
14 ตุลาคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับ Mizuho Bank จัดงานแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ Sustainable Finance & ESG Risk เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มการเงินเพื่อความยั่งยืน การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินที่สอดคล้องกับบริบทของธุรกิจ และการยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยมุ่งเชื่อมโยงเป้าหมายด้านความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์ทางการเงินและการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว โดยมี ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก Mizuho Bank และ Mizuho Financial Group ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ Ms. Ivy Lau, Head of APAC ESG Solutions, Mizuho Bank ในหัวข้อแนวโน้มการเงินเพื่อความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และหัวข้อการปรับตัวและเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Mr. Renan Raimundus, APAC ESG Solutions, Mizuho Bank ร่วมแบ่งปันแนวทางการออกแบบเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของเครือซีพี ขณะที่ Ms. Megumi Muto, Deputy Chief Sustainability Officer, Mizuho Financial Group ร่วมกล่าวในช่วง Brief Remarks และ Mr. Terence Chua กับ Ms. Marlet Bueno จาก APAC ESG Advisory, Mizuho Bank ร่วมนำเสนอแนวทางการยกระดับการประเมินความเสี่ยงและคะแนน ESG Rating ของเครือซีพี ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงและการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ กิจกรรมจัดขึ้น ณ หอประชุมชั้น 21 อาคารทรู ทาวเวอร์ รัชดา

ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ กล่าวว่า “ปัจจุบันความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมหรือความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ทางการเงิน การตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะประเด็นด้าน ESG ซึ่งเป็นได้ทั้งความเสี่ยงสำหรับธุรกิจที่ปรับตัวไม่ทัน และโอกาสสำหรับธุรกิจที่สามารถพัฒนาแนวทางและโครงการใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะเดียวกัน ธนาคารและนักลงทุนต่างให้ความสำคัญกับปัจจัย ESG มากขึ้นในการประเมินความเสี่ยงและพิจารณาจัดสรรเงินทุน”
“สำหรับเครือซีพี ซึ่งมีธุรกิจหลากหลายตั้งแต่เกษตรและอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม โลจิสติกส์ ไปจนถึงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว และเกษตรกรรมยั่งยืน เพราะการตัดสินใจลงทุนในวันนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในวันข้างหน้า”
“เครือซีพีตั้งเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 พร้อมกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 42% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2021 โดยในปี 2025 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 28% จากปีฐาน อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการขยายการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ กฎระเบียบ และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงด้าน ESG จึงต้องเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ใช่แยกออกจากกัน”
“โจทย์สำคัญของเราคือการเปลี่ยนแนวคิดและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นโครงการลงทุนที่เกิดขึ้นได้จริง มีความคุ้มค่าทางธุรกิจ สามารถวัดผลได้ และมีความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เราต้องเชื่อมโยงกลยุทธ์ความยั่งยืนเข้ากับแผนการลงทุน ความเชี่ยวชาญทางการเงิน และความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เพื่อให้โครงการเหล่านี้สร้างทั้งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับผลตอบแทนและคุณค่าทางธุรกิจในระยะยาว”
ดร. ธีระพล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “การขับเคลื่อนความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกกลุ่มธุรกิจภายในเครือ เนื่องจากหลายธุรกิจเผชิญความท้าทายร่วมกัน การบูรณาการทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน องค์ความรู้ บุคลากร และความเชี่ยวชาญด้านการเงิน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ลดการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้เกิดโครงการหรือรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในระดับเครือ”
“ความยั่งยืนต้องไม่หยุดอยู่เพียงการประกาศเป้าหมายหรือการแสดงเจตนารมณ์ แต่ต้องพัฒนาไปสู่กลยุทธ์การลงทุนที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ Mizuho Bank จะช่วยต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจของเครือซีพี เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ ESG เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเร่งขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว” ดร. ธีระพล กล่าวย้ำ

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครั้งนี้ครอบคลุม 4 หัวข้อหลัก โดยเริ่มจาก Session 1: Overview and Trend in Sustainable Finance in APAC นำเสนอโดย Ms. Ivy Lau, Head of APAC ESG Solutions, Mizuho Bank ซึ่งให้ภาพรวมแนวโน้มการเงินเพื่อความยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงบทบาทของ Green Finance และเครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ช่วยสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืน และการพัฒนาสังคม
ต่อด้วย Session 2: Considerations for Structuring Sustainable Finance for CP Group โดย Mr. Renan Raimundus, APAC ESG Solutions, Mizuho Bank ถ่ายทอดแนวทางและข้อพิจารณาในการออกแบบเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของเครือซีพี โดยเชื่อมโยงเป้าหมายด้าน ESG เข้ากับแผนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน
ภายหลังช่วงพัก Ms. Megumi Muto, Deputy Chief Sustainability Officer, Mizuho Financial Group ร่วมกล่าวในช่วง Brief Remarks ก่อนเข้าสู่ Session 3: Introduction to Adaptation and Resilience (A&R) Theme นำเสนอโดย Ms. Ivy Lau, Head of APAC ESG Solutions, Mizuho Bank ซึ่งมุ่งทำความเข้าใจแนวคิดด้าน Adaptation & Resilience หรือการปรับตัวและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความสำคัญของการเงินที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารความเสี่ยงและรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานท่ามกลางความท้าทายในอนาคต
ปิดท้ายด้วย Session 4: Improving CP Group’s ESG Risk Rating โดย Mr. Terence Chua และ Ms. Marlet Bueno จาก APAC ESG Advisory, Mizuho Bank ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับการประเมินความเสี่ยงและคะแนน ESG Rating ของเครือซีพี ครอบคลุมการบริหารความเสี่ยง การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน และการเสริมสร้างความโปร่งใส เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
กิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยง Finance, Business Strategy และ Sustainability เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้ความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุนอย่างแท้จริง พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และความร่วมมือกับสถาบันการเงินระดับโลกสู่การพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ สร้างผลลัพธ์ด้าน ESG ที่วัดผลได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเครือซีพีเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว





