ทรู ผสานพลัง AI และดิจิทัลแบบครบวงจร ยกระดับขีดความสามารถประเทศ  ขับเคลื่อนไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลและAI ระดับภูมิภาค

กรุงเทพฯ 16 ตุลาคม 2569 –  เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่เป็นพลังสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต การวางรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งควบคู่กับการนำ AI มาประยุกต์ใช้จริง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ซึ่งทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าผสานพลัง AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อพลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้าสู่บริการอัจฉริยะที่เข้าใจความต้องการและดูแลได้เชิงรุก พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศ AI ที่มั่นคง ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล เสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค โดยได้สะท้อนวิสัยทัศน์บนเวที NBTC Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “Beyond Volatility: Harnessing Resilience Through Dialogue” ณ โรงแรมดุสิตธานี

ทรู ทรานส์ฟอร์มสู่ AI Platform Enabler หนุนไทยก้าวสู่ Regional Digital & AI Hub

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Building Thailand’s Digital Backbone: An Operator’s Perspective” ว่า  ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Digital Economy สู่ AI Economy โดยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งต้องบูรณาการ 5 องค์ประกอบหลัก ทั้งการเชื่อมต่อ ระบบประมวลผล การจัดการข้อมูล การใช้ AI ประมวลผลเพื่อสร้างมูลค่าใหม่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ทรูจึงยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมสู่ Digital Infrastructure & AI Platform Enabler ด้วยศักยภาพการดูแลลูกค้ากว่า 47 ล้านราย โครงข่าย 5G ครอบคลุม 94% ของประชากร 4G ครอบคลุม 99% และไฟเบอร์กว่า 500,000 กิโลเมตร พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การยกระดับคุณภาพและความมั่นคงของโครงข่าย การขับเคลื่อนภาครัฐและภาคธุรกิจสู่ดิจิทัล การพัฒนาระบบนิเวศ AI และการสร้างโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม

นายจักรกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคเอกชน และพันธมิตรเทคโนโลยี ควบคู่กับกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนและนวัตกรรม โดยทรูมุ่งมั่นร่วมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปลอดภัย และเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาสู่ประเทศไทย แต่คือการทำให้คนไทย    ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนประเทศสู่การเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

พลิกโฉมประสบการณ์ลูกค้า : ทรู ขับเคลื่อน AI สู่บริการอัจฉริยะ ยกระดับการดูแลเชิงรุกก่อนเกิดปัญหา

ในหัวข้อ “The Agentic Imperative: Real-World Deployments and Lessons from International and Local Telecom Leaders” ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองว่า “ในการพัฒนา AI สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือกฎระเบียบมาปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ที่ทรู เราสนับสนุนให้ทีมงานกล้าที่จะล้มเหลว เพื่อเรียนรู้และก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนนวัตกรรมจะต้องตั้งอยู่บนรากฐานของจริยธรรม AI  โดยยึดหลักมนุษย์ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรของเราจะมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อทุกผลลัพธ์ที่นำไปใช้งาน  และถูกนำมาปฏิบัติจริง เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ด้วยการดูแลลูกค้าเชิงรุก การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์  เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้น ผสานกับการพัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะอย่างมะลิ เพราะทุกการตัดสินใจทางธุรกิจย่อมมีความเสี่ยง เราจึงก้าวข้ามขีดจำกัดของโมเดลภาษาทั่วไป โดยร่วมมือกับ เอ้ก ดิจิทัล พัฒนาโมเดลพฤติกรรมขนาดใหญ่  เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าจากพฤติกรรมที่ทำจริงไม่ใช่เพียงสิ่งที่พูด  ซึ่งจะนำไปสู่การทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำในวงกว้าง และการสร้าง Digital Twin กว่า 3 ล้านโปรไฟล์ พร้อมนำไปประยุกต์ใช้บนระบบคลาวด์ของรัฐบาลไทย”

“ความสำเร็จเหล่านี้ไม่อาจยั่งยืนได้ หากปราศจากระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง เราจึงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับ กสทช.เพื่อบูรณาการข้อมูลเข้ากับระบบคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ ที่ผ่านมาประเทศไทยอาจวางจุดยืนเป็นเพียงผู้ใช้งาน แต่วันนี้ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ‘คนไทยเก่งมาก’ เราจึงต้องเร่งขยายขีดความสามารถด้าน AI และสร้างแรงจูงใจเพื่อรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพไว้พัฒนาประเทศ แทนที่จะปล่อยให้เกิดภาวะสมองไหล ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้ ก็เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยจากการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ให้บริการ AI ที่มีศักยภาพในระดับโลก” ดร.ธีรเดช กล่าวปิดท้าย

ทรู ย้ำ AI Governance เสริมอธิปไตยดิจิทัลไทย หนุนรัฐ–เอกชนร่วมกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ

ขณะที่ในมิติการกำกับดูแลข้อมูลและ AI นายมนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ “Data Sovereignty in a Connected World: Securing Thailand’s Digital Future” โดยกล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น เชื่อว่าภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางกำกับดูแล AI ของประเทศไทย โดยนำประสบการณ์จากการใช้งานจริงมาสนับสนุน โดยเฉพาะเมื่อบริการโทรคมนาคมเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์และผู้ให้บริการ AI ทรู ได้กำหนดเงื่อนไขการใช้ข้อมูล สิทธิการเข้าถึง และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการอย่างชัดเจน การกำกับดูแล AI ควรครอบคลุมการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ ผู้รับผิดชอบตรวจสอบการตัดสินใจที่มีผลกระทบสำคัญต่อผู้ใช้ และมีวิธีดำเนินงานสำรองเมื่อ AI ทำงานผิดพลาด เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำ AI มาพัฒนาบริการ พร้อมลดผลกระทบต่อผู้ใช้ ป้องกันการใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์ และลดความเสี่ยงที่บริการหยุดชะงัก”

“ทรู สนับสนุนการพัฒนากรอบกำกับดูแล AI ระดับชาติที่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และกฎหมายเฉพาะของแต่ละภาคส่วน ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับที่ประสานข้อกำหนดร่วมกัน และภาคธุรกิจที่นำประสบการณ์จริงมาช่วยพัฒนาแนวทางดังกล่าว โดยอธิปไตยด้าน AI หรือ AI Sovereignty คือความสามารถของประเทศไทยในการกำกับดูแลการใช้ข้อมูล โมเดล และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงจัดการความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการต่างประเทศ และการจัดให้มีทางเลือกสำรองสำหรับบริการสำคัญ และทดสอบความพร้อมอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการส่งเสริมชุดข้อมูลที่มีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI ที่เข้าถึงได้ในต้นทุนเหมาะสม และพื้นที่ทดสอบ AI ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกัน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถพัฒนาและใช้ AI อย่างรับผิดชอบ เกิดประโยชน์ต่อผู้คนและประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายมนตรี กล่าวย้ำ