พาณิชย์เผย ม.ค. – ก.ย. ปี 66 ต่างชาติลงทุนในไทย 84,013 ล้านบาท ญี่ปุ่นอันดับ 1

ไตรมาส 1-3 ของปี 66 ต่างชาติลงทุนในไทยรวม 84,013 ล้านบาท อันดับ 1 ยังคงเป็นญี่ปุ่นครองแชมป์ลงทุนมูลค่า 22,929 ล้านบาท รองลงมาสิงคโปร์ 20,513 ล้านบาท และจีน 13,377 ล้านบาท มีการจ้างงานคนไทย 5,703 คน

นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 3 ไตรมาสของปี 2566 (ม.ค. – ก.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 493 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 166 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 327 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 84,013 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 5,703 คน

ทั้งนี้ ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

1. ญี่ปุ่น 111 ราย (สัดส่วน 23%) เงินลงทุน 22,929 ล้านบาท

2. สหรัฐอเมริกา 80 ราย (สัดส่วน 16%) เงินลงทุน 3,986 ล้านบาท

3. สิงคโปร์ 77 ราย (สัดส่วน 16%) เงินลงทุน 20,513 ล้านบาท

4. จีน 38 ราย (สัดส่วน 8%) เงินลงทุน 13,377 ล้านบาท

5. ฮ่องกง 20 ราย (สัดส่วน 4%) เงินลงทุน 5,369 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันปี 2565 พบว่า

  • การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 57 ราย (คิดเป็น 13%)
  • มูลค่าการลงทุนลดลง 15,355 ล้านบาท (คิดเป็น  15%)
  • การจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 1,662 ราย (คิดเป็น  41%)

โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่น เช่นเดียวกับปี 2565 ขณะที่ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเดือนม.ค. – ก.ย. 2566 ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายการส่งเสริมการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ

  • บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย
  • บริการบำรุงรักษาหลุมขุดเจาะปิโตรเลียมบนชายฝั่ง
  • บริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ปรับปรุง พัฒนา ทดลองระบบ เชื่อมระบบ และการเปิดใช้งาน ตลอดจนการบริหารจัดการสำหรับโครงการรถไฟฟ้า
  • บริการก่อสร้าง รวมทั้ง ติดตั้ง และทดสอบเกี่ยวกับการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติและสถานีควบคุมก๊าซธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับโครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก
  • บริการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์และสำหรับที่ใช้ในสถานพยาบาล
  • บริการซอฟต์แวร์ ประเภท ENTERPRISE SOFTWARE และ DIGITAL CONTENT
  • บริการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งให้บริการแก่กิจการของวิสาหกิจในเครือในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามมการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือน ม.ค. – ก.ย. 2566 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 99 ราย คิดเป็น 20% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 16,140 ล้านบาท คิดเป็น19% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจาก

  • ญี่ปุ่น 41 ราย ลงทุน 6,728 ล้านบาท
  • จีน 18 ราย ลงทุน 1,990 ล้านบาท
  • ฮ่องกง 6 ราย ลงทุน 4,046 ล้านบาท
  • ประเทศอื่นๆ อีก 34 ราย ลงทุน 3,376 ล้านบาท

โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

  • บริการให้คำปรึกษาแนะนำด้านการบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ
  • บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การออกแบบ และทดลองการใช้งานเครื่องอัดอากาศ และดำเนินการวิเคราะห์ทางวิศวกรรม เป็นต้น
  • บริการออกแบบแม่พิมพ์โลหะสำหรับผลิตชื้นส่วนยานยนต์
  • บริการรับจ้างผลิตชิ้นส่วนโลหะ
  • บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาและแนะนำ การออกแบบ การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องจักร (Modifies) สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์

ทั้งนี้ เฉพาะเดือน ก.ย.  2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 59 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 22 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 37 ราย เงินลงทุนทั้งสิ้น 18,229 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง มีการจ้างงานคนไทย 1,219 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยของก๊าซในอุตสาหกรรม องค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและการออกแบบโรงประกอบฐานล่างของรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์ต่อพ่วงทางการเกษตร และองค์ความรู้เกี่ยวกับการกลึงลานด้วยเครื่องจักรสำหรับการกลึงข้อต่อ เป็นต้น

ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปี และตลอดปี 2566 จะมีจำนวนนักลงทุนและเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากเป้าหมายของภาครัฐ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการลงทุนจากต่างชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ผนวกกับมาตรการต่างๆ ในการเร่งผลักดันการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างแรงดึงดูดแก่นักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

ธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่

  • บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบระบบ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซสำหรับโครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซ
  • บริการทางวิศวกรรม โดยการให้คำปรึกษาด้านการสำรวจและออกแบบทางวิศวกรรมก่อสร้างสำหรับโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้า
  • บริการรับจ้างผลิตเครื่องประดับจากวัตถุดิบหลายชนิด เช่น ทองเหลือง ดีบุก ตะกั่ว พลอยเทียม และพาราเดียม เป็นต้น
  • บริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล

ที่มา : กองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า