
ชีวิตของ “เปิ้ล” อาจไม่ต่างจากลูกหลานเกษตรกรหลายคนในพื้นที่ห่างไกลของจังหวัดน่าน ที่เติบโตมากับไร่พืชเชิงเดี่ยว ก่อนจากบ้านไปทำงานในเมืองใหญ่เพื่อหาโอกาสและรายได้เลี้ยงครอบครัว
.
แต่เมื่อแม่ล้มป่วย การกลับบ้านของเธอจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจทั่วไป หากเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามสำคัญในชีวิตว่า อนาคตจะเดินต่ออย่างไร ในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ จะมีทางเลือกใดนอกจากการทำเกษตรแบบเดิม ๆ ที่ทั้งเหน็ดเหนื่อยและให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า เช่นเดียวกับแม่ของเธอที่ล้มป่วยจากการทำงานหนักจากพืชไร่ที่ไม่ยั่งยืน มาอย่างยาวนาน

“ซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน สบขุ่นโมเดล” จ.น่าน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในชุมชน จากพื้นที่ดอยหัวโล้นที่เคยพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว สู่แนวทางใหม่ที่เน้นการปลูกพืชมูลค่าสูง ภายใต้แนวคิด “กาแฟสร้างป่า สร้างรายได้” ควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การพัฒนาอาชีพ และการ9สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาทำงานในบ้านเกิด
.
เปิ้ลเริ่มต้นจากศูนย์ ในฐานะเด็กรับจ้างรายวันในโรงแปรรูปกาแฟของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของหมู่บ้านสบขุ่นที่ช่วยยกระดับผลผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ตลอดจนการสร้างแบรนด์และการเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกร ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาท “ซีพีอาสา” และเริ่มเรียนรู้การทำงานพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง

เปิ้ลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในช่วงปีที่ 6 ของการดำเนินงาน และปัจจุบันโครงการสบขุ่นโมเดลกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้น เธอเรียนรู้จากเกษตรกรรุ่นบุกเบิกผู้ผ่านทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จในการทำเกษตร ด้วยความถ่อมตัวและเปิดใจเรียนรู้ ทำให้เธอค่อย ๆ เติบโต จนกลายเป็นหนึ่งในคนทำงานที่ชาวบ้านให้ความไว้วางใจ พร้อมเปิดใจพูดคุยและปรึกษาปัญหา เปรียบเสมือนลูกหลานอีกคนของชุมชน
.
หนึ่งในบทบาทสำคัญของเธอ คือการร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้แนวคิด “ดอยลดเผา” ซึ่งเป็นอีกกลไกสำคัญของสบขุ่นโมเดลในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยสนับสนุนการผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง สูตรวิศวกรรมแม่โจ้ 1 จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เปิ้ลมีส่วนร่วมตั้งแต่การโน้มน้าวชักชวนให้องค์ความรู้กับเกษตรกรถึงประโยชน์ของการทำปุ๋ยชนิดนี้ ไปจนถึงดูแลขั้นตอนกระบสนการผลิตปุ๋ยอย่างละเอียด ตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุ การจัดเรียงชั้นปุ๋ย โดยต้องเรียงชั้นซังข้าวโพดสลับกับปุ๋ยคอกและเศษพืชอื่นๆสลับกัน การรดน้ำ ตลอดจนการติดตามความชื้นและอุณหภูมิของกองปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ก่อนนำไปทดลองใช้ในแปลงกาแฟ เพื่อช่วยฟื้นฟูหน้าดิน ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้เสริมให้ครัวเรือน

นอกจากบทบาทซีพีอาสาแล้ว เธอยังได้เห็นภาพรวมของการพัฒนาชุมชนในฐานะคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้กาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การยกระดับเศรษฐกิจชุมชน การสร้างแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชน การส่งเสริมอาชีพใหม่ และการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
.
การกลับบ้านครั้งนี้ทำให้เธอได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิด จากภูเขาที่เคยแห้งแล้ง ค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่มีร่มเงาจากต้นกาแฟและพืชพี่เลี้ยงซึ่งทยอยเติบโต ปกคลุมผืนดอยให้กลับมาเขียวขจีอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ชุมชนก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวา ผู้คนรวมกลุ่มทำกิจกรรมในวันสำคัญร่วมกัน จากวันที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด รอยยิ้มที่เกือบเลือนหายก็เริ่มกลับคืนมา และคนรุ่นใหม่จำนวนมากขึ้นก็เริ่มมองเห็นอนาคตในบ้านเกิดของตนเอง

แม้ผืนป่ายังไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด และการเกษตรเชิงเดี่ยวยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ แต่การปรับวิถีชีวิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนวิสัยทัศน์ของชุมชนไปทีละก้าว
.
สำหรับเปิ้ล การกลับบ้านในวันที่ชีวิตเหมือนไม่มีทางเลือก กลับกลายเป็นโอกาสให้เธอค้นพบคุณค่าในตัวเอง และได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงบ้านเกิด
.
ซีพีอาสา…ไม่ได้เพียงเข้ามาฟื้นฟูป่า แต่ยังช่วยสร้างคน สร้างอาชีพ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง
.
และวันนี้ จากคนที่เคยไม่รู้จะเริ่มต้นใหม่อย่างไรบนภูเขาแห่งนี้ เปิ้ลกลายเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่พิสูจน์ว่า การกลับบ้าน…อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตของชีวิตและชุมชนไปพร้อมกัน
.
ซีพีอาสา รวมพลังทำดี สร้างสังคมยั่งยืน.
#ซีพีอาสา #cprsa #รวมพลังทำดี #สร้างสังคมยั่งยืน #ซีพีความดี









