
ในโอกาสนี้ ดร.ธีระพล ได้แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การพัฒนาภาวะผู้นำผ่านแนวคิด “6+6” ที่ผสานคุณลักษณะผู้นำ 6 ประการ เข้ากับค่านิยมเครือฯ 6 ประการ พร้อมจุดประกายให้เยาวชนกล้าเรียนรู้จากประสบการณ์จริง พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และใช้โอกาสที่ได้รับเป็นพลังในการเติบโตเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ

พร้อมอธิบายว่า ภาวะผู้นำไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีตำแหน่งหรืออำนาจ แต่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่วันนี้ โดยแบ่งการพัฒนาภาวะผู้นำออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ การนำตัวเอง การนำผู้อื่น การนำทีม การนำองค์กร และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งแต่ละระดับมาพร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น จากการดูแลตนเองและครอบครัว ไปสู่การดูแลทีมงาน องค์กร ตลอดจนคำนึงถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และผู้คนที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน การรู้จักให้อภัยและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพราะการทดลองสิ่งใหม่อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก สิ่งสำคัญคือการนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาตนเอง โดยไม่ทำผิดพลาดซ้ำในเรื่องเดิม
ค่านิยมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงหลักการสำหรับการทำธุรกิจ แต่ยังเป็นแนวทางที่เยาวชนสามารถนำไปปรับใช้ได้ตั้งแต่การเรียน การทำงานร่วมกับเพื่อน ไปจนถึงการเติบโตในสายอาชีพ โดยเฉพาะการทำงานอย่างรวดเร็วควบคู่คุณภาพ การสื่อสารเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย การเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง และการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางความท้าทาย
เหนือสิ่งอื่นใด ดร.ธีระพล เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะมีความรู้ ความสามารถ หรือความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากเพียงใด ทุกคนต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยกำหนดทิศทางการตัดสินใจ และทำให้ความสามารถถูกนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์อย่างถูกต้อง

ดร.ธีระพล เปรียบการเรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ ๆ กับการสร้าง “กล้ามเนื้อผู้นำ” ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่ได้ลงมือทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ย่อมเป็นโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะ ความมั่นใจ และความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย พร้อมชี้ว่า การปรับเปลี่ยนทิศทางชีวิตแม้เพียงเล็กน้อยในวันนี้ หากทำอย่างมุ่งมั่นในระยะยาว ก็อาจนำไปสู่ปลายทางที่แตกต่างอย่างมากในอนาคต
พร้อมชี้ให้เห็นว่า แม้แต่ละคนจะมีต้นทุนชีวิตแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่มีเป็นข้อได้เปรียบคือ “เวลา” หากเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะมีโอกาสสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังควรเรียนรู้เรื่องต้นทุน ผลตอบแทน การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร เพราะการดูแลตนเองให้ได้และการบริหารทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนก้าวไปสู่การดูแลผู้อื่นและนำองค์กรในอนาคต
พร้อมฝากให้เยาวชนทุกคนกล้าที่จะฝัน กล้าลงมือทำ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่หยุดพัฒนาตนเองแม้สำเร็จการศึกษาแล้ว ตลอดจนรักษาความกตัญญู ความเมตตา และความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เพื่อเติบโตเป็นคนที่สามารถดูแลครอบครัว ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นต่อไป และมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ดีให้แก่สังคม
เพราะอนาคตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากโอกาสที่ได้รับเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือสร้างด้วยตัวเอง และเติบโตไปเป็นผู้ส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นได้เช่นกัน




