มูลนิธิซีพี ผนึกกำลัง ม.อ.ปัตตานี ฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา “บ้านปลาหมายเลข ๙” ขับเคลื่อนโครงการ CP Green Lagoon มุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืนระดับสากล (SDGs)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) ปฏิบัติการเชิงรุกโครงการ “ซีพีทะเลสาบสงขลายั่งยืน” (CP Green Lagoon) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการเร่งฟื้นฟูและเพิ่มประชากรสัตว์น้ำในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อคืนความสมดุลให้กับระบบนิเวศและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนตามแนวทาง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (17 SDGs) โดยเฉพาะในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยล่าสุดได้ร่วมกับ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดกิจกรรม “เรียนรู้ รู้รักษ์ สู่ชุมชนบ้านใหม่ (ท่าเสา)” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนให้แก่คนรุ่นใหม่ ณ ศูนย์เรียนรู้บ้านปลาหมายเลข ๙ ชุมชนบ้านใหม่ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

การนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) นำโดย นายอานนท์ ขำแก้ว ผู้บริหารโครงการซีพีทะเลสาบสงขลายั่งยืน (CP Green Lagoon) และคณะทำงานของมูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะครูและนักศึกษาจากหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นำโดย ดร. สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์ ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “เรียนรู้ รู้รักษ์ สู่ชุมชนบ้านใหม่ (ท่าเสา)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาด้านการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 22 ซึ่งมุ่งเน้นการหล่อหลอมให้นักศึกษามีจิตอาสาและทักษะชีวิตผ่านการลงมือปฏิบัติจริงร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีใจอนุรักษ์ และความรับผิดชอบต่อสังคม

นายอานนท์ ขำแก้ว ผู้บริหารโครงการซีพีทะเลสาบสงขลายั่งยืน (CP Green Lagoon) เปิดเผยว่า ในครั้งนี้ มูลนิธิฯ นำองค์ความรู้นวัตกรรม “ธนาคารสัตว์น้ำ” ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของการปลูกฝังแนวคิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นระบบ ทำให้นักศึกษาได้เข้าใจถึงกระบวนการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำด้วยการใช้นวัตกรรมเข้ามาหนุนเสริม โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำภายในทะเลสาบสงขลา มุ่งสร้างความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ตลอดจนสร้างแหล่งอาหารให้กับชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา พร้อมทั้งยังมุ่งสร้างการเรียนรู้ในพื้นที่จริง บริเวณ “บ้านปลา” เพื่อให้เห็นวิธีการอนุบาลสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพิ่มอัตราการรอดตายของสัตว์น้ำในธรรมชาติอีกด้วย

นอกจากฐานธนาคารสัตว์น้ำแล้ว นักศึกษายังได้หมุนเวียนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่เกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อมผ่านฐานกิจกรรมต่างๆ อาทิ ฐานภาพพิมพ์ปลา ฐานการแทงหยวก และฐานผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างการรักษาทรัพยากรธรรมชาติกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้

“…เรามุ่งหวังให้ “บ้านปลา” ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือที่รวมพลังของมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคเอกชนเข้าด้วยกัน มูลนิธิฯ ตั้งเป้าที่จะบ่มเพาะนักพัฒนารุ่นใหม่ให้มีความตระหนักรู้และลงมือทำจริง เพื่อส่งต่อฐานทรัพยากรธรรมชาติที่เข้มแข็งและความหลากหลายทางชีวภาพที่มั่นคงให้กับคนรุ่นหลัง สอดคล้องกับปรัชญาความยั่งยืนของมูลนิธิฯ ที่มุ่งหวังให้ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างสมดุลและมั่นคงตลอดไป…” นายอานนท์ กล่าวทิ้งท้าย