
สู่การอนุรักษ์ทะเลไทยยั่งยืน
ทะเลอันดามันของไทยยังคงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและต้องการการดูแลอย่างจริงจัง การอนุรักษ์ในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อรักษาความงดงาม ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว จังหวัดกระบี่ประกาศพลังความร่วมมือครั้งสำคัญในการปกป้องทะเลอันดามัน ผ่านโครงการ “Save Maya, Save Pakarang – Andaman Sea Conservation Project” ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังของ มูลนิธิอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสําราญ สินธ์ทอง รองประธานมูลนิธิอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน, นาวาเอกพิเชษฐ์ ซองตัน รองผู้อำนวยการ ศรชล.จังหวัดกระบี่, นาวาเอกอรรฆพงศ์ บรรพบุตร หัวหน้าศูนย์ควบคุมการทำประมง จังหวัดกระบี่ ศรชล.ภาค 3, นายอานนท์ ขำแก้ว และ ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ผู้บริหารโครงการสำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล หน่วยงานด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ , นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5, นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่, และ นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 (สทช.10)
นอกจากนี้ได้รับความร่วมมือจากกองทัพเรือ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ท่าอากาศยานภูเก็ต คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่ หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเด็ก เยาวชน นักเรียนนักศึกษา กว่า 300 คน สะท้อนพลังความร่วมมือที่เข้มแข็งของจังหวัดกระบี่ในการดูแลทรัพยากรทางทะเล การดำเนินงานในครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ครอบคลุมอ่าวมาหยาและแนวปะการังสำคัญของทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าระดับโลก ทั้งในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ความงดงามของภูมิทัศน์ และบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศ
โครงการ “Save Maya, Save Pakarang” ได้ดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์บูรณาการ ทั้งการติดตั้งและซ่อมแซมทุ่นผูกเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบจากการทอดสมอต่อแนวปะการัง การฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม การจัดกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะชายหาดและใต้น้ำ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้กับผู้ประกอบการ ชุมชน และเยาวชน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างสมดุล การรณรงค์ครั้งนี้มุ่งสร้างความตระหนักรู้ว่า นักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงผู้มาเยือน แต่คือ “หุ้นส่วน” สำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ การลดขยะ การไม่ทอดสมอในแนวปะการัง การไม่เหยียบหรือสัมผัสสัตว์ทะเล และการปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยาน ล้วนเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยิ่งใหญ่
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) สำนักปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล (Marine Sustainability) ได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนโครงการโดยนำศักยภาพด้านองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการความยั่งยืน มาผนวกกับพลังของหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และภาคีในพื้นที่ เพื่อยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การเข้ามามีส่วนร่วมในปีแรกนี้ เครือซีพีตั้งเป้าร่วมขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่องในปีถัดไป พร้อมขยายขอบเขตการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมชุมชนชายฝั่ง เครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว กลุ่มประมงพื้นบ้าน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคมมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดกระบี่ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลแบบมีส่วนร่วม สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทะเลอันดามันจึงไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แต่คือหัวใจของชุมชนและสมบัติของประเทศที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันปกป้องอย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อความอุดมสมบูรณ์นี้สู่คนรุ่นต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน

#ซีพีร้อยเรียงความดี
#CPGoodDeeds
#Seacosystem
#เพื่อทะเลไทยยั่งยืน #ซีพีอาสา
#มูลนิธิทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน
#CP06022026 #CPทะเลไทย

