“อากาศดี ที่อมก๋อย” มูลนิธิซีพี ร่วมกับ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย อ.อมก๋อย ชูโมเดล ‘กาแฟ’ ต้นแบบการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า สู่ทางออกที่ยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สถานศึกษาและชุมชน ในงาน “อากาศดี ที่อมก๋อย” ครั้งที่ 11 : กาแฟลดหมอกควันไฟป่า เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนอมก๋อยเล็งเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูป่าผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน ปลูกพืชทางเลือก “กาแฟ” ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ไปพร้อมกับการสร้างอาชีพ รายได้ และเศรษฐกิจชุมชน โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน จัดขึ้น ณ สนามเทศบาลตำบลอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนา หัวข้อ “กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือเครื่องมือแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอำเภออมก๋อย” โดยได้รับเกียรติจาก นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญเย็น ใจตา นายกเทศมนตรีตำบลอมก๋อย นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท นายพัฒนา มงคลวาท นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรบนพื้นที่สูง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง พร้อมด้วยผู้แทนจากวิสาหกิจชุมชน นายระกา นามประเสริฐยิ่ง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปกาแฟอำเภออมก๋อย และนายจะทอ อาดยา สมาชิกวิสาหกิจชุมชนกาแฟสร้างป่าบ้านมูเซอ ดอยม่อนจอง อ.อมก๋อย ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

คุณกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ขับเคลื่อนโครงการซีพีพัฒนา – อมก๋อยโมเดล โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน อย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการรักษาป่าและการสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้ “กาแฟ” เป็นพืชเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ซึ่งช่วยจูงใจให้เกษตรกรหันมาดูแลรักษาป่าแทนการทำไร่เลื่อนลอย มูลนิธิฯ พร้อมสนับสนุนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเกษตร และการหาตลาดรองรับ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวอมก๋อยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมคืนอากาศบริสุทธิ์และผืนป่าที่สมบูรณ์กลับสู่จังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน

“…หัวใจสำคัญของอมก๋อยโมเดล คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างเกื้อกูล’ เมื่อชาวบ้านมีอาชีพที่มั่นคงและภาคภูมิใจในผลผลิตของตนเอง พวกเขาจะกลายเป็นกำลังสำคัญที่สุดในการหวงแหนและปกป้องผืนป่าอย่างแท้จริง ซึ่งมูลนิธิฯ จะยังคงเดินหน้าเคียงข้างพี่น้องชาวอมก๋อย เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศที่สมดุลและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น…”