Young Transformative Leaders (YTL) จุดพลังคนรุ่นใหม่เครือซีพี เปลี่ยนไอเดียความยั่งยืน สู่ Impact ที่วัดผลได้จริง เปิดโลกเรียนรู้จากธุรกิจจริง เติมเครื่องมือคิด สร้างเครือข่ายความร่วมมือ ขับเคลื่อน 6 โครงการ สู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เพราะการสร้างความยั่งยืนไม่ใช่แค่การมีไอเดียที่ดี แต่คือการเปลี่ยนไอเดียนั้นให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงสำหรับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงเดินหน้าบ่มเพาะพลังผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโครงการ Young Transformative Leaders (YTL) เปิดพื้นที่ให้คนซีพีได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนมุมมองข้ามธุรกิจ และต่อยอดแนวคิดสู่โครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด YTL จัดกิจกรรม Field Trip & Learning Day ระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงทั้งธุรกิจ เทคโนโลยี และความยั่งยืน พร้อมเสริมทักษะการออกแบบโครงการและประเมินผลกระทบทางสังคม เพื่อให้คนรุ่นใหม่ก้าวจากการเป็นผู้มีไอเดีย สู่การเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลและขยายผลได้จริง

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งต่อยอดแรงบันดาลใจจากเวทีระดับโลก One Young World ให้กลายเป็นพลังการลงมือทำ ผ่าน 6 โครงการสำคัญที่คนรุ่นใหม่ร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เปิดโลกความยั่งยืนจากธุรกิจจริง ปรับเพิ่ม “คุณค่า”

ไฮไลต์ของกิจกรรมคือ Sustainability Field Trip Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทั้ง 6 โครงการ ได้แก่ #FIGHTหมอกควัน ระยะที่ 2, Food Waste, Zero Waste, โครงการเพื่อการศึกษา, Zero Hunger และ Cyber Security ได้เรียนรู้แนวทางดำเนินงานด้านความยั่งยืนจากธุรกิจในเครือ ผ่านกระบวนการทำงานจริงที่สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้กับโครงการของตนเองได้

  • บริษัท ซีพีแรม จำกัด เรียนรู้เรื่อง Food Waste Management & Resource Efficiency การบริหารจัดการขยะอาหารและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคุณณัฐสิทธิ์ อึ๊งภากรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักการผลิต 1 ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

  • บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด โรงงานนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียนรู้เรื่อง Sustainable Agriculture & Traceability แนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนและระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยมีคุณองอาจ จัมปากะนันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านธุรการสายการผลิตข้าว และดร.สดุดี สุพรรณไพ รองกรรมการผู้จัดการด้านความยั่งยืนธุรกิจ CPCRT  ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชม

 

  • สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) เรียนรู้เรื่อง Renewable Energy & Carbon Management การใช้พลังงานหมุนเวียนและการบริหารจัดการคาร์บอน โดยมีคุณสิรวิชญ์ เจริญเขตต์ Associate – Business Development คุณณปภัช พรหมพล Manager – Corporate  Communication บริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังงานโซลาเซลล์ และคุณภูริพัฒน์ ธนะขว้าง ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิทัศน์ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกป่าเพื่อจัดการคาร์บอน

ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นว่า ความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนของธุรกิจ ตั้งแต่การลดการสูญเสียทรัพยากร การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ไปจนถึงการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญคือการนำบทเรียนจากหน้างานจริงกลับไปพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

 

จากไอเดียสู่ Impact ที่วัดผลได้ เปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นผลลัพธ์

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกิจกรรมคือ Learning Day ซึ่งได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยคุณพรรณรัตน์ เชี่ยวชาญ ผู้จัดการทั่วไป คุณสาธิตา รุ่งอรุโณทัย ผู้จัดการทั่วไป และคุณชัยมงคล ธรรมทวีนันท์ ผู้จัดการฝ่าย ในหัวข้อ Designing Sustainable Impact

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางออกแบบโครงการให้ตอบโจทย์ปัญหาอย่างตรงจุด กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดให้ชัดเจน ตลอดจนประยุกต์ใช้เครื่องมือ Social Return on Investment (SROI) เพื่อประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน และ Project Valuation เพื่อประเมินมูลค่าและความคุ้มค่าของโครงการ

นอกจากองค์ความรู้ด้านเครื่องมือและการประเมินผลแล้ว ยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายด้านความยั่งยืน เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นภาพการทำงานที่รอบด้านมากขึ้น ไม่ใช่เพียงวัดว่าโครงการดำเนินการไปแล้วกี่กิจกรรมหรือเข้าถึงคนกี่คน แต่ต้องตอบให้ได้ว่า สิ่งที่ทำสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร และคุณค่าที่เกิดขึ้นนั้นสามารถต่อยอดได้ไกลแค่ไหน

เติมแรงบันดาลใจอีกขั้นผ่าน Session พิเศษจาก คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงและผู้ร่วมก่อตั้ง Environmental Education Centre Thailand (EEC Thailand) ซึ่งร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการสร้างความเปลี่ยนแปลงผ่านการลงมือทำจริง พร้อมฝากข้อคิดทรงพลังในการขับเคลื่อนสังคมว่าต้องเริ่มต้นจากการ “จริงใจกับคน จริงจังกับงาน” ทั้งยังส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าก้าวข้ามข้อจำกัด เรียนรู้จากอุปสรรค และเดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง

 

6 โครงการ 6 มุมมอง พลังคนรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ทำให้กิจกรรมครั้งนี้มีความหมาย ไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ที่ได้รับ แต่คือการที่แต่ละทีมสามารถมองเห็นโอกาสพัฒนาโครงการของตนเองได้ชัดเจนขึ้น ทั้งด้านเป้าหมาย การวัดผล และการขยายผลในระยะยาว

Food Waste | เปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

คุณสวภัทร เปล่งจิตรเสถียร ตัวแทนโครงการ Food Waste จาก Ready To Eat CP ALL สะท้อนว่า การเรียนรู้ครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองทั้งด้านการจัดการอาหารและวัตถุดิบ ตลอดจนการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม ทีมเตรียมนำองค์ความรู้ไปต่อยอดโครงการลดขยะอาหารพร้อมทาน พัฒนามาตรฐานการจัดการผลิตภัณฑ์อาหารส่วนเกิน และเพิ่มระบบติดตามอาหารตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าอาหารส่วนเกินถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร พร้อมลดการสูญเสียทรัพยากรและสร้างคุณค่าให้ครอบคลุมทั้งสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ

Zero Hunger | จากการช่วยเหลือ สู่ระบบอาหารที่ยั่งยืน

คุณอรพนา สุขสมัย ตัวแทนโครงการ Zero Hunger กล่าวว่า การเรียนรู้ทำให้ทีมเห็นความสำคัญของการสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้รับประโยชน์พึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยเตรียมนำแนวคิด Knowledge Management และ Digital Record มาต่อยอดโครงการไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน จัดเก็บองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ และผสาน AI เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับไข่ไก่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์และขยายผลสู่โรงเรียนหรือชุมชนอื่นได้อย่างต่อเนื่อง

Zero Waste | เปลี่ยนของเหลือให้เป็นโอกาส

คุณธนพร จงพัฒนสมบัติ ตัวแทนโครงการ Zero Waste (Food Waste) จาก CP AXTRA กล่าวว่า ความรู้ด้านการบริหารโครงการและ SROI ช่วยให้ทีมกำหนดเป้าหมายและแนวทางวัดผลได้ชัดเจนขึ้น โดยมีแผนขยายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์เป็นอาหารสัตว์ สร้างเครือข่ายเกษตรกรเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาการดำเนินงานร่วมกัน พร้อมขยายพื้นที่จากบางนาไปยังจังหวัดปทุมธานี เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

Cyber Security | สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้คนและธุรกิจ

คุณธัชกร ฉันทานนท์ ตัวแทนโครงการ Cyber Security มองว่า การเรียนรู้และการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างหน่วยธุรกิจช่วยเพิ่มโอกาสในการขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลจริง ทีมเตรียมนำ Framework ที่ได้รับไปใช้วัดผลลัพธ์และวิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ชัดเจนขึ้น พร้อมต่อยอดแนวคิด Cyber Resilience เริ่มจากการสร้างความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ให้พนักงานสามารถนำไปดูแลครอบครัวและชุมชน ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้ห่วงโซ่อาหาร ธุรกิจค้าปลีก และบริการดิจิทัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน

Education | ใช้ AI สร้างโอกาสการเรียนรู้ที่ทั่วถึง

คุณแพรวา อัครภูษิต ตัวแทนโครงการเพื่อการศึกษา กล่าวว่า กิจกรรมช่วยเติมทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และกำลังใจให้ทีมเดินหน้าพัฒนาโครงการ AI สู่โรงเรียนไทย หลังจากที่ผ่านมาโครงการได้พัฒนาทักษะ AI ให้บุคลากรทางการศึกษาแล้วกว่า 20,000 คน เป้าหมายต่อไปคือการวัดผลให้ลึกกว่าจำนวนผู้ผ่านการอบรม โดยประเมินว่า AI ช่วยลดภาระงานครู เพิ่มเวลาในการดูแลนักเรียน และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ได้จริงเพียงใด พร้อมนำแนวคิด SROI มาพัฒนาตัวชี้วัดและสร้างต้นแบบการใช้ AI ในโรงเรียนที่สามารถนำไปปรับใช้และขยายผลได้ เพื่อช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาและเพิ่มโอกาสให้เด็กไทยเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

#FIGHTหมอกควัน ระยะที่ 2 | พลังความร่วมมือเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

สำหรับโครงการ #FIGHTหมอกควัน ระยะที่ 2 การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกโอกาสในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการโครงการเข้ากับโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาแนวทางดำเนินงานให้มีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง

ทั้ง 6 โครงการสะท้อนให้เห็นว่า แม้โจทย์ความยั่งยืนจะแตกต่างกัน แต่ทุกทีมมีเป้าหมายร่วมกัน คือการเปลี่ยนความตั้งใจให้เป็นการลงมือทำที่สร้างคุณค่า และพัฒนาผลลัพธ์ให้ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพราะผู้นำแห่งอนาคต ไม่ได้หยุดอยู่ที่การคิด แต่พร้อมลงมือเปลี่ยนแปลง

กิจกรรม YTL Field Trip & Learning Day จึงเป็นมากกว่าการศึกษาดูงานหรือการอบรม แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง กล้าตั้งคำถาม แลกเปลี่ยนแนวคิดข้ามหน่วยธุรกิจ และกลับไปมองโครงการของตนเองด้วยมุมมองที่กว้างและลึกกว่าเดิม

จากการเรียนรู้ในโรงงาน สู่การทำความเข้าใจเครื่องมือประเมินผลกระทบ จากแรงบันดาลใจของผู้ลงมือทำจริง สู่แผนงานที่มีเป้าหมายและตัวชี้วัดชัดเจน ทุกองค์ประกอบล้วนช่วยเสริมพลังให้คนรุ่นใหม่พร้อมขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม

เพราะความยั่งยืนไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นได้เมื่อคนที่มีความตั้งใจมารวมพลังกัน และเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นการลงมือทำ

YTL จึงไม่ใช่เพียงเวทีพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ แต่คือจุดเริ่มต้นของพลังคนซีพีที่พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลง ขยายผลความดี และร่วมขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน