
โครงการ “ซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” สบขุ่นโมเดล จังหวัดน่าน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งมุ่งขับเคลื่อน “3 Big Goals สู่ความยั่งยืน” ได้แก่ การมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2573 และ Net Zero ภายในปี 2593 การลดขยะและของเสียเป็นศูนย์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งสนับสนุนการทำเกษตรปลอดการเผา 100% และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพจากพืชเชิงเดี่ยวสู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “กาแฟสร้างป่า” ซึ่งช่วยลดการใช้พื้นที่ ลดการเผา และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยในพื้นที่บ้านสบขุ่นได้สนับสนุนการปลูกไม้ป่าและไม้ผลรวมกว่า 601,574 ต้น ฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 7,912 ไร่ สร้างรายได้ให้เกษตรกรกว่า 228 ราย พร้อมพัฒนาองค์ความรู้ด้านกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการสร้างแหล่งเรียนรู้และการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
จากลูกหลานสบขุ่น สู่ผู้ขับเคลื่อนกาแฟพิเศษระดับประเทศ
ท่ามกลางผืนป่าต้นน้ำน่านที่เคยเสื่อมโทรมจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว วันนี้หมู่บ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน กำลังถูกกล่าวถึงในฐานะแหล่งผลิต กาแฟพิเศษคุณภาพระดับประเทศ โดยมี “คนรุ่นใหม่บ้านสบขุ่น” เป็นกำลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
หนึ่งในนั้นคือ น.ส.สุชานันท์ นวลศรี หรือ “น้องนุ่น” ลูกหลานของชุมชนที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในการพัฒนากาแฟสร้างป่าของบ้านเกิด ผ่านการเข้าร่วมโครงการ ซีพีอาสา พัฒนาบ้านเกิด
จากชีวิตเกษตรกร สู่บทบาท ซีพีอาสา พัฒนาบ้านเกิด
น้องนุ่นจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม และศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลังเรียนจบ เธอประกอบอาชีพรับจ้างและทำการเกษตรในชุมชน เพื่อช่วยเหลือครอบครัว เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดรับสมัครจิตอาสา เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ “ซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” สบขุ่นโมเดล จ.น่าน น้องนุ่นตัดสินใจสมัครเข้าร่วม และได้เข้ามาทำงานในโรงแปรรูปกาแฟของชุมชน ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านกาแฟมาก่อน
“ก่อนเข้ามาทำงาน หนูก็เป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไป พอซีพีเข้ามาเปิดรับสมัครจิตอาสา ก็เลยลองสมัครดู และได้เข้ามาทำงานที่โรงแปรรูป” น้องนุ่นเล่าถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ในชีวิต
เรียนรู้จากศูนย์ สู่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปกาแฟ
ปัจจุบัน น้องนุ่นทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนสร้างป่าสร้างรายได้บ้านสบขุ่น รับผิดชอบงานโรงแปรรูปของชุมชน ครอบคลุมตั้งแต่การรับซื้อผลกาแฟเชอรี่ การคำนวณราคารับซื้อ การจัดทำบัญชีและควบคุมสต๊อก ไปจนถึงกระบวนการแปรรูปกาแฟคุณภาพ
“หลังจากเข้ามาทำงาน หนูได้เรียนรู้เรื่องการทำบัญชี การจัดการโรงแปรรูป การแปรรูปกาแฟ รวมถึงการลงพื้นที่ให้ความรู้กับเกษตรกร ซึ่งความรู้เหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดให้กับครอบครัวและคนในชุมชนได้จริง” น้องนุ่นกล่าว
กาแฟบ้านสบขุ่น ก้าวสู่กาแฟพิเศษระดับประเทศ
ด้วยความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ในชุมชน น้องนุ่นได้ร่วมพัฒนากระบวนการแปรรูปกาแฟกับ สมาคมกาแฟพิเศษน่าน จนสามารถยกระดับ “กาแฟสร้างป่า” ของบ้านสบขุ่นให้มีคุณภาพตามมาตรฐานกาแฟพิเศษ
ปีที่ผ่านมา กาแฟสบขุ่นสร้างผลงานโดดเด่น ด้วยการคว้ารางวัล
TOP 20 คะแนน 79.50 การประกวดสุดยอดกาแฟไทย (Thai Coffee Excellence 2025)
TOP 10 คะแนน 84.17 การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟ งาน NAN Farmer’s Fest 2025
และ คะแนน 85.65 การประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย ( THAI SPECIALTY COFFEE AWARDS 2025)

ความสำเร็จดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กาแฟสบขุ่นได้รับการยอมรับในวงกว้าง และสะท้อนให้เห็นศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการพัฒนาผลผลิตท้องถิ่นสู่เวทีระดับประเทศ
“หนูตั้งใจพัฒนากาแฟให้ดีที่สุด เพื่อให้โรงแปรรูปและหมู่บ้านของเราเป็นที่รู้จัก และมีชื่อเสียงในระดับประเทศ” น้องนุ่นกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
บ้านเกิดที่อยากเติบโตไปพร้อมลูกหลาน
นอกจากบทบาทในฐานะซีพีอาสา น้องนุ่นยังเป็นคุณแม่ มีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่ในบ้านสบขุ่น เธอมองว่าการได้ทำงานในพื้นที่บ้านเกิด ไม่เพียงช่วยสร้างรายได้ แต่ยังทำให้ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน เธอหวังว่า ในอนาคตชุมชนบ้านสบขุ่นจะ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีแหล่งเรียนรู้รองรับ เพื่อให้ลูกหลานสามารถเรียนรู้ ประกอบอาชีพ และสร้างอนาคตของตนเองได้ในบ้านเกิด โดยไม่จำเป็นต้องออกไปแสวงหาโอกาสในพื้นที่อื่น

ซีพีอาสา กับการสร้างโอกาสอย่างยั่งยืน
โครงการ “ซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” สบขุ่นโมเดล จ.น่าน เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมุ่งสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนอาชีพจากพืชเชิงเดี่ยว สู่พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง ภายใต้แนวคิด “กาแฟสร้างป่า สร้างรายได้”
โครงการดังกล่าวไม่เพียงฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำ แต่ยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านกาแฟ การส่งเสริมเยาวชน และการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
พลังของคนรุ่นใหม่ กับอนาคตบ้านสบขุ่น
“ในอนาคต หนูอยากเห็นชุมชนของเราเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ โดยเฉพาะด้านการแปรรูปกาแฟ” น้องนุ่นกล่าว พร้อมย้ำว่าจะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนบ้านเกิดให้เติบโตอย่างยั่งยืน
เรื่องราวของน้องนุ่น คือภาพสะท้อนของพลัง ซีพีอาสา ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง สร้างคุณค่าให้ทรัพยากรในพื้นที่ ฟื้นฟูธรรมชาติ และส่งต่อความมั่นคงให้กับชุมชนและลูกหลานในระยะยาว




