
3 เมษายน 2569 ซีพีอาสา ร่วมกับเพื่อนพนักงาน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมพลังอาสาสมัครกว่า 200 คน ลงพื้นที่ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน ภายใต้โครงการ “Knock at the Door ซีพีอาสาเคาะประตูบ้าน ห่วงใยทุกลมหายใจ สู้ฝุ่น PM 2.5” เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหมอกควันไฟป่าและฝุ่น PM2.5 โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นควันและปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี จึงได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้น โดยมุ่งเน้นการลงพื้นที่เชิงรุกในรูปแบบ “เคาะประตูบ้าน” เพื่อส่งมอบความห่วงใยถึงมือประชาชนโดยตรง พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญในการกระจายหน้ากากอนามัยคุณภาพให้เข้าถึงกลุ่มเสี่ยงสูง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก เยาวชน รวมถึงกลุ่มอาชีพกลางแจ้ง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ และสะท้อนบทบาทของซีพีอาสาในฐานะ “ผู้ให้” ที่พร้อมเคียงข้างชุมชนอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยซีพีอาสา ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง ตามพระราชดำริดำริ อำเภอแม่ออน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่ออน ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ออน องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านสหกรณ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และตัวแทนจาก One Young World รวมถึงซีพีอาสาจากกลุ่มธุรกิจ อาทิ บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจซีพีเอฟ อาหารสัตว์ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จำกัด และ บริษัท ชอยส์มินิสโตร์ จำกัด

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่เชิงรุกแบบ “Knock at the Door” หรือการเคาะประตูบ้าน เพื่อส่งมอบความห่วงใยถึงมือประชาชนโดยตรง โดยอาสาสมัครได้ร่วมกันลงพื้นที่ครอบคลุม 8 หมู่บ้าน มอบหน้ากากอนามัยและหน้ากากกรองฝุ่น PM2.5 รวมกว่า 60,000 ชิ้น ครอบคลุม 3,000 ครัวเรือน พร้อมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ และตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชน รวมถึงนำอาหารและของทานเล่นไปส่งต่อเป็นกำลังใจให้กับชุมชน

นายวิโรจน์ ดวงสุวรรณ์ นายอำเภอแม่ออน กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันและการเผาในพื้นที่ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยการที่ภาคเอกชนอย่างซีพีอาสาเข้ามาสนับสนุนในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยเสริมการทำงานในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง
เสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่สะท้อนถึงความสำคัญของการเข้าถึงชุมชน โดยผู้สูงอายุรายหนึ่งกล่าวว่า “ช่วงนี้ฝุ่นเยอะมาก อยู่บ้านก็ยังได้รับผลกระทบ พอมีทีมงานเอาหน้ากากมาให้ถึงบ้าน รู้สึกดีใจและอุ่นใจที่มีคนห่วงใย” ขณะที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ระบุว่า “กิจกรรมแบบนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันและความรู้ในการดูแลตัวเองได้มากขึ้น”

ด้านตัวแทนซีพีอาสา กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของ แต่เป็นการตั้งใจเข้ามาดูแลและรับฟังชุมชนอย่างใกล้ชิด การได้เห็นรอยยิ้มและกำลังใจจากชาวบ้าน ทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราทำมีความหมาย”
การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลชุมชนในยามวิกฤต และสอดคล้องกับปรัชญา “3 ประโยชน์” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ควบคู่กันอย่างยั่งยืน โดยซีพีอาสายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนับสนุนและเคียงข้างชุมชน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง.












#ซีพีอาสา #ห่วงใยทุกลมหายใจ #สู้ฝุ่น #เชียงใหม่ #อากาศสะอาด

