
นครพนม – 17 กรกฎาคม 2569 – “กระบือ” ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์คู่ผืนนาของเกษตรกรไทยอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ทุนชีวิต” ที่สร้างทั้งอาชีพ รายได้ และความมั่นคงให้กับครอบครัว เมื่อการเลี้ยงกระบือไม่ได้อาศัยเพียงภูมิปัญญาดั้งเดิม หากผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการฟาร์มสมัยใหม่ จนสามารถต่อยอดเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดดังกล่าว มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล” จัดพิธีไถ่ชีวิตและมอบกระบือจำนวน 50 ตัว ให้แก่เกษตรกร 14 ครัวเรือนที่เข้าร่วม โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย รุ่นที่ 7 (Buffalo Modern Farm) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และภาคีเครือข่าย เพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการประกอบอาชีพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ ครอบคลุมการบริหารจัดการฟาร์ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือพื้นเมืองไทยอย่างยั่งยืน โดยโครงการได้ขยายผลสู่เกษตรกรใน 11 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย และสงขลา เพื่อผลักดันการเลี้ยงกระบือให้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณสารกิจ ถวิลประวัติ รองประธานโครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร รองประธานโครงการฯ คุณสุปรี เบ้าสิงห์สวย ที่ปรึกษาโครงการฯ นายสัตวแพทย์ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริจาค และประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง ณ โรงแรมเจบีเพลส อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม


ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี โครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการมอบโค-กระบือให้แก่เกษตรกร หากแต่พัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่การสร้าง “ระบบนิเวศการเลี้ยงกระบือ” ที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ การบริหารจัดการฟาร์ม การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการศึกษา วิจัย พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ และยกระดับระบบการผลิตกระบือไทยสู่การดำเนินงานในเชิงธุรกิจ

หัวใจสำคัญของโครงการ คือการยกระดับการเลี้ยงกระบือแบบดั้งเดิมสู่ Buffalo Modern Farm หรือฟาร์มกระบือสมัยใหม่ ที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจะได้รับการอบรมเข้มข้นตลอดหลักสูตร 3 วัน ครอบคลุมทั้งการจัดการฟาร์ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างอาชีพที่มั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว




คุณสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โครงการเริ่มต้นเมื่อปี 2545 ภายใต้ความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ ในโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยในระยะแรกมอบกระบือให้เกษตรกรรายละ 1 ตัว แต่จากการติดตามผลพบว่ายังไม่สามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอ จึงพัฒนาเป็นโครงการ Buffalo Modern Farm ที่มอบแม่พันธุ์เป็นฝูง พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และการจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันโครงการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 3 โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่มีพื้นที่เฉลี่ย 10-15 ไร่ ลดจำนวนกระบือให้สอดคล้องกับกำลังแรงงานในครัวเรือน เพื่อให้สามารถเลี้ยงควบคู่กับอาชีพหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากการสร้างอาชีพ โครงการยังมุ่งอนุรักษ์และพัฒนาพันธุกรรมกระบือปลักไทย โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโต ถ่ายทอดลักษณะเด่นสู่รุ่นลูก พร้อมดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดผ่านทีมสัตวบาลและนักวิชาการ ทั้งด้านการผสมพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการจัดการฟาร์ม รวมถึงรับซื้อลูกกระบือเพศเมียกลับเข้าสู่โครงการเพื่อนำไปส่งต่อให้สมาชิกใหม่ สร้างวงจรการพัฒนาพันธุกรรมและรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในผู้ได้รับมอบกระบือครั้งนี้ คือ คุณไพรรินทร์ รัตนะดี อดีตพนักงานขับรถบรรทุก ที่ตัดสินใจกลับบ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ หลังเห็นพ่อแม่อายุมากขึ้น เพื่อดูแลครอบครัวและสานต่ออาชีพเลี้ยงกระบือที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ปัจจุบันครอบครัวเลี้ยงกระบืออยู่แล้ว 6 ตัว การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ต่อยอดจากประสบการณ์เดิม ด้วยการนำกระบือสายพันธุ์ที่มีคุณภาพมาพัฒนาเป็นพ่อแม่พันธุ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับฝูงกระบือของครอบครัว
“เมื่อก่อนเราทำงานขับรถบรรทุกอยู่ต่างจังหวัด รายได้ก็ดี แต่ไม่มีเวลาอยู่กับพ่อแม่ พอท่านเริ่มอายุมากขึ้นก็คิดว่าถึงเวลาต้องกลับบ้าน มาช่วยทำนา ทำไร่ และสานต่อสิ่งที่พ่อแม่สร้างไว้ เพราะอาชีพเลี้ยงกระบือเป็นเหมือนรากฐานของครอบครัวเรา”

อีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนผลลัพธ์ของโครงการได้อย่างชัดเจน คือ คุณวิรุฬห์ อนุพันธ์ อดีตพนักงานโรงงานในย่านแหลมฉบัง ที่ตัดสินใจลาออกหลังทำงานในภาคอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี เพื่อกลับบ้านเกิดที่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ดูแลพ่อแม่ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการทำนา ปลูกพริก และเลี้ยงกระบือ
ในปี 2559 คุณวิรุฬห์ได้เข้าร่วม “โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (Buffalo Modern Farm)” รุ่นแรก ๆ ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ โดยได้รับมอบแม่พันธุ์กระบือจำนวน 8 ตัว พร้อมได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาสายพันธุ์ และการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างต่อเนื่องจากทีมสัตวบาลและนักวิชาการของโครงการ
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เขาไม่ได้เพียงเลี้ยงกระบือ แต่ค่อย ๆ พัฒนาฟาร์มของตัวเองให้เติบโตอย่างเป็นระบบ จากแม่พันธุ์เพียง 8 ตัว สามารถขยายพันธุ์จนมีลูกกระบือเกิดมากกว่า 60 ตัว ปัจจุบันเหลือดูแลในฟาร์ม 21 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 9 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้กำลังตั้งท้องถึง 6 ตัว
ทุกวันนี้ คุณวิรุฬห์มีรายได้จากการจำหน่ายลูกกระบือเฉลี่ยปีละประมาณ 100,000 บาท มีรายได้จากการจำหน่ายมูลสัตว์อีกปีละ 20,000-30,000 บาท และยังต่อยอดองค์ความรู้ด้านการผสมเทียมที่ได้รับจากโครงการ จนสามารถรับจ้างผสมเทียมให้เกษตรกรในพื้นที่ สร้างรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่ง
“ตอนที่ตัดสินใจลาออกจากโรงงาน หลายคนเป็นห่วงว่าจะกลับมาทำเกษตรแล้วจะอยู่ได้ไหม แต่ผมเชื่อว่าถ้าเรามีความรู้และบริหารจัดการเป็น ก็สามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงได้ โครงการนี้จึงเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพราะไม่ได้ให้แค่กระบือ แต่ให้ความรู้ วิธีคิด และทีมงานที่คอยแนะนำเราอยู่ตลอด”

เขาเล่าว่า ความรู้ที่ได้รับจากโครงการทำให้มองการเลี้ยงกระบือเปลี่ยนไป จากเดิมที่เลี้ยงตามประสบการณ์ กลายเป็นการเลี้ยงเชิงธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสายพันธุ์ การวางแผนผสมพันธุ์ การจัดการอาหาร และการควบคุมต้นทุน
“ผมได้เรียนรู้ตั้งแต่การทำคลอด การผสมเทียม การจัดการฟาร์ม ไปจนถึงการเลือกพ่อแม่พันธุ์ ทำให้กระบือของเรามีคุณภาพมากขึ้น มีมูลค่าสูงขึ้น และสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเราเอาความรู้เหล่านี้ไปช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรในชุมชนได้ด้วย”
สำหรับคุณวิรุฬห์ สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่เพียงรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่คือการได้กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว
“ทุกวันนี้ผมได้อยู่กับพ่อแม่ทุกวัน ได้ทำงานบนผืนดินของตัวเอง ได้เห็นฟาร์มที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับครอบครัว และยังได้ช่วยถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชน ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการมาตั้งแต่ปี 2559 และเห็นว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา โครงการนี้ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความหวังให้เกษตรกรจำนวนมากจริง ๆ”
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยความซาบซึ้งว่า “ผมต้องขอขอบคุณมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ไม่ได้มอบเพียงกระบือ แต่ได้มอบโอกาสในการสร้างอนาคตให้กับเกษตรกรไทย ทำให้หลายครอบครัวสามารถยืนหยัดได้ด้วยอาชีพของตัวเอง และส่งต่ออาชีพนี้ไปยังลูกหลานในอนาคต”

โครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็นพระราชกุศล ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2545 ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการรวม 2,889 ครอบครัว โดยได้ไถ่ชีวิตแม่โคและแม่กระบือมอบให้แก่เกษตรกรรวม 2,314 ตัว และสามารถขยายพันธุ์ลูกกระบือได้แล้วกว่า 5,000 ตัว สะท้อนผลลัพธ์ของการส่งเสริมอาชีพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในช่วง 10 ปีแรก โครงการมอบโค-กระบือให้เกษตรกรครอบครัวละ 1 ตัว ก่อนจะยกระดับสู่ โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (Buffalo Modern Farm) ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยมอบกระบือแม่พันธุ์สุขภาพดีที่ได้รับการไถ่ชีวิตให้เกษตรกรครัวเรือนละ 8 ตัว หรือตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละครัวเรือน ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ การบริหารจัดการฟาร์ม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

นอกจากการยกระดับอาชีพของเกษตรกรแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือไทย โดยจัดทำฐานข้อมูลประวัติกระบือทุกตัวเพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงพันธุ์อย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับคุณภาพกระบือพื้นเมืองไทย และวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์กลางการพัฒนากระบือพื้นเมืองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

ภายในงานยังมีการเปิดตัว “ตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนออนไลน์ BMF” แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าของเกษตรกรสมาชิกโครงการ ซึ่งรวบรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม BMF และสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่ม การทำตลาดออนไลน์ และการแปรรูปมูลสัตว์เป็นปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

จาก “การไถ่ชีวิต” ในวันแรก สู่ “การสร้างชีวิต” ในระยะยาว โครงการฟาร์มกระบือทันสมัยของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ได้มุ่งเพียงส่งมอบกระบือให้แก่เกษตรกร แต่ยังส่งต่อองค์ความรู้ นวัตกรรม และโอกาสในการประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับการเลี้ยงกระบือให้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้อย่างมั่นคง ผลักดันให้กระบือไทยก้าวจากสัตว์คู่ผืนนา สู่พลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และเป็นรากฐานของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต



