รองประธานอาวุโส “ศุภชัย” ชี้วิกฤตประชากรโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน ไทยเผชิญทั้ง “เกิดน้อย-สูงวัย” กระทบเศรษฐกิจและขีดความสามารถแข่งขัน แนะเดินหน้า 2 ขั้ว-สร้างคนคุณภาพ ใช้ AI-โรโบติกส์รักษาผลิตภาพ

15 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานคร- คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเสวนาวิชาการระดับชาติหัวข้อ “วิกฤตเกิดน้อยด้อยคุณภาพ” ภายใต้โครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดยมี ฯพณฯท่าน โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถานำ วงเสวนาประกอบด้วย ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม คุณพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยมีคุณณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

คุณศุภชัยกล่าวว่า “วิกฤตโครงสร้างประชากรไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของประเทศไทย แต่กำลังเป็นวิกฤติการณ์ระดับโลก โดยในอีกประมาณ 50 ปีข้างหน้า ประชากรโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว จากจำนวนประชากรที่ลดลงสวนทางกับสัดส่วนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากกำลังแรงงานลดลง แต่ภาระในการดูแลประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ประเทศจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว”

คุณศุภชัย ระบุว่า “โจทย์สำคัญ คือ การทำให้มีเด็กเกิดมากขึ้น และต้องเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมชี้ว่า การส่งเสริมให้ประชาชนมีบุตรและการสร้างคนคุณภาพเป็นเรื่องที่ท้าทาย และหลายประเทศกำลังออกแบบนโยบายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัวมากขึ้น โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตครอบครัว ส่งเสริมให้พนักงานมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่มงบประมาณเพื่อส่งเสริมการมีบุตรเป็นประมาณ 8 แสนล้านบาทต่อปี และเกาหลีใต้ประมาณ 3 แสนล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียมีแนวทางที่น่าสนใจในการรับมือกับสังคมสูงวัย ทั้งการขยายอายุการทำงานของประชากร การสร้างระบบการศึกษาและสาธารณสุขที่เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศไทยสามารถศึกษาและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ”

คุณศุภชัยเสนอว่า “การรับมือกับวิกฤตโครงสร้างประชากรสามารถมองได้เป็น 2 ขั้วสำคัญ ขั้วแรกคือ การแก้ปัญหาการลดลงของจำนวนประชากรโดยตรง ผ่านนโยบายและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้คนมีบุตร พร้อมกับการสร้างโอกาสให้เด็กและคนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ ส่วนอีกขั้วคือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อรักษาผลิตภาพของประเทศ โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโรโบติกส์เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงสนับสนุนการดูแลผู้สูงวัย เพื่อให้สังคมสามารถรักษาระดับผลิตภาพได้ แม้จำนวนประชากรวัยทำงานจะลดลง ซึ่งประเทศไทยควรเดินหน้าทั้งสองขั้วไปพร้อมกัน”

ทั้งนี้คุณศุภชัยมองว่า “การแก้โจทย์ประชากรต้องสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมให้เกิดประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ กับการยกระดับผลิตภาพด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและเติบโตได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งใหญ่ของโลก”