ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธฯ เชิดชูเกียรติ “ศุภชัย เจียรวนนท์” มอบสมาชิกกิตติมศักดิ์ ปี 2569 ยกย่องบทบาทผู้นำและคุณูปการต่อวงการแพทย์ไทย

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ประกาศเกียรติคุณ “ศุภชัย เจียรวนนท์” รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องบทบาทสำคัญในระดับประเทศ ทั้งด้านวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย ตลอดจนคุณูปการต่อวงการแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และการสนับสนุนกิจกรรมของราชวิทยาลัยฯ อย่างต่อเนื่อง อันมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพ และสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม โดยมี คุณบุษดี เจียรวนนท์ ร่วมแสดงความยินดี ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี

การประกาศเกียรติคุณดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 18 เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 โดยมีพิธีมอบประกาศนียบัตรและประกาศเกียรติคุณภายในงานประชุมวิชาการ The 60th Diamond Jubilee of Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีแห่งการสถาปนา และวาระครบรอบ 60 ปีของราชวิทยาลัยฯ

ราชวิทยาลัยฯ ได้กล่าวคำประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องคุณศุภชัยในฐานะผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจของประเทศไทยสู่เวทีสากล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ซึ่งมุ่งสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย

ตลอดเส้นทางการบริหารงาน คุณศุภชัยได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำที่โดดเด่น โดยเฉพาะในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ระหว่างปี 2560–2568 ซึ่งได้ผลักดันการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมทั้งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและดิจิทัล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ควบคู่กับการสร้างโอกาสและวางรากฐานการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากบทบาทและความสำเร็จในภาคธุรกิจ คุณศุภชัยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสาธารณกุศล และการช่วยเหลือสังคม โดยร่วมกับคุณบุษดี เจียรวนนท์ ก่อตั้งมูลนิธิศุภชัย–บุษดี เจียรวนนท์ ในปี 2563 เพื่อดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมการศึกษา การรักษาพยาบาล การสังคมสงเคราะห์ ตลอดจนการช่วยเหลือสตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

ขณะเดียวกัน คุณศุภชัยยังมีคุณูปการต่อวงการแพทย์ไทย โดยเฉพาะการให้การสนับสนุนกิจกรรมของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาชีพแพทย์ออร์โธปิดิกส์ และเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจกับวงการแพทย์ เพื่อร่วมกันสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประชาชน

ด้วยบทบาทสำคัญในระดับประเทศ ความโดดเด่นด้านการบริหาร ตลอดจนคุณูปการและการสนับสนุนกิจกรรมของราชวิทยาลัยฯ คณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จึงมีมติเห็นชอบให้คุณศุภชัยได้รับการประกาศเกียรติคุณเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2569 เพื่อยกย่องและแสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนวงการแพทย์ออร์โธปิดิกส์ไทย นับเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและวิชาชีพทางการแพทย์ในการสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในความร่วมมือสำคัญที่ผ่านมา คือการสนับสนุนโครงการ “หมอออร์โธฯ ชวนก้าว” โดยคุณศุภชัย ในฐานะประธานมูลนิธิศุภชัย–บุษดี เจียรวนนท์ ได้ร่วมบริจาคเงินในนามมูลนิธิฯ จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการวิ่งการกุศลสำหรับระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านการรักษาโรคกระดูกและข้อ ภายใต้การดำเนินงานของ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยจากเดิมที่ตั้งเป้าระดมทุนจำนวน 100 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลที่ขาดแคลน 13 แห่ง สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 114 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด ส่งผลให้สามารถขยายความช่วยเหลือและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สนับสนุนโรงพยาบาลได้เพิ่มขึ้นเป็น 21 แห่ง เพื่อเสริมศักยภาพการรักษาพยาบาลและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของประชาชน

ภายในงานยังได้จัดพิธีส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลทั้ง 21 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีผู้แทนจากภาคีเครือข่ายและผู้สนับสนุนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนถึงความร่วมมือในการส่งต่อความช่วยเหลือ และยกระดับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น