
นครราชสีมา, 12 มกราคม 2569 – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าเปิดเวทีจุดประกายพลังความคิดเชิงนวัตกรรมให้พนักงานในเครือจากทั่วโลก ผ่านโครงการ CP Exponential Surge ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์และพัฒนาไอเดียทางธุรกิจให้สอดคล้องกับโจทย์ยุทธศาสตร์ของกลุ่มธุรกิจ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตแบบก้าวกระโดดในโลกธุรกิจยุคใหม่ โดยนำค่านิยมหลักของเครือซีพี ได้แก่ การยอมรับการเปลี่ยนแปลง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ตลอดจนการทำงานอย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสังคมในอนาคต โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากพนักงานในกลุ่มธุรกิจเครือซีพีทั่วโลก ส่งผลงานเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก


ภายในงานได้รับเกียรติจาก ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ท่านประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณพิมลรัตน์ รีพัฒนาวิจิตรกุลประธานผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เครือเจริญโภคภัณฑ์, ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนและกลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์, คุณฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์, คุณสมศักดิ์ เลิศชัย ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไวร์เออ แอนด์ ไวร์เลส จำกัด (W&W) คุณสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ คุณวิชัย จันทร์จริยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), คุณถิรายุ ทรงเวชเกษม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจสยามแม็คโคร สายงานดิจิทัล, คุณสรรเสริญ สมัยสุต ประธานผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กรรมการผู้จัดการ Axons และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพี บีแอนด์เอฟ จำกัด, คุณสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด (CPP) และ คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านดิจิทัล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมรับฟังการนำเสนอแนวคิดเชิงนวัตกรรม พร้อมให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเชิงลึกแก่ผู้เข้าแข่งขัน โดยคณะกรรมการได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการต่อยอดโครงการสู่การปฏิบัติได้จริงในภาคธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาและจุดอ่อนของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับปีนี้ มีโครงการส่งเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือ อาทิ ซีพีเอฟ ซีพีออลล์ ซีพีแอ็กซ์ตร้า ทรู สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ อัลเทอร์วิม เอเชียเอราวัณ ฟรีวิลล์ ซีพีแลนด์ แอสเซนด์ และกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ก่อนผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนเหลือเพียง 8 ทีมสุดท้าย ที่ผ่านเข้าสู่รอบ Final Pitching โดย ท่านประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ทีมผู้ชนะ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ Exponential Surge Champion มูลค่า 1,000,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ซึ่งได้แก่ ทีม Collatech-P โครงการสกัดโปรตีนคอลลาเจนเปปไทด์จากกระดูกหมู จากซีพีเอฟ ขณะที่ รางวัลอันดับสอง Exponential Growth Innovator มูลค่า 200,000 บาท จำนวน 3 รางวัล มอบให้แก่ ทีมโครงการนวัตกรรมชุดทดสอบอัจฉริยะสำหรับตรวจการปนเปื้อนไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในน้ำนมดิบ จาก CP Meiji ทีม Natural Bio Guardนวัตกรรมถนอมความสดเพื่ออาหารปลอดภัย จากซีพีเอฟ และทีมโครงการโรงเรือนเลี้ยงกุ้งขนาดเล็ก ระบบจุลินทรีย์บำบัดน้ำไบโอฟลอค จากซีพีเอฟ ส่วน รางวัลอันดับสาม Pioneering Progress Award มูลค่า 100,000 บาท จำนวน 4 รางวัล มอบให้แก่ ทีม CP Axtra Neighborhood Data Franchise จากซีพี แอ็กซ์ตร้า ทีม iDooMoo ระบบเอไออัจฉริยะเพื่อการเฝ้าระวังและลดความสูญเสียอย่างแม่นยำในฟาร์มสุกรขุน จากซีพีเอฟ ทีม Smart and Sustainable Packaging Solutions ธุรกิจผลิตและให้บริการบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะแบบครบวงจร จาก CPPC และทีมโครงการระบบสั่งซื้ออัจฉริยะ ปฏิวัติการบริหารสินค้าด้วยเอไอ จากซีพีเอฟ

ท่านประธานกรรมการ สุภกิต เจียรวนนท์ กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นและพลังความคิดสร้างสรรค์ของทุกทีมงานที่ร่วมกันพัฒนาแนวคิดทางธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตั้งเป้าหมายการเติบโตที่ท้าทาย และการมองโอกาสในระดับโลก เพื่อยกระดับศักยภาพขององค์กรสู่การเป็นผู้นำในเวทีสากล
ท่านประธานกรรมการระบุว่า การขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบความคิดเดิม ๆ และไม่จำกัดมุมมองอยู่เพียงตลาดภายในประเทศ ควรมองเป้าหมายตลาดโลกเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจ พร้อมเสนอแนวคิดการใช้มาตรฐานขององค์กรชั้นนำระดับโลกมาเป็นคู่เทียบ เพื่อประเมินศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
ในด้านกลยุทธ์ธุรกิจ ท่านประธานกรรมการให้ขยายมุมมองการสรรหาวัตถุดิบจากแหล่งใหญ่ของโลก ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการคุณภาพของเรา อีกทั้งท่านประธานกรรมการได้เน้นย้ำถึงการใช้พลังของเครือเจริญโภคภัณฑ์และระบบนิเวศธุรกิจของเรา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้เฉพาะและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทของนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ในฐานะโอกาสสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ท่านประธานกรรมการกล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในอนาคตจะเกิดจากการมีวิสัยทัศน์ระดับโลก การผสานพลังของคน เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

ขณะที่ ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวเสริมภายในงานโครงการ CP Exponential Surge ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการขับเคลื่อนนวัตกรรมขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม โดยสิ่งที่ทุกคนได้ร่วมกันแสดงให้เห็นในวันนี้ คือการนำค่านิยมของซีพีมาปรับใช้ในการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่เป็นการลงมือปฏิบัติร่วมกันของพนักงานจากหลากหลายหน่วยงาน
ดร.อาชว์ ระบุว่า หนึ่งในค่านิยมที่สำคัญของซีพี คือการยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยโครงการ CP Exponential Surge ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าพัฒนาไอเดียทางธุรกิจ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงไม่ควรเป็นเพียงการปรับปรุงในระยะสั้น แต่ต้องเป็นกระบวนการที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ CP Exponential Surge ที่มุ่งสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร ไม่จำกัดอยู่เพียงหน่วยงานด้านวิจัยหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงานทุกคนในเครือ
ดร.อาชว์ ยังกล่าวถึงผลกระทบและเป้าหมายในอนาคตว่า แนวคิดและโครงการที่ต่อยอดจาก CP Exponential Surge ไม่เพียงสร้างประโยชน์ให้กับองค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีในวงกว้างต่อประเทศชาติ ประชาชน และภาคธุรกิจ โดยยึดมั่นในหลักความซื่อสัตย์และกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมกันนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การดำเนินธุรกิจในศตวรรษที่ 2 ด้วยการเปิดรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ CP Exponential Surge เพื่อสืบทอดมรดกทางธุรกิจขององค์กร และผลักดันซีพีให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริงในระยะยาว
“การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของพนักงานทุกคน” ดร.อาชว์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน คุณชลิตา กลัดนิ่ม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาแปรรูปสุกร ไข่ และเบเกอรี่ ซีพีเอฟ ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ กล่าวว่า ในฐานะหัวหน้าทีมรู้สึกดีใจที่งานวิจัยตัวนี้ได้รับรางวัล ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ใช้นวัตกรรมไบโอเทค เพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์จากกระดูกสัตว์ เพื่อให้ได้โปรตีนที่มีประโยชน์ ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ โดยการสกัดโปรตีนคุณภาพสูงในรูปแบบคอลลาเจนเปปไทด์ ที่ได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงเชิงพาณิชย์ แต่ยังสร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ โดยช่วยลดการนำเข้าคอลลาเจนเปปไทด์จากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังต้องนำเข้า 100% การผลิตภายในประเทศจะช่วยลดต้นทุน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพในราคาที่เหมาะสมมากขึ้น และการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ทั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับเงินรางวัล ครึ่งหนึ่งในวันประกาศผล และจะได้รับเงินรางวัลส่วนที่เหลือภายหลังจากนำแนวคิดหรือแผนงานที่นำเสนอไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจภายในระยะเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจในเครือ ควบคู่กับกระบวนการติดตามและให้คำปรึกษาอย่างเข้มข้นจากสถาบันผู้นำฯ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การจัดงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถาบันผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จังหวัดนครราชสีมา











