ทรู คอร์ปอเรชั่นก้าวสู่บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำ พร้อมลุยสร้างเครือข่ายที่เหนือกว่ายกระดับประสบการณ์ลูกค้า ชู “Synergies” 2.5 แสนล้านบาท

กรุงเทพฯ : 26 กันยายน 2566 –  บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยผลประโยชน์ที่ได้จากการควบรวมกิจการ คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) 2.5 แสนล้านบาท โดยมีการระบุถึงปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งร้อยละ 35 มาจากระบบโครงข่ายเดียว (Single Grid) คาด EBITDA เติบโต แซงการเติบโตของรายได้จากการให้บริการจากการมุ่งที่การเติบโตอย่างมีกำไรในการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ โดยคาดว่าจะสามารถประหยัดกระแสเงินสดได้ในระดับคงที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ปี 2569

คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่นเป็นผลจากการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเมื่อพิจารณาจากมูลค่าของกิจการ ซึ่งมีฐานความแข็งแกร่งและประสบการณ์จากผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดไทยในการทำธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย รวมถึงมีความครอบคลุมของช่องทางกระจายสินค้า และเทเลนอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์ในการดำเนินกิจการด้านโทรคมนาคมที่เน้นเรื่องผลประกอบการและการสร้างผลกำไร วันนี้เราเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมเคลื่อนที่ของไทยด้วยยอดผู้ใช้งานมากกว่า 51 ล้านเลขหมาย โดยมีผู้ใช้งานออนไลน์ 3.8 ล้านคน และผู้ใช้งานดิจิทัล 40 ล้านคน เราเปลี่ยนองค์กรของเราจากบริษัทโทรคมนาคมสู่บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำของไทย โดยการผสานธุรกิจด้านการเชื่อมต่อ และความสามารถในการดำเนินการธุรกิจ เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการขยายขีดความสามารถของเราไปยังกลุ่มผู้บริโภค กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรม เราจะสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตทางธุรกิจนอกเหนือบริการเชื่อมต่อด้วยวิสัยทัศน์ของเราในการมุ่งสู่บริษัทโทรคมนาคม-เทคโนโลยีชั้นนำ”

คุณชารัด เมห์โรทรา รองประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการรวมโครงสร้างเสาสัญญาณระบบโครงข่ายเดียว (Single Grid) จะเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานของเรา ในขณะที่เราบูรณาการโดยการปรับลดโครงสร้างพื้นฐานที่ซ้ำซ้อนลง 30% แต่สร้างเครือข่ายที่รองรับสัญญาณเพิ่ม ครอบคลุม กว้างขึ้น และดีกว่าสำหรับลูกค้าของเรา โดยมุ่งเน้นการดำเนินการแบบเจาะลึกในรายละเอียด ลดช่องว่างพื้นที่ใช้งาน พร้อมเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยีเสาสัญญาณล้ำสมัยที่ผสานหลากหลายคลื่นความถี่ ทั้งนี้ ในการรวมโครงข่าย เราจะมุ่งเน้นความสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าให้ดีขึ้นด้วยชุดคลื่นความถี่แต่ละชุดที่เรามี การสร้างเครือข่ายที่มีความครอบคลุมที่ทับซ้อน และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ด้วยการดำเนินการจากพันธมิตรระดับโลก เราตั้งเป้าโครงการระบบโครงข่ายเดียว (Single Grid) แล้วเสร็จภายในปี 2568

ทรู คอร์ปอเรชั่นจะมุ่งหน้าสร้างคุณค่าสำหรับลูกค้าของเราด้วยความแตกต่างด้วยข้อเสนอผลิตภันฑ์และบริการที่หลากหลายตรงความต้องการของลูกค้า โดยใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ที่มีความล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับบริการทั้งออนไลน์และออฟไลน์ด้วยประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ ทั้งนี้ การสร้างรายได้จากบริการ 5G การใช้กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย (Up-selling) และการเสนอขายสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง (Cross-Selling) ด้วยข้อเสนอพิเศษ พร้อมทั้งยกระดับการให้บริการลูกค้าแบบพรีเมี่ยมด้วยบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับตัวของข้อเสนอในตลาดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน”

คุณนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “มากกว่า 100 ปัจจัยที่จะสร้างมูลค่าผลประโยชน์ที่ได้จากการควบรวมกิจการ 2.5 แสนล้านบาท โดย 15 อันดับแรกจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ได้จากการควบรวมกิจการคิดเป็นร้อยละ 85 ของมูลค่ารวม ค่าใช้จ่ายหลักในการผสานรวมกันจะเกิดขึ้นภายในปี 2567 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทบรรลุผลประโยชน์ที่ได้จากการควบรวมกิจการสุทธิเป็นบวกในปี 2568 และมีกำไร โดยทรู คอร์ปอเรชั่นคาดว่าจะสามารถรับรู้การประหยัดกระแสเงินสดได้ในระดับคงที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่ปี 2569

ด้วยการมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างของต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การใช้สินทรัพย์เพื่อให้ก่อประโยชน์สูงสุด และการเติบโตแบบมีกำไร EBTIDA จะเติบโตเร็วกว่ารายได้จากการให้บริการ โดยคาดว่าอัตรา EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการจะดีขึ้น 11 จุด (Percentage point) ภายในปี 2570 ทั้งนี้ ด้วยผลประโยชน์จากการรวมการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบโครงข่ายเดียว (Single Grid) รวมถึงการรวมคลื่นความถี่ และความมีวินัยในการบริหารจัดการเงินลงทุนซึ่งฝังอยู่ในวิถีการทำงานของเรา ค่าใช้จ่ายการลงทุน CAPEX ของทรู คอร์ปอเรชั่นหลังจากการรวมเครือข่ายเสร็จสมบูรณ์คาดว่าจะลดลงครึ่งหนึ่งจากช่วงก่อนควบรวม ทั้งนี้ ในฐานะผู้นำในการให้บริการด้าน เทคโนโลยีที่มีจุดแข็งจากผู้ถือหุ้นของเรา ทรู คอร์ปอเรชั่นพร้อมที่จะผลักดันประเทศไทยให้เข้าถึงโอกาสใหม่และส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคน”

สำหรับการคาดการณ์ในปี 2566 บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ระบุแนวโน้มสำหรับปี 2566 ซึ่งคิดเป็นระยะเวลา 10 เดือนของการดำเนินงานนับจากวันทีมีการควบรวม

  • รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) คงที่
  • คาดว่า EBITDA จะมีการเติบโตที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ-ปานกลาง (low-to-mid single digit)
  • เงินลงทุน หรือ CAPEX ประมาณการณ์ไว้ที่ 25,000 – 30,000 ล้านบาท

 

Future Ready True: Geared up to become the leading Telecom-tech company with superior network and customer experience, delivering THB 250 billion synergies

Bangkok, 26 September 2023 – At their Capital Markets Day today, the Management of True Corporation revealed synergies of THB 250 billion in Net Present Value (NPV). The management also outlined details of key areas contributing to the synergies, with 35% delivered by the network consolidation project “Single Grid”. EBITDA growth will surpass Service Revenue growth as the company focuses on profitable growth while undergoing a large-scale transformation. True Corporation expects to achieve steady state cashflow savings of approximately THB 22 billion from 2026.

Manat Manavutiveth, True Corporation’s Chief Executive Officer, said, “True Corporation represents the largest telecom amalgamation in Asia in terms of enterprise value. Together we benefit from the experience and strengths of our shareholders, with CP Group bringing Thai market expertise, a wide variety of business and channels in their portfolio and a diverse and widespread distribution footprint. From Telenor Group, we gain the expertise of Telecommunications, with operational performance and profit driven focus. We are leading Thailand’s mobile market with over 51 million subscribers while serving 3.8 million online users and 40 million digital users. We are transforming ourselves from Telecom to Telecom-Tech, by combining our core connectivity and business capabilities with advanced technologies. By extending our capabilities to consumers, businesses, and industries, we will generate new growth opportunities beyond connectivity and deliver on our vision to lead Thailand’s Telecom-Tech frontier.”

Sharad Mehrotra, True Corporation’s Deputy Chief Executive Officer, said, “Our network consolidation project, Single Grid, will be the core of our operations, as we integrate by reducing redundant infrastructure by 30%, yet building a denser, wider, and better network for our customers. We will focus on granular level execution, reducing coverage gaps, while strengthening and modernizing our towers with multiple bands. As we integrate our networks, our key priority will be ensuring good customer experience through band-wise execution, creating overlapping coverage and utilizing real-time insights. With the support of world-class vendors and partners, we aim to deliver the Single Grid within 2025.

We will also create value for our customer base through product differentiation with a wide range of service propositions that cater to customer preferences and using next-generation AI and enhanced capabilities, while using channel harmonization to provide seamless online-offline experience. 5G monetization, upselling and cross selling of convergence offerings, premiumizing of customers with digital services and ongoing rationalization of offers in the market will be the key levers for sustainable growth.”

Nakul Sehgal, True Corporation’s Co-Chief Financial Officer, said, “Over 100 initiatives contribute to the THB 250 billion synergies, with the top 15 driving 85% of all synergy values. The bulk of the integration related spending will be taking place by 2024, as a result of which the company will achieve net positive synergies in 2025, becoming profitable. True will realize steady state cashflow savings of approximately THB 22 billion from 2026 onwards.

With continued focus on structural optimization of costs, sweating of assets and profitable growth, EBTIDA will grow faster than Service Revenue, with EBITDA to Service Revenue Margin expected to improve 11 pp by 2027. Benefiting from procurement synergies and Single Grid including spectrum pooling, disciplined capex management which has been engrained in our way of work, the CAPEX intensity of True is expected to be half of pre-amalgamation levels after the completion of network consolidation. As a leading technology provider with competitive edge from the strengths of our shareholders, True Corporation is well positioned in Thailand to grab untapped opportunities and deliver value for all stakeholders.”

For FY 2023 outlook, True Corporation Plc. has indicated the following guidance for 2023 accounting for 10 months of operations from the date of the amalgamation:

  • Flat Service Revenue (excluding IC)
  • Low-to-mid single digit growth in EBITDA
  • CAPEX of THB 25 – 30 billion

 

ที่มา ทรู