
เมื่อเร็วๆนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท (ซีพี) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ, และวิสาหกิจเพื่อสังคม อัจฉริยะศึกษา จัดกิจกรรม Pitching “โครงการพัฒนาทักษะบุคลากรทางการศึกษา ปลุกพลัง “ครูฟา” พลิกโฉมห้องเรียนสู่นวัตกรรมระดับประเทศ” (School Innovation Facilitator) ภายใต้โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน โดยได้รับเกียรติจาก นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทองเลียน บัวจูม คณบดีคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท คุณวราราชย์ เรืองศรี ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สายธุรกิจไก่ไข่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ตลอดจนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะครู และนักเรียน เพื่อร่วมตัดสินผลงานนวัตกรรมเกษตรเชิงสร้างสรรค์จาก 5 โรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ณ ห้องประชุมกระแสตาปี ชั้น 3 อาคารเรียนรวม 70 ปี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดึง “นวัตกรรม” ยกระดับการศึกษา
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดของอนาคต การสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ถือเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์อย่างมาก แต่การเติมมิติเรื่อง “นวัตกรรม” และการพัฒนาทักษะการเป็นโค้ชของบุคลากรทางการศึกษาในครั้งนี้ ยิ่งเป็นการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนได้อย่างเท่าทันยุคสมัย สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการร่วมกันอย่างแท้จริง ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ทั้งนี้ยังให้การชื่นชมโรงเรียนที่เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ สามารถร่วมกันดึงศักยภาพและสร้างเวทีให้เยาวชนได้แสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่

มูลนิธิซีพี ต่อยอดฐานรากความมั่นคงทางอาหาร สู่การสร้าง “ครูนวัตกร”
ด้าน นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท กล่าวถึงโครงการว่า หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารของเยาวชนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ ซีพีเอฟ ในฐานะภาคีหลักที่ร่วมสนับสนุนปัจจัยการผลิต เทคโนโลยีการจัดการฟาร์ม และองค์ความรู้สัตวบาลในโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่ฯ ทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน จากฐานรากเทคนิคที่เข้มแข็งนี้ มูลนิธิฯ จึงเล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดสู่ “โครงการครูนวัตกรรม” เพื่อยกระดับและเพิ่มทักษะ (Skill Up) ให้แก่คุณครูผู้ดูแลโครงการในพื้นที่ภาคเหนือ ให้เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็น “ผู้อำนวยการเรียนรู้” (Facilitator) และ “โค้ช” (Coach) ที่สามารถเปลี่ยนโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียนให้กลายเป็นห้องเรียนมีชีวิต บ่มเพาะกระบวนการคิดเชิงนวัตกรรมและการบริหารจัดการนวัตกรรมเกษตรอย่างเป็นระบบให้กับนักเรียน เพื่อนำไปต่อยอดใช้จริงให้โรงเรียนและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

คุณค่าแห่งการพัฒนาครูสู่นวัตกรรมโรงเรียน ยกระดับคุณค่า “ไก่ไข่” สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์
การขับเคลื่อนโครงการครูนวัตกรรมในครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงบทบาทครู ที่สามารถดึงศักยภาพของนักเรียนออกมาสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่น่าทึ่งจากฐานคิดของการทำโครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่ฯ โดยในรอบชิงชนะเลิศนี้ มีผลงานที่ผ่านการกลั่นกรองและนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) ใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ความเป็นนวัตกรรม, ความชัดเจนของกลุ่มลูกค้า, วัตถุประสงค์การแก้ปัญหา, โมเดลธุรกิจ และการมีส่วนร่วมของชุมชน จาก 5 โรงเรียนระดับแนวหน้าของภาคเหนือ สำหรับโรงเรียนที่ชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย จ.เชียงราย: นวัตกรรม “ผ้าปักลายม้ง” (ไข่ไก่จักสานลาย ผ้าปักลายม้ง) บรรจุภัณฑ์เครื่องจักสานเชิงวัฒนธรรมมูลค่าสูง รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านยางครก จ.เชียงใหม่: นวัตกรรม “EggShell Calcium” แคลเซียมผงจากเปลือกไข่ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนบ้านทับกุมารทอง จ.เชียงราย: นวัตกรรม สบู่ไข่ขาวและทรีตเม้นต์ไข่แดงบำรุงผิวธรรมชาติ 100% รางวัลชมเชยจำนวน 2 รางวัล ได้แก่ โรงเรียนบ้านร่องหวาย จ .เชียงราย: นวัตกรรม “RONGWAI POT” กระถางปุ๋ยรักษ์โลก Eco Friendly จากวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการเลี้ยงไก่ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชะนัตถ์ปิยะอุย จ.เชียงราย: นวัตกรรม “ไข่ตุ๋นสมุนไพรสกัดเข้มข้น 0% น้ำตาล” ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ
นายกิตติเดช แซ่เห้อ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านทุ่งนาน้อย ได้รับรางวัลชนะเลิศ เปิดเผยว่า สำหรับแนวคิดนวัตกรรม “ผ้าปักลายม้ง” (ไข่ไก่จักสานลาย ผ้าปักม้ง) บรรจุภัณฑ์เครื่องจักสานเชิงวัฒนธรรมมูลค่าสูง เกิดจากที่เล็งเห็นในเรื่องวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่เริ่มจางหายไป ผสมผสานกับโครงการซีพีเลี่ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ในการนำไข่ไก่จำหน่ายให้กับชุมชนคนภายนอก เพื่อการเพิ่มมูลค่าให้กับไข่ไก่ จึงนำเรื่องลายจักสานมาประยุกต์กับลายผ้าปักของชนเผ่าม้ง กลายเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และมีคุณค่า เมื่อนำไข่ไก่ไปบริโภคแล้ว ยังสามารถนำจักสานไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก นอกเหนือจากการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ของนักเรียนแล้ว ยังส่งเสริมให้เด็กนักเรียนเรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ นำมาใช้ประโยชน์ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต
บทสรุปและคุณค่าที่ยั่งยืนของ “โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน”
หัวใจสำคัญสูงสุดของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาทุพโภชนาการด้วยการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการส่งมอบโปรตีนคุณภาพสูงอย่าง “ไข่ไก่” ให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลมาตลอดระยะเวลากว่า 38 ปีเท่านั้น แต่ความสำเร็จในวันนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า โครงการซีพีเลี้ยงไก่ไข่ฯ สามารถทำหน้าที่เป็น “ห้องเรียนมีชีวิต” และเครื่องมือสำคัญในการจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดเครือข่ายครูนักพัฒนา และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยเติบโตไปเป็นนวัตกรขับเคลื่อนชุมชน นำองค์ความรู้กลับไปยกระดับการจัดการเกษตรในโรงเรียนของตนเอง เปลี่ยนจากแหล่งอาหารกลางวันสู่ “โมเดลธุรกิจหมุนเวียน” ที่สร้างรายได้และรากฐานความยั่งยืนให้กับท้องถิ่นอย่างแท้จริง พร้อมทั้งทักษะการเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญที่จะช่วยให้โรงเรียน ชุมชน และเยาวชนไทย สามารถเติบโต พึ่งพาตนเอง และขับเคลื่อนท้องถิ่นของตนได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนตลอดไป


