นวัตกรรมธนาคารสัตว์น้ำไทย ขับเคลื่อนเครือข่ายอนุรักษ์ ทรัพยากรทางทะเล สู่เวทีนานาชาติ

เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ชุ่มน้ำจากญี่ปุ่นต้องบินข้ามประเทศ เพื่อมาศึกษาโมเดลธนาคารสัตว์น้ำในไทย นั่นสะท้อนให้เห็นว่า ชุมชนท้องถิ่นของเรากำลังสร้างต้นแบบที่นานาชาติให้ความสนใจ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ยาวไกลกว่านั้น การต้อนรับ Professor Shimpei Iwasaki จาก Fukuoka Women’s University และในบทบาทเลขาธิการ Ramsar Center Japan ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่ต่อยอดจากความสัมพันธ์ที่เคยร่วมกันขับเคลื่อนในเวทีระดับภูมิภาค โดยก่อนหน้านี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และ Ramsar Center Japan จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “Crab Bank Regional Workshop” เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในระดับนานาชาติ ในเวทีดังกล่าว เครือซีพีได้นำเสนอแนวทาง “นวัตกรรมธนาคารสัตว์น้ำ (Sea Innovation)” ควบคู่กับการพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลทรัพยากรประมงพื้นบ้าน (Digital Database of Small-Scale Fisheries Resources) ซึ่งได้รับความสนใจจากตัวแทนชุมชนประมงอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กลุ่มชาวประมงจากอินโดนีเซีย นักวิชาการจากประเทศญี่ปุ่น และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนในประเทศไทย โดย ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้จัดการฝ่ายด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมทีมซีพีอาสา ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการศึกษาดูงานด้าน “นวัตกรรมธนาคารสัตว์น้ำ” แต่คือการเปิดบทสนทนาระหว่างสองประเทศที่มีหัวใจเดียวกัน นั่นคือการดูแลทรัพยากรทางทะเลและพื้นที่ชุ่มน้ำให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไป

การลงพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ทั้งสามแห่ง ทำให้การแลกเปลี่ยนครั้งนี้มีชีวิตจริงมากกว่าทฤษฎี ที่สมาคมประมงพื้นบ้านหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ธนาคารปูสะท้อนให้เห็นพลังของชุมชนที่ร่วมกันอนุรักษ์แม่ปูไข่ เพื่อให้ลูกปูกลับคืนสู่ทะเลอย่างเป็นธรรมชาติ ที่ศูนย์ขยายพันธุ์สัตว์น้ำเกาะหมาก จังหวัดพัทลุง ธนาคารกุ้งก้ามกรามแสดงให้เห็นการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ และที่กลุ่มอนุรักษ์ชายฝั่งและฟาร์มทะเลบ้านใหม่ จังหวัดสงขลา ความเข้มแข็งของเครือข่ายชาวบ้านได้พิสูจน์ว่า “ความยั่งยืน” ไม่ได้เกิดจากนโยบายเพียงลำพัง แต่เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้คนที่ลงมือทำจริง สิ่งที่สร้างความประทับใจแก่คณะผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ไม่ได้มีเพียงกระบวนการหรือเทคนิคเชิงนวัตกรรม หากแต่คือการได้เห็นว่าชุมชนไทยสามารถบริหารจัดการทรัพยากรของตนเองอย่างมีระบบ มีความรับผิดชอบ และมีความหวัง การแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลงาน แต่เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยและญี่ปุ่น ซึ่งแม้อยู่ห่างไกลกันหลายพันกิโลเมตร แต่ต่างเผชิญความท้าทายเดียวกัน ทั้งเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่ลดลง ความมั่นคงทางอาหาร และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในอนาคตอันใกล้ ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มจะต่อยอดสู่กิจกรรมความร่วมมือใหม่ ๆ ที่จะเปิดพื้นที่ให้ชุมชน นักวิชาการ และภาคธุรกิจได้ทำงานร่วมกันมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ก้าวไกลกว่าเดิม บทสนทนาในครั้งนี้อาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านงานวิจัย การพัฒนาโมเดลธนาคารสัตว์น้ำในระดับภูมิภาค และการสร้างเครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในระดับนานาชาติ เพราะทะเลไม่รู้จักพรมแดน และการฟื้นฟูสัตว์น้ำหนึ่งชนิดอาจหมายถึงความมั่นคงทางอาหารของหลายร้อยครัวเรือน การสร้างธนาคารสัตว์น้ำหนึ่งแห่งอาจกลายเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ และการพบกันเพียงหนึ่งครั้ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน ท้ายที่สุด ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงคำพูดเสมอไป หากแต่คือการเดินทางร่วมกันของผู้คนที่เชื่อว่า ทะเลที่เรารักวันนี้ ควรถูกส่งต่อในสภาพที่ดีกว่าเดิมเสมอ

                       

#ซีพีร้อยเรียงความดี
#CPGoodDeeds
#Seacosystem
#เพื่อทะเลไทยยั่งยืน #ซีพีอาสา
#CP01032026 #CPทะเลไทย