เปิดบ้านเครือเจริญโภคภัณฑ์ ต้อนรับ วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 (มินิวปอ.) หลอมรวมพลังรัฐ–เอกชน สร้างวิสัยทัศน์ร่วม ขับเคลื่อนความมั่นคงไทยอย่างยั่งยืน

24 กุมภาพันธ์ 2569 — เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษา หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 นำโดย พลตรีกิตติภัค ทองธีรธรรม ผู้อำนวยการสำนักวิทยาการความมั่นคง วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และนักศึกษากว่า 200 คน ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานกิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถ.สุขุมวิท โดยมีผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำโดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป และดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศด้านความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์

กิจกรรมเริ่มขึ้นโดยได้รับเกียรติจาก ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “บทบาทภาคเอกชนไทยในการสนับสนุนความมั่นคงด้วยนวัตกรรม” โดยสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้นทุกมิติ

ดร.ธีระพล ชี้ว่า ตลอด 105 ปีที่ผ่านมา เครือฯ เติบโตผ่านความเปลี่ยนแปลงหลายยุคสมัย แต่บริบทปัจจุบันแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ เพราะความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วและซับซ้อนกว่าที่เคย ประเทศต่าง ๆ จึงเร่งเสริมสร้างความพร้อมในมิติพื้นฐานที่กำหนดความสามารถในการยืนหยัดระยะยาว ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และเทคโนโลยี ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างรองรับความแข็งแรงของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในมิติอาหาร ประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกระดับแนวหน้าของโลก ซึ่งควรถูกต่อยอดด้วยนวัตกรรมและมาตรฐานที่สูงขึ้น ขณะที่ด้านพลังงาน การบริหารต้นทุนและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นโจทย์สำคัญต่อความสามารถแข่งขันของประเทศ รวมถึงการพิจารณาทางเลือกพลังงานใหม่ ๆ อย่างรอบด้าน ส่วนด้านเทคโนโลยี การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาทักษะบุคลากร คือกลไกสำคัญในการยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง

ในฐานะองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เครือฯ เดินหน้าปรับตัวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Tech-driven company) ผ่านกลยุทธ์นวัตกรรม ความโปร่งใสตามกลไกตลาด การพัฒนาคน การให้อำนาจ และผลักดันเทคโนโลยี ตลอดจนเปิดพื้นที่ให้แนวคิดใหม่ ๆ เติบโต เพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างทันท่วงที

โดยหวังว่าการบรรยายครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมอง และแลกเปลี่ยนความเห็นให้แก่นักศึกษา วปอ.บอ.รุ่นที่ 3 ในการเชื่อมโยงบทบาทภาคเอกชนกับการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการสร้างระบบนิเวศการลงทุน การยกระดับเทคโนโลยี และการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือกับภาครัฐในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ และยั่งยืนในระยะยาว

คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “การปรับตัวเพื่อก้าวเข้าสู่ยุค Digital Reinvention ด้วยเทคโนโลยียุคใหม่” โดยชี้ว่า โลกได้ก้าวข้ามจากยุค Digital Transformation สู่ยุค “Digital Reinvention” อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนอีกต่อไป แต่กลายเป็นแกนกลางของการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิต สะท้อนผ่านการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยที่มีมูลค่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีทะลุ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก และกว่า 63% เป็นการลงทุนในเทคโนโลยียุคใหม่ แสดงถึงความตื่นตัวของภาคองค์กรไทยอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม คือ กระดูกสันหลังของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ โดยทรูได้ลงทุนพัฒนา Broadband, 4G และ 5G อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมมากกว่า 90% ของประเทศ เพื่อรองรับสังคมที่เชื่อมต่อกันตลอดเวลา บนฐานดังกล่าวยังได้ต่อยอดนวัตกรรมครบวงจร ตั้งแต่ Smart Home, Smart Farm, โลจิสติกส์, Telemedicine ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนทุกอุตสาหกรรมให้ปรับตัวทันต่อความเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่า การเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างมียุทธศาสตร์ คือกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืนในยุค Digital Reinvention

ในด้านมุมมองของนักศึกษาวปอ.บอ.รุ่นที่ 3 คุณคมสันต์ แซ่ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Flash Express ในฐานะนักศึกษาหลักสูตรวปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กล่าวว่า การมาเยือนครั้งนี้ทำให้ได้เรียนรู้ภาพรวมการปรับกลยุทธ์ของประเทศท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะบทบาทของเทคโนโลยีและความมั่นคงทางอาหารในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความยินดีที่เห็นภาคเอกชนไทยอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจังเพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ นอกจากนี้ การเข้าร่วมหลักสูตรช่วยให้เข้าใจมุมมองและกลไกการทำงานของภาครัฐมากขึ้น อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างมีทิศทางและยั่งยืน

คุณมนันย์พร เจียรวนนท์ ประธานบริหารด้านการเงิน บจก. เจียไต๋ ในฐานะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กล่าวว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้ทำให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ กับความมั่นคงของประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านอาหารและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการประสานการทำงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ที่ต้องดำเนินไปอย่างสอดประสานและเกื้อหนุนกัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาว

ในการนี้ คณะศึกษาดูงานได้ลงพื้นที่สัมผัสประสบการณ์จริงในจุดเยี่ยมชมไฮไลต์ที่สะท้อนขีดความสามารถสูงสุดด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน เริ่มจาก ศูนย์แสดงนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Innovation for Sustainability Center) แหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่มุ่งตอบโจทย์ความยั่งยืนในทุกมิติ และสัมผัสบรรยากาศ Co-working Space พื้นที่แห่งการสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนไอเดียไร้ขีดจำกัดของเหล่านวัตกรและสตาร์ทอัพ

ไฮไลต์สำคัญของการดูงานคือการเจาะลึก CP Center of Excellence (CP COE) ศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมชั้นสูง ซึ่งประกอบด้วย 3 ขุมพลังหลัก ได้แก่: Bio-Technology Lab: ห้องปฏิบัติการสุดล้ำที่มุ่งพัฒนานวัตกรรมชีวภาพ เพื่อยกระดับสุขภาพและความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ Digital & AI Lab: ศูนย์พัฒนาระบบอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ปลดล็อกขีดความสามารถของ AI สู่การแก้ปัญหาและการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม และ Data Center & Cloud: โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง หัวใจสำคัญในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ TNN ช่อง 16 เพื่อศึกษาการปรับตัวและบทบาทของสื่อมวลชนคุณภาพในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน ก่อนจะปิดท้ายการเยี่ยมชมอย่างสมบูรณ์แบบที่ “วิหารแก้ว” พื้นที่แห่งความสงบทางจิตใจใจกลางศูนย์กลางเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนปรัชญาอันลึกซึ้งของเครือฯ ในการสร้างสมดุลระหว่าง “ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” ควบคู่ไปกับ “การยกระดับจิตใจและคุณธรรม”

สำหรับนักศึกษาวปอ.บอ.รุ่นที่ 3 ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายวงการร่วมคณะศึกษาดูงาน อาทิ ศาตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และคณบดีบันฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต, คุณพัชรินทร์ ซำศิริพงศ์ อดีต สส. และอดีตรองโฆษกรัฐบาล และ คุณอธิฏฐานพร อุวรรณโณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ข้างหลังบาร์ จำกัด เป็นต้น

การเปิดบ้านต้อนรับคณะ วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 ในครั้งนี้ จึงมิได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงธุรกิจหรือเทคโนโลยี หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน หลักสูตร วปอ.บอ. ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และประสบการณ์จากหลากหลายภาคส่วน ให้เกิดความเข้าใจเชิงลึกและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน อันเป็นรากฐานสำคัญของการกำหนดทิศทางประเทศในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อมั่นว่า เมื่อภาครัฐและเอกชนก้าวเดินไปด้วยกันอย่างสอดประสาน เปิดรับนวัตกรรม ควบคู่คุณธรรม และยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ประเทศไทยย่อมสามารถเสริมสร้างความมั่นคง พร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว