
คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมด้วยคณะ “ซีพีอาสา” อาทิ ดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ คุณจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคุณธเรศน์ เจียรไพศาลเจริญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด พร้อมด้วยเพื่อนพนักงานจากกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ได้รับบาดเจ็บและประชาชนผู้อพยพจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน เพื่อส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่ประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยได้มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์กู้ชีพ มูลค่ารวม 10 ล้านบาท ถุงกำลังใจจำนวน 500 ชุด วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารให้แก่โรงครัวพระราชทาน รวมถึงเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับเด็ก ยึดหลักการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เคียงข้างประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและไม่ทอดทิ้ง

คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ความเสี่ยง และความสูญเสีย สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าตัวเลขหรือผลลัพธ์ใด ๆ คือการไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง ซีพีเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าหน้าที่ของภาคเอกชน มิได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินธุรกิจ แต่คือการยืนหยัดอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกห้วงเวลา โดยเฉพาะยามที่ประเทศต้องการพลังใจและการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม
จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เครือซีพีได้รับทราบว่าบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ยังขาดแคลนอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อการช่วยชีวิต โดยเฉพาะเครื่องช่วยกดหน้าอกฟื้นคืนชีพแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถให้แรงกดที่สม่ำเสมอ แม่นยำ และต่อเนื่องกว่าการกดด้วยมือ ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากความอ่อนล้าของผู้ช่วยชีวิต ทำให้การไหลเวียนของโลหิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นในช่วงนาทีวิกฤต

ขณะเดียวกัน ซีพีให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อเด็กและกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่เด็กจำนวนหนึ่งขาดโอกาสในการเรียนการสอนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง สุขภาพกายและสุขภาพใจของเด็กจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้ ซีพีจึงสนับสนุนการเรียนรู้และกิจกรรมที่ช่วยประคับประคองพัฒนาการของเด็ก เพื่อให้พวกเขายังสามารถเรียนรู้ เติบโต และมองเห็นความหวังท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย
การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การสนับสนุนระบบสาธารณสุข และการเสริมศักยภาพการดูแลชีวิตในพื้นที่แนวหน้า รวมถึงการดูแลเด็กและผู้เปราะบาง มิได้เป็นเพียงการตอบสนองต่อวิกฤติในระยะสั้น แต่คือการลงทุนเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของสังคมไทยในระยะยาว เพื่อให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์สามารถยืนหยัด ปฏิบัติหน้าที่ และก้าวผ่านความท้าทายไปได้อย่างเข้มแข็ง ด้วยระบบที่พร้อมและดูแลกันได้อย่างต่อเนื่อง

ซีพีอาสาจะไม่ทอดทิ้งคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด และจะยังคงเดินหน้าส่งต่อความห่วงใยอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้หลักการ ‘สามประโยชน์’ คือ ประโยชน์ของประเทศ ประโยชน์ของประชาชน และประโยชน์ขององค์กร ซึ่งเป็นแนวคิดที่ ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส และท่านประธานกรรมการสุภกิต เจียรวนนท์ ได้ยึดถือและปลูกฝังให้เป็นรากฐานของการดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์มาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตที่แท้จริงและยั่งยืน ต้องเป็นการเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทยไปพร้อมกัน”

สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้มอบความช่วยเหลือด้านการแพทย์รวมมูลค่า 10 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 โครงการสำคัญ โครงการแรกคือโครงการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อลำเลียงผู้ป่วยบาดเจ็บทางอากาศ มูลค่ารวม 4,000,000 บาท ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ 7-Eleven และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทละ 2,000,000 บาท บริจาคผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า อุปกรณ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลำเลียงผู้บาดเจ็บจากพื้นที่ความเสี่ยงหรือพื้นที่ทุรกันดารทางอากาศ โดยช่วยรักษาสภาพผู้ป่วยให้คงที่ระหว่างการเคลื่อนย้าย ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทุกนาทีมีความหมาย

ขณะเดียวกัน ยังได้ดำเนินโครงการจัดหาเครื่องช่วยกดหน้าอกฟื้นคืนชีพแบบอัตโนมัติ (Auto CPR) สำหรับโรงพยาบาลในพื้นที่ มูลค่ารวม 6,000,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ Makro-Lotus’s และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF บริษัทละ 2,000,000 บาท บริจาคผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลอานันทมหิดล เครื่อง Auto CPR เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่สามารถกดหน้าอกผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง มีความแม่นยำ และสม่ำเสมอตามมาตรฐานทางการแพทย์ ลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์เร่งด่วน และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยได้ส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลค่ายทหารหน้าแนว ได้แก่ โรงพยาบาลอานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี จำนวน 2 เครื่อง โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 2 เครื่อง โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 1 เครื่อง และโรงพยาบาลค่ายสุรสิงหนาท จังหวัดสระแก้ว จำนวน 1 เครื่อง เพื่อเสริมศักยภาพการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างรอบด้าน

ในการนี้ พ.อ. สุรังค์ วิทยาวงศรุจิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า “ ปัจจุบันโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 141 ราย โดยในกรณีผู้ป่วยอาการหนัก ได้ดำเนินการส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว 12 ราย จึงขอขอบพระคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างจริงใจ ที่ได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับการลำเลียงผู้บาดเจ็บทางอากาศ และเครื่องช่วยกดหน้าอกฟื้นคืนชีพแบบอัตโนมัติ ซึ่งความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นพลังสำคัญในการเสริมศักยภาพระบบสาธารณสุข และสะท้อนถึงการยืนเคียงข้างกันของทุกภาคส่วนในยามที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด”

นอกจากนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ และคณะ ยังได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตจำนวน 77 ราย เพื่อมอบถุงกำลังใจจำนวน 300 ถุง เบเกอรี่ 5,000 ชิ้น พร้อมติดตั้งอุปกรณ์โทรทัศน์เพื่อรับชมรายการทรูปลูกปัญญา และทรู คลิก ไลฟ์ ผ่านระบบ True Visions พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ สำหรับผู้อพยพที่เป็นเด็ก สนับสนุนซิมเติมเงิน จุดบริการ Wi-Fi และจุดเติมแบตเตอรี่ เพื่อช่วยให้ผู้พักพิงสามารถติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้มอบวัตถุดิบสำหรับโรงครัวพระราชทาน ประกอบด้วยไข่ไก่ 10,000 ฟอง เนื้อไก่ 500 กิโลกรัม และเนื้อหมู 200 กิโลกรัม ก่อนเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราววัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อมอบถุงกำลังใจเพิ่มเติมอีก 200 ถุง ให้แก่ประชาชนอพยพจำนวน 435 ราย จาก 255 ครัวเรือน ซึ่งประกอบด้วยประชาชนทั่วไป ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง และเด็กเล็ก

ก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 8–16 ธันวาคม 2568 เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจในเครือ ได้ระดมพลัง “ซีพีอาสา” ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้อพยพและผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 8 จังหวัด 22 อำเภอ 58 จุด โดยมุ่งเน้นการดูแลศูนย์พักพิงเป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านอาหาร ปัจจัยพื้นฐาน และการสื่อสาร รวมมูลค่าความช่วยเหลือ 4,250,934 บาท สนับสนุนอาหารและวัตถุดิบที่จำเป็น อาทิ ข้าวกล่องพร้อมทาน 5,308 กล่อง ไข่ไก่ซีพี 26,830 ฟอง วัตถุดิบสด 10,418 กิโลกรัม น้ำดื่ม 7,677 ขวด และอาหารสัตว์เลี้ยง 10,000 กิโลกรัม ครอบคลุมศูนย์พักพิงผู้อพยพ 50 แห่ง โรงครัวพระราชทาน 3 แห่ง โรงครัวชุมชน 8 แห่ง และมูลนิธิ 1 แห่ง


ขณะเดียวกัน กลุ่มทรูได้เสริมพลังด้านการสื่อสารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในภาวะวิกฤติ ด้วยการให้บริการ Free Wi-Fi ณ ศูนย์อพยพ 37 แห่ง สนับสนุนอินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB นาน 7 วัน แจกซิมการ์ด 10,000 ซิม เสริมสัญญาณด้วยรถโมบายทรู 7 จุด พร้อมตั้งจุดชาร์จพาวเวอร์แบงก์และติดตั้งโทรทัศน์ในศูนย์อพยพหลัก เพื่อช่วยให้ผู้อพยพสามารถติดต่อสื่อสาร รับข้อมูลข่าวสาร และคลายความกังวลในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ตอกย้ำบทบาทขององค์กรที่ไม่ได้เพียงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์ ผ่านพลังของ “ซีพีอาสา” ที่พร้อมลงมือช่วยเหลือด้วยหัวใจ ภายใต้หลักการสามประโยชน์ เพื่อร่วมประคับประคองประชาชนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤติด้วยความเข้มแข็ง ศักดิ์ศรี และความหวังไปด้วยกัน










