ซีพีอาสา – มูลนิธิ ธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ เดินหน้าห่วงใยลมหายใจชาวเชียงใหม่ มอบหน้ากาก 100,000 ชิ้น ฝ่าวิกฤตหมอกควันไฟป่าและ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

เชียงใหม่, 10 เมษายน 2569 – มูลนิธิธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ โดย คุณณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้าสนับสนุนหน้ากากอนามัย “Por-Dee” จำนวน 100,000 ชิ้น เพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทยและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยหน้ากากดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรับฝุ่น PM2.5 และเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องระบบทางเดินหายใจของผู้สวมใส่ พร้อมร่วมผลิตโดย บริษัท ซีพี โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด ภายใต้มาตรฐานระดับสากล ภายใต้แนวคิด “มั่นหน้า สู้ฝุ่น ได้บุญ ปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงหน้ากากป้องกันฝุ่นที่มีคุณภาพและดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างเหมาะสมในช่วงวิกฤตมลพิษทางอากาศ

การสนับสนุนในครั้งนี้สะท้อนถึงการดำเนินงานเชิงรุกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการรับมือกับวิกฤตหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยตระหนักถึงผลกระทบในมิติสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน จึงเร่งระดมทรัพยากรและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

คุณจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิพุทธรักษา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือสถานการณ์ฝุ่นควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้ ซีพีอาสาได้ลงพื้นที่เชิงรุกในรูปแบบเคาะประตูบ้าน ในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งมอบหน้ากากให้กับประชาชนในชุมชน ครอบคลุมกว่า 3,000 ครัวเรือน พร้อมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนเครื่องเป่าลมดับไฟป่าจำนวน 100 เครื่อง ให้แก่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมไฟป่า ลดการลุกลาม และเสริมสร้างแนวกันไฟอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมอบกองทุนประกันภัยให้กับอาสาดับไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 10,000 คน เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงในการปฏิบัติงาน

ควบคู่กันนี้ ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์ภาคสนามที่จำเป็น อาทิ เป้น้ำยุทธวิธี รองเท้า ถุงมือ ผ้าปิดหน้า น้ำดื่ม และอาหารแห้ง เพื่อดูแลเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการกระจายหน้ากาก ได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 มูลนิธิกระจกเงาเชียงใหม่ มูลนิธิเพื่อลมหายใจเชียงใหม่ มูลนิธิเพชรเกษม และเครือข่ายสื่อมวลชน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม

ขณะเดียวกัน ยังมีการลงพื้นที่กระจายสู่ประชาชนในจุดสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับเพจวิทยุจราจรจังหวัดเชียงใหม่ และซีพีอาสา โดยครอบคลุมบริเวณแยกเมญ่า ถนนนิมมานเหมินทร์ สถานีขนส่งอาเขต สถานีรถไฟเชียงใหม่ ประตูท่าแพ และประตูเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจภายในเครือ อาทิ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด, บริษัท ซีพีแรม จำกัด, กลุ่มธุรกิจซีพีเอฟ อาหารสัตว์ จำกัด, บริษัท ออลล์ นาว โลจิสติกส์ จำกัด, บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด, บริษัท ชอยส์มินิสโตร์ จำกัด และบริษัท ซีพี ซีดดิ้ง โซเชียลอิมแพคท์ จำกัด

การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการรับมือกับวิกฤตหมอกควันไฟป่า และตอกย้ำบทบาทของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ในระยะยาว เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชนในพื้นที่ โดยดำเนินมาตรการอย่างครบวงจร ทั้งการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ ครอบคลุมหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา และน่าน รวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดและการลุกลามของไฟป่า

ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “ป่าปลอดเผา” ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อส่งเสริมการลดเชื้อเพลิงในป่าผ่านการรับซื้อใบไม้แห้งจากชุมชน นำไปพัฒนาเป็นปุ๋ย สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ และสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรแบบไม่เผา เพื่อลดปัญหาหมอกควันตั้งแต่ต้นทาง

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติผ่านโครงการ “ซีพีความดี ป่าต้นน้ำยั่งยืน ปิง วัง ยม น่าน” และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาระบบสื่อสารและติดตามผ่าน LoRa Mesh Technology เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ป่า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างต่อเนื่องและจริงจังในทุกมิติ.