
.
17 มีนาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) และบริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) (BKP) เปิดบ้านโชว์ศักยภาพ “Hotspot Intelligence Center” ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลจุดความร้อน ณ โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้อนรับคณะจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศ.ดร.ศรีเลิศ โชติพันธรัตน์ เข้าศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และการบริหารจัดการข้อมูลสิ่งแวดล้อม โดยมีคุณวรวิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตธุรกิจเมียนมา และคุณเมธีระ เสรีรัชวัชระ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้การต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมและ Big Data ในการเฝ้าระวังและบริหารจัดการจุดความร้อน ผ่านระบบ Dashboard แบบ Near Real-time ที่สามารถระบุพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และเชื่อมโยงข้อมูลสู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบ เพื่อสนับสนุนการลดการเผาและส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
.

.
ศ.ดร.ศรีเลิศ โชติพันธรัตน์ รองผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “การที่ภาคเอกชนลุกขึ้นมารับผิดชอบต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเปิดโอกาสให้ภาควิชาการกับภาคธุรกิจทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม งานวิจัยสามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุดผู้ที่ได้รับประโยชน์คือเกษตรกร ชุมชน และประเทศโดยรว ขณะเดียวกัน การสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา และเห็นถึงประโยชน์ของการทำเกษตรอย่างยั่งยืน ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”
.

.
ด้านคุณวรวิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร เขตธุรกิจเมียนมา กล่าวว่า “ข้าวโพดเป็นพืชที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการค้าข้ามพรมแดน โดยรัฐฉานถือเป็นพื้นที่ผลิตสำคัญและเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบ hotspot ในระดับสูง ด้วยเหตุนี้ เราจึงพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และยืนยันที่มาของผลผลิตได้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่เพียงการติดตามสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความโปร่งใส และเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิต รวมถึงการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างตรงจุด”
.
ภายในกิจกรรมยังมีการนำเสนอการดำเนินงานของ “Hotspot Intelligence Center” ในฐานะศูนย์กลางการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ที่ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถตัดสินใจเชิงรุก ลดความเสี่ยงจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และยกระดับความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการถ่ายทอดกรณีศึกษาความสำเร็จของระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเมียนมา ซึ่งสามารถติดตามข้อมูลได้ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูกจนถึงกระบวนการจัดหา อันเป็นการยกระดับมาตรฐานวัตถุดิบปลอดการเผาอย่างยั่งยืน
.
การศึกษาดูงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาควิชาการในการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยเครือซีพียังคงเดินหน้าพัฒนา Data-driven Ecosystem เพื่อสนับสนุนการลดการเผาในภาคเกษตร ลดปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรไทยและภูมิภาคในระยะยาว
.




