ดร.ธีระพล ถอดรหัสผู้นำแห่งอนาคต ถ่ายทอดแนวคิด “6+6” จุดประกายเยาวชนทุนซีพี ชวนสร้างภาวะผู้นำ เริ่มจากนำตัวเอง สู่การสร้างประโยชน์ให้สังคม

✨ “ทุนการศึกษาคือโอกาสเริ่มต้น แต่อนาคตต้องสร้างด้วยตัวเอง” แนวคิดสำคัญที่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการบริหารพัฒนาผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ถ่ายทอดให้แก่นักเรียน นักศึกษาผู้ได้รับทุนการศึกษาเครือซีพี ภายในโครงการ CP Scholars Boot Camp 2026 ภายใต้แนวคิด “ทุนซีพี สร้างผู้นำ สร้างอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2569 ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
💚 โครงการนี้จัดขึ้นโดยสถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับมูลนิธิเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสานต่อปณิธานการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 48 พร้อมยกระดับจากการมอบทุนการศึกษาสู่การบ่มเพาะ “คนเก่งและคนดี” โดยมีนักเรียน นักศึกษาผู้ได้รับทุนประจำปีการศึกษา 2568 และ 2569 รวม 236 คน เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพทั้งด้าน AI, Future Skills 5.0 ภาวะผู้นำ และคุณธรรม
ในโอกาสนี้ ดร.ธีระพล ได้แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การพัฒนาภาวะผู้นำผ่านแนวคิด “6+6” ที่ผสานคุณลักษณะผู้นำ 6 ประการ เข้ากับค่านิยมเครือฯ 6 ประการ พร้อมจุดประกายให้เยาวชนกล้าเรียนรู้จากประสบการณ์จริง พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และใช้โอกาสที่ได้รับเป็นพลังในการเติบโตเป็นผู้นำแห่งอนาคตที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ
🌱 ดร.ธีระพล เริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับผู้ได้รับทุนเข้าสู่ครอบครัวซีพีอย่างอบอุ่น พร้อมชวนทุกคนปรบมือให้ตัวเองที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครจำนวนมาก และตระหนักถึงคุณค่าของโอกาสที่ได้รับ โดยย้ำว่า ทุนการศึกษาไม่ใช่เพียงการสนับสนุนด้านการเงิน แต่เปรียบเสมือนการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต ซึ่งต้องอาศัยความตั้งใจของผู้ได้รับโอกาสในการเติบโต ออกดอกออกผล และสร้างคุณค่าให้สังคม การได้รับทุนจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางการพัฒนาตนเอง ทั้งผ่านการศึกษา การฝึกงาน และการลงมือทำงานจริง เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม พร้อมนำศักยภาพของตนเองไปสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น
✈️ ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก ดร.ธีระพล ชวนเยาวชนทุกคนเป็น “กัปตันชีวิตของตัวเอง” รู้จักกำหนดเป้าหมายและทิศทางชีวิตอย่างมีสติ ไม่ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปตามความเคยชินโดยปราศจากจุดหมาย เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสามารถในการนำตนเองและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจะยิ่งมีความสำคัญ
พร้อมอธิบายว่า ภาวะผู้นำไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีตำแหน่งหรืออำนาจ แต่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่วันนี้ โดยแบ่งการพัฒนาภาวะผู้นำออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ การนำตัวเอง การนำผู้อื่น การนำทีม การนำองค์กร และการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งแต่ละระดับมาพร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น จากการดูแลตนเองและครอบครัว ไปสู่การดูแลทีมงาน องค์กร ตลอดจนคำนึงถึงชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และผู้คนที่เกี่ยวข้อง
💡 สำหรับแนวคิด “6+6” ดร.ธีระพล ได้ถอดรหัสคุณลักษณะสำคัญของผู้นำ 6 ประการ ได้แก่ ความเสียสละ ความใจกว้างและรู้จักให้ การให้อภัย ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ความขยันอดทนมุ่งมั่น และความกตัญญู ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นนิสัย ผู้นำที่ดีจึงไม่ใช่เพียงคนที่มีความสามารถหรือประสบความสำเร็จด้วยตนเอง แต่ต้องรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม เห็นประโยชน์ของทีมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน แบ่งปันความสำเร็จและให้เครดิตแก่ผู้ร่วมงาน เปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็น รับฟังและเข้าใจบริบทของแต่ละคนก่อนตัดสิน รวมถึงมองเห็นจุดแข็งและศักยภาพของคนที่ผู้อื่นอาจมองข้าม
🤖 ดร.ธีระพล ยังยกตัวอย่างการทำงานในยุค AI ว่า แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้งานบางอย่างสำเร็จได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่การสอนและพัฒนาคนในทีมอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น ซึ่งผู้นำที่ดีต้องมองให้ไกลกว่าประสิทธิภาพของงานในวันนี้ เพราะการสร้างคนคือการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต และเป็นรากฐานของการสร้างทีมที่แข็งแกร่งในระยะยาว
ขณะเดียวกัน การรู้จักให้อภัยและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้เรียนรู้จากความผิดพลาด ก็เป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพราะการทดลองสิ่งใหม่อาจไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก สิ่งสำคัญคือการนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับปรุงและพัฒนาตนเอง โดยไม่ทำผิดพลาดซ้ำในเรื่องเดิม
🌍 อีกส่วนสำคัญของแนวคิด “6+6” คือค่านิยมเครือเจริญโภคภัณฑ์ 6 ประการ ได้แก่ หลัก 3 ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร การทำงานรวดเร็วและมีคุณภาพ การทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการมีคุณธรรมจริยธรรม
ค่านิยมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงหลักการสำหรับการทำธุรกิจ แต่ยังเป็นแนวทางที่เยาวชนสามารถนำไปปรับใช้ได้ตั้งแต่การเรียน การทำงานร่วมกับเพื่อน ไปจนถึงการเติบโตในสายอาชีพ โดยเฉพาะการทำงานอย่างรวดเร็วควบคู่คุณภาพ การสื่อสารเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่าย การเปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง และการมองหาโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางความท้าทาย
เหนือสิ่งอื่นใด ดร.ธีระพล เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะมีความรู้ ความสามารถ หรือความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมากเพียงใด ทุกคนต้องยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยกำหนดทิศทางการตัดสินใจ และทำให้ความสามารถถูกนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์อย่างถูกต้อง
✨ นอกจากนี้ ยังชวนเยาวชนกล้าออกจากพื้นที่คุ้นเคย หรือ Comfort Zone อาสารับงานที่ท้าทาย และฝึกคิดต่อยอดจากสิ่งที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ให้พยายามทำงานให้ดีกว่าที่ได้รับมอบหมายเพียงเล็กน้อยอย่างสม่ำเสมอ
ดร.ธีระพล เปรียบการเรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ ๆ กับการสร้าง “กล้ามเนื้อผู้นำ” ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่ได้ลงมือทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ย่อมเป็นโอกาสในการเพิ่มพูนทักษะ ความมั่นใจ และความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย พร้อมชี้ว่า การปรับเปลี่ยนทิศทางชีวิตแม้เพียงเล็กน้อยในวันนี้ หากทำอย่างมุ่งมั่นในระยะยาว ก็อาจนำไปสู่ปลายทางที่แตกต่างอย่างมากในอนาคต
💰 ในด้านการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต ดร.ธีระพล ยังฝากให้เยาวชนให้ความสำคัญกับความรู้ทางการเงิน หรือ Financial Literacy ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของการเป็นผู้นำ โดยเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน รู้จักบริหารรายรับรายจ่าย สร้างวินัยในการออมและการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงในชีวิต
พร้อมชี้ให้เห็นว่า แม้แต่ละคนจะมีต้นทุนชีวิตแตกต่างกัน แต่สิ่งที่คนรุ่นใหม่มีเป็นข้อได้เปรียบคือ “เวลา” หากเริ่มต้นวางแผนการเงินตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะมีโอกาสสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังควรเรียนรู้เรื่องต้นทุน ผลตอบแทน การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร เพราะการดูแลตนเองให้ได้และการบริหารทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ เป็นพื้นฐานสำคัญก่อนก้าวไปสู่การดูแลผู้อื่นและนำองค์กรในอนาคต
🌱 ในช่วงท้าย ดร.ธีระพล ได้ถ่ายทอดแนวคิดของท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ เรื่องการสร้าง “ปัญญา” ควบคู่กับ “ปริญญา” ผ่านการลงมือทำจริง การเผชิญปัญหา และการเรียนรู้วิธีแก้ไข เพราะความรู้จากห้องเรียนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
พร้อมฝากให้เยาวชนทุกคนกล้าที่จะฝัน กล้าลงมือทำ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่หยุดพัฒนาตนเองแม้สำเร็จการศึกษาแล้ว ตลอดจนรักษาความกตัญญู ความเมตตา และความตั้งใจที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เพื่อเติบโตเป็นคนที่สามารถดูแลครอบครัว ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นต่อไป และมีส่วนร่วมสร้างอนาคตที่ดีให้แก่สังคม
💚 จากการมอบโอกาสทางการศึกษาตลอด 48 ปี สู่การพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่าน CP Scholars Boot Camp 2026 เครือซีพียังคงมุ่งมั่นสร้างรากฐานการเติบโตของคนรุ่นใหม่ ด้วยความเชื่อที่ว่า ทุนการศึกษาที่มีคุณค่าไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษา แต่จะเติบโตและส่งต่อเป็นโอกาสใหม่ ๆ เมื่อเยาวชนนำความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมไปสร้างประโยชน์ให้ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน
เพราะอนาคตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากโอกาสที่ได้รับเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือสร้างด้วยตัวเอง และเติบโตไปเป็นผู้ส่งต่อโอกาสให้ผู้อื่นได้เช่นกัน