</p>
<p>เครื่องจักรเศรษฐกิจได้อานิงส์มาจากการค้าระหว่างประเทศ (International Trade) ที่ดีขึ้นถึง 23 อันดับมาอยู่อันดับที่ 6 ในปีนี้ ขณะที่สัดส่วนของรายได้จากการท่องเที่ยวต่อ GDP (Tourism receipts) และการส่งออกด้านบริการ (Export of commercial services) รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดมีอันดับที่ดีขึ้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่ด้านระดับราคาและค่าครองชีพ (Prices)  ดีขึ้น 10 อันดับจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ ปัจจัยด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) มีอันดับดีขึ้นเล็กน้อย จากอันดับที่ 23 ในปี 2566 เป็นอันดับที่ 20 ในปี 2567 จากตัวชี้วัดด้านการบริหารจัดการ (Management Practices) ที่ตัวชี้วัดเกี่ยวกับความกลัวความล้มเหลวของผู้ประกอบการ (Entrepreneurial fear of failure) และกิจกรรมของผู้ประกอบการขั้นต้น (Total early-stage Entrepreneurial Activity) มีค่าและอันดับที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีถึงผลของความพยายามของทุกภาคส่วนในการผลักดันเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วงในด้านผลิตภาพในภาพรวมที่มีอันดับลดลงจากอันดับที่ 38 เป็น 42 โดยเป็นผลจากอันดับที่ลดลงของผลิตภาพในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐาน ยังอยู่อันดับที่ 24 และ 43 เช่นเดิม โดยโครงสร้างพื้นฐานในบริบทนี้ยังครอบคลุมถึงด้านการศึกษา ยิ่งตอกย้ำว่าการทำงานของภาครัฐยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะกรอบการบริหารภาครัฐ (Institutional Framework) กฎหมายด้านธุรกิจ (Business Legislation) และประเด็นด้านสังคม (Societal Framework)</p>
<p><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1718983251_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%887_Infra_2024.jpg" />ยิ่งไปกว่านั้นโครงสร้างพื้นฐานของไทยยังอยู่ในอันดับต่ำมาตลอด แม้ว่าด้านสาธารณูปโภคสาธารณูปการ (Basic Infrastructure) และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (Technology Infrastructure) จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้แก่ สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม การศึกษา และวิทยาศาสตร์ ยังคงอยู่ในอันดับที่ค่อนข้างต่ำ คือ อันดับที่ 55 54 และ 40 ตามลำดับ</p>
<p><strong>นายธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA Center for Competitiveness)</strong> กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทยนับว่าน่ายินดีที่อันดับในปี 2567 ดีขึ้นกว่าปีก่อนถึง 5 อันดับโดยกลับมาอยู่ที่อันดับ 25 ที่เทียบเท่ากับอันดับในปี 2562 และเป็นอันดับดีที่สุดที่ไทยเคยขึ้นถึง ซึ่งปัจจัยหลักคือภาพการฟื้นตัวของผลตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มาจากการท่องเที่ยวและการขยายตัวของตลาดส่งออกหลังการยุติของโรคระบาด Covid-19 ขณะเดียวกันผมคิดว่าเป็นข้อท้าทายสำหรับเราว่าจะทำอย่างไรในการสร้างแรงขับเคลื่อนให้เราก้าวไปสู่อีกระดับได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของไทยคือการขาดเม็ดเงินและทรัพยากรที่จำเป็นในการลงทุนเพื่อเสริมสร้างและแก้ปัญหาที่เรื้อรังในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านที่เกี่ยวข้องกับการขาดผลิตภาพของภาคธุรกิจและภาคการผลิตที่สำคัญ การขาดแคลนคุณภาพและปริมาณของทรัพยากรมนุษย์ การขาดคุณภาพของการศึกษาและสุขภาพ และปัจจัยเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไทยยังอยู่ในอันดับต่ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะสนับสนุนขีดความสามารถในด้านอื่น ๆ ของประเทศ</p>
<p>หากประเทศไทยจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และแข่งกับนานาประเทศได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทุกภาคส่วนต้องมาช่วยกันคิดและขับเคลื่อน ในฐานะผู้กำหนดและดำเนินนโยบาย ภาครัฐจะต้องนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนในการวางแผนและจัดทรัพยากรขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายและแผนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม ในขณะที่ภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา ภาคสังคม ต้องมุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรไปในเป้าหมายเดียวกัน และที่สำคัญต้องพัฒนาศักยภาพของคนและองค์กรในทุกระดับให้สามารถจับสัญญาณแห่งอนาคต เท่าทันเทคโนโลยี มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความคล่องตัวในการปรับปรุงพัฒนา และมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีโดยเฉพาะดิจิทัลและ AI มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพในทุกภาคส่วน”</p>
<p><img decoding="async" class="fr-fic fr-dib" src="https://storage.googleapis.com/techsauce-prod/ugc/uploads/2024/6/1718983267_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_2_TH5Yrs_Overall_2024.jpg" /></p>
<p>ที่มา Techsauce</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/tma-2024-06-24/">TMA เผยสิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศที่มีขีดความสามารถที่สุดในโลกโดย IMD ไทยขยับขึ้นมาอันดับที่ 25</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่งออกไทย พ.ค. ขยายตัว 7.2% คาดโตต่อเนื่อง พลิกเกินดุลครั้งแรกใน 5 เดือน</title>
		<link>https://www.wearecp.com/world-2024-06-23/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=world-2024-06-23</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jun 2024 13:59:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=113137</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/world-2024-06-23/">ส่งออกไทย พ.ค. ขยายตัว 7.2% คาดโตต่อเนื่อง พลิกเกินดุลครั้งแรกใน 5 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-113138" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large.jpeg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large.jpeg 1280w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-840x560.jpeg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-768x512.jpeg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-24x16.jpeg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-36x24.jpeg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-48x32.jpeg 48w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/aerial-view-cargo-ship-cargo-container-harbor-Large-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<h2>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนพ.ค.67 พบว่า การส่งออก มีมูลค่า 26,219.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.2% โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 25,563.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1.7% ส่งผลให้เดือนพ.ค. ไทยเกินดุลการค้า 656.1 ล้านเหรียญสหรัฐ</h2>
<p><img decoding="async" class="entered litespeed-loaded" src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2024/06/C3B8C21908329A94E6C03636DF1FF5AE.jpg" alt="" data-lazyloaded="1" data-src="https://www.infoquest.co.th/wp-content/uploads/2024/06/C3B8C21908329A94E6C03636DF1FF5AE.jpg" data-ll-status="loaded" /></p>
<p>“ในเดือนพ.ค.นี้ ไทยกลับมาเกินดุลการค้าครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลัก ๆ มาจากมูลค่านำเข้ารถ EV ลดลง จึงทำให้มูลค่าการนำเข้าโดยรวมของเดือนพ.ค.นี้ลดลง” นายพูนพงษ์ นัยนาภรกรณ์ ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ</p>
<p>ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 67) การส่งออกของไทย มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 120,493.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 2.6% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 125,954.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.5% ส่งผลให้ยังคงขาดดุลการค้า 5,460.7 ล้านเหรียญสหรัฐ</p>
<p>พร้อมประเมินว่า การส่งออกเดือนมิ.ย. จะยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง และทำให้ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกไทยจะขยายตัวได้ราว 2%</p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังคงเป้าหมายการส่งออกของไทยในปีนี้ไว้ที่ 1-2%</p>
<p>ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/world-2024-06-23/">ส่งออกไทย พ.ค. ขยายตัว 7.2% คาดโตต่อเนื่อง พลิกเกินดุลครั้งแรกใน 5 เดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักวิเคราะห์ชี้ ไทยร่วมกลุ่ม BRICS มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์</title>
		<link>https://www.wearecp.com/thailand-takes-next-steps-to-join-brics/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=thailand-takes-next-steps-to-join-brics</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[System]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 07:34:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดหน้าต่างมองโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.wearecp.com/?p=112888</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยเดินหน้าผลักดันการเข้าร่วมกลุ่มบริคส์ (BRICS)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thailand-takes-next-steps-to-join-brics/">นักวิเคราะห์ชี้ ไทยร่วมกลุ่ม BRICS มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-112889" src="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1.jpeg" alt="" width="1023" height="575" srcset="https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1.jpeg 1023w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1-840x472.jpeg 840w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1-768x432.jpeg 768w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1-24x13.jpeg 24w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1-36x20.jpeg 36w, https://www.wearecp.com/wp-content/uploads/2024/06/01000000-0a00-0242-903b-08dc8df99a86_cx0_cy6_cw0_w1023_r1_s-1-48x27.jpeg 48w" sizes="(max-width: 1023px) 100vw, 1023px" /></p>
<p><strong>ประเทศไทยเดินหน้าผลักดันการเข้าร่วมกลุ่มบริคส์ (BRICS) ซึ่งเป็นการรวมตัวของประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าการร่วมกลุ่มของไทยอาจมีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์มากกว่าผลประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่</strong></p>
<p>กลุ่ม BRICS เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2006 โดยมีสมาชิกชุดแรก คือ บราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย และมีอาฟริกาใต้เพิ่มขึ้นมาในปี 2010 ก่อนที่เมื่อต้นปีนี้จะมีสมาชิกเพิ่มอีก 4 ประเทศ คือ อิหร่าน อียิปต์ เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</p>
<p>กลุ่ม BRICS รวมตัวกันเพื่อสร้างทางเลือกใหม่ของสถาบันการเงินระหว่างประเทศและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการจัดตั้งองค์กรทางการเงินขึ้นมาใหม่ อย่างเช่น New Development Bank ซึ่งถูกมองว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund)</p>
<p>คณะรัฐมนตรีของไทยรับรองการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการผลักดันให้ไทยเข้าร่วมกลุ่มนี้โดยเร็ว</p>
<div class="wsw__embed">
<figure class="media-image js-media-expand js-media-expand--ready">
<div class="img-wrap">
<div class="thumb"><img decoding="async" class="enhanced aligncenter" src="https://gdb.voanews.com/5D88F848-2D83-48EA-8E52-F4EEBC3DB565_w650_r0_s.jpg" alt="" /></div>
</div>
</figure>
</div>
<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ร่วมประชุมกลุ่ม BRICS เมื่อสัปดาห์ก่อนที่เมืองนิซห์นีย์ นอฟโกรอด ในรัสเซีย และได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเกี่ยวกับเรื่องการเข้ารว่มเป็นสมาชิกกลุ่มนี้ด้วย</p>
<p>แถลงการณ์ของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย นิกรเดช พลางกูร ระบุว่า <em>&#8220;ที่การประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะที่เป็นประธานกลุ่ม BRICS ในปัจจุบัน เพื่อขอเข้าร่วมกลุ่มและเพื่อให้ทางกลุ่มพิจารณา ซึ่งเชื่อว่าทางกลุ่ม BRICS จะทบทวนคำขอของไทยตามกระบวนการ&#8221;</em></p>
<p>โฆษกนิกรเดช ระบุด้วยว่า <em>&#8220;ไทยมองว่ากลุ่ม BRICS มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งในระบบพหุภาคีและเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในซีกโลกทางใต้ ซึ่งสอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทย&#8221; </em>และว่า <em>&#8220;สำหรับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองนั้น การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะช่วยสนับสนุนบทบาทของไทยบนเวทีโลก และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการค้า การลงทุน ตลอดจนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน&#8221;</em></p>
<div class="wsw__embed" style="text-align: center;">
<figure class="media-image js-media-expand js-media-expand--ready">
<div class="img-wrap">
<div class="thumb"><img decoding="async" class="enhanced aligncenter" src="https://gdb.voanews.com/01000000-0aff-0242-bb70-08dc8df9f62d_w650_r0_s.jpg" alt="ผู้แทนของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมถ่ายรูประหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่ม BRICS ที่รัสเซีย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024" /></div>
</div><figcaption><em><span class="caption"><br />
ผู้แทนของประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมถ่ายรูประหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีของกลุ่ม BRICS ที่รัสเซีย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2024</span></em></figcaption></figure>
</div>
<p>สมาชิกกลุ่ม BRICS ในปัจจุบันซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจรวมกัน 28 ล้านล้านดอลลาร์ วิจารณ์ชาติตะวันตกว่าเป็นผู้ครอบครองสถาบันการเงินระหว่างประเทศไว้เกือบทั้งหมด ในขณะเดียวกันประเทศเหล่านี้ก็เริ่มลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์มากขึ้น โดยเฉพาะจีนกับรัสเซีย สืบเนื่องจากความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ด้านภูมิศาสตร์การเมืองโลก</p>
<p>ศ.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับวีโอเอว่า กลุ่ม BRICS ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้จุดประสงค์ทางภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ ได้กลายเป็นองค์กรการเมืองที่มีเป้าหมายต่อต้านชาติตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ</p>
<p>ศ.ฐิตินันท์ เชื่อด้วยว่า ไทยกำลังถูก &#8220;ชี้นำผิด ๆ&#8221; ให้เข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพื่อผลประโยชน์ของสมาชิกสำคัญบางประเทศ โดยเฉพาะจีนกับรัสเซีย ทั้งที่ไทยต้องการสร้างสมดุลและความเป็นกลางมากกว่า</p>
<h3 class="wsw__h3">ระเบียบโลกใหม่</h3>
<p>ประเทศไทยคาดหวังว่า การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มนี้จะช่วยส่งเสริมนโยบายทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และ &#8220;สร้างระเบียบโลกใหม่&#8221; อ้างอิงจากการแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาล ชัย วัชรงค์</p>
<p>ซูมีอา โบมิค แห่งสถาบัน Observer Research Foundation ในเมืองโกลกาตา อินเดีย กล่าวกับวีโอเอว่า ความพยายามของไทยในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของจีนและรัสเซียที่ต้องการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจเข้าไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>นักวิเคราะห์ผู้นี้ชี้ว่า<em> &#8220;ในขณะที่ BRICS สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญด้านพลวัตการค้าโลก แต่ความแตกต่างหลากหลายในหมู่สมาชิกของกลุ่มนี้ก็สร้างความท้าทายต่อผลประโยชน์และการบรรลุเป้าหมายร่วมกัน นอกจากนี้การขาดข้อตกลงการค้าและการลงทุนอย่างเป็นทางการก็ยิ่งเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพของกลุ่มนี้มากขึ้นด้วย&#8221;</em></p>
<h3 class="wsw__h3">ความสำคัญเชิงสัญลักษณ์</h3>
<p>ฮัง ตราน นักวิชาการแห่ง Atlantic Council ชี้ว่า กลุ่ม BRICS อาจมิได้ช่วยให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งกับสมาชิกของกลุ่มเองและชาติต่าง ๆ ในอาเซียน นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่แสดงให้เห็นว่า ไทยเปิดรับชาติมหาอำนาจทุกประเทศและทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นจุดยืนเดียวกับชาติอื่น ๆ ในอาเซียน</p>
<p>นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า จีนคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไทยตัดสินใจเข้าร่วมกับกลุ่ม BRICS โดยที่ผ่านมา จีนคือคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างกัน 135,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว และนักท่องท่องเที่ยวจีนยังถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของการท่องเที่ยวไทย</p>
<p>เอียน ชอง นักรัฐศาสตร์จากสิงคโปร์ กล่าวกับวีโอเอว่า ไทยต้องการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เพราะรัฐบาลชุดนี้เชื่อว่าจะช่วยกระจายความสัมพันธ์ทางการเงินและห่วงโซ่อุปทานได้ รวมทั้งโอกาสที่จะมีกระแสเงินสดสนับสนุนในยามที่เกิดวิกฤติ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมุมมองว่าเศรษฐกิจของไทยในอนาคตยังต้องพึ่งพาจีนเป็นหลัก</p>
<p>สำหรับท่าทีของประเทศอื่นในอาเซียนนั้น เอริชิกา พันกาจ ผอ.องค์กรเพื่อการวิจัยด้านจีนและเอเชีย (Organization for Research on China and Asia) ในกรุงนิวเดลี เชื่อว่า การที่ไทยเข้าร่วมกับ BRICS จะยังไม่ทำให้ชาติอื่นในอาเซียนหันมาเข้าร่วมด้วยในทันทีแม้ว่าจะมีแรงจูงใจจากกรณีของไทยก็ตาม เนื่องจากชาติเหล่านั้นยังคงใช้ความระมัดระวังต่อการรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ กับจีน</p>
<p>เมื่อปีที่แล้ว อินโดนีเซียปฏิเสธการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ซึ่งนักวิเคราะหืเชื่อว่าเป็นเพราะอินโดนีเซียต้องการยึดมั่นตามนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ขณะที่ ศ.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ เชื่อว่า อินโดนีเซียยังไม่มั่นใจในทิศทางของกลุ่มนี้</p>
<p>ที่มา วีโอเอไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com/thailand-takes-next-steps-to-join-brics/">นักวิเคราะห์ชี้ ไทยร่วมกลุ่ม BRICS มีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.wearecp.com"></a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
