
ในโลกของการเติบโต สำหรับคนคนหนึ่ง “บ้าน” ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความรัก ความปลอดภัย และการบ่มเพาะหัวใจให้แข็งแรง สำหรับเด็กที่ขาดความพร้อมทางครอบครัว การได้กลับมาสัมผัสไออุ่นในอ้อมกอดของพ่อแม่และสมาชิกในบ้านอีกครั้ง จึงเป็นของขวัญล้ำค่าที่ช่วยเปลี่ยนทิศทางชีวิตให้ก้าวไปสู่ความมั่นคง โครงการ “ซีพีครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม” โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงโอกาสนี้มาตลอดกว่าสองทศวรรษ มุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้เด็กที่ขาดความพร้อมได้เติบโตในครอบครัวทดแทนที่เต็มไปด้วยความรักและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

วันที่ 13 มีนาคม 2569 คุณอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย คุณสมบูรณ์ สุธีระกูล รองผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ คุณปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.บุรีรัมย์ นายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท คุณนนถวัฒน์ ประภาสัย ปลัดอาวุโส อ.ลำปลายมาศ องค์การบริหารส่วนตำบลบุโพธิ์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.บุรีรัมย์ ร่วมลงพื้นที่ตำบลบุโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามเรื่องราวความสำเร็จของโครงการฯ ที่เกิดขึ้นจากพลังของชุมชน ณ โรงเรียนวัดบ้านบุโพธิ์ ตำบลบุโพธิ์ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

“เด็กโตในครอบครัวดีที่สุด” : พลังแห่งความรักและเบ้าหลอมชุมชน สู่การสร้างชีวิตใหม่ที่ยั่งยืน
นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ได้ร่วมถ่ายทอดแง่คิดอันสำคัญถึงหัวใจหลักของงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กว่า การจัดหา “ครอบครัวอุปการะ” เพื่อทำหน้าที่ทดแทนครอบครัวเดิมที่หายไปนั้น ไม่ใช่เพียงการจัดหาที่พักพิงชั่วคราว แต่คือการมอบ “ต้นทุนชีวิต” ที่ล้ำค่าที่สุด เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างมีคุณค่า ท่ามกลางกระแสธารแห่งความรักและความมั่นคงทางจิตใจ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ว่า “เด็กเติบโตในครอบครัวได้ดีที่สุด”

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบุโพธิ์ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยมีครอบครัวอุปการะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนความหวัง ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 24 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นระหว่างกรมกิจการเด็กและเยาวชน และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความร่วมมือนี้สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง
ท้ายที่สุด หัวใจสำคัญที่ต้องยกย่องคือความเสียสละของ “ครอบครัวอุปการะ” ทุกท่าน ที่ไม่ได้เพียงแค่เปิดบ้านให้ที่พักพิง แต่เป็นการ “เปิดใจ” เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้กับเด็กๆ โดยใช้ความรักและวัฒนธรรมชุมชนอันงดงามมาเป็นเบ้าหลอมสำคัญในการขัดเกลาและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ ให้เติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักที่เข้มแข็งของสังคมไทยต่อไปอย่างยั่งยืน

นายจอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ตอกย้ำถึงหัวใจสำคัญของโครงการนี้ว่า มูลนิธิฯ มุ่งหวังให้เด็กที่ขาดโอกาสได้เติบโตในครอบครัวที่พร้อมมอบความรักและความอบอุ่นอย่างแท้จริง เพราะพัฒนาการที่สมวัยจะเกิดขึ้นได้เมื่อเด็กๆ รู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ซึ่งจะหล่อหลอมให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความกตัญญู และพร้อมที่จะกลับมาพัฒนาสังคมต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและความเข้มแข็งให้กับชุมชน ผ่านการส่งเสริมศักยภาพผู้ปกครองและคนในชุมชนในการประกอบอาชีพเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และระดับท้องถิ่นเป็นฟันเฟืองสำคัญ

ความสำเร็จที่ส่งต่อ… จากหนึ่งชุมชนสู่การสร้างโอกาสระดับภูมิภาค
จากก้าวแรกในปี 2545 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โครงการซีพีครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรมฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของตัวแบบการดูแลเด็กในชุมชนว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง จนนำมาสู่การขยายผลส่งต่อโอกาสไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือครอบคลุมถึง 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย โดยตลอดเส้นทางกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ร่วมภาคภูมิใจกับการเห็นเด็กและเยาวชนรวมกว่า 376 คน ได้เติบโตขึ้นภายใต้อ้อมกอดของครอบครัวอุปการะที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี

ความรัก… รากฐานสำคัญของการเติบโต
ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “24 ปี สานสัมพันธ์ ความฮัก จากใจ” แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการขับเคลื่อนความร่วมมือการดำเนินโครงการร่วมกันในพื้นที่ ระหว่างมูลนิธิฯ บ้านพักเด็กจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยราชการท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งในการดำเนินโครงการฯ นอกจากนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อครอบครัวอุปการะรุ่นแรกและรุ่นปัจจุบันได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงดูเด็กๆ สิ่งที่ได้รับฟังไม่ใช่เพียงแค่ภารกิจ แต่คือ “หัวใจ” ของการสร้างคน

สายใยความผูกพัน… จากใจครอบครัวสู่ความยั่งยืนของชีวิต
ภาพความประทับใจที่งดงามที่สุดของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือช่วงเวลาที่คณะผู้บริหารได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนถึง “บ้าน” ของครอบครัวอุปการะ ซึ่งแต่ละหลังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความรักที่ครอบครัวอุปการะมีต่อเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีการส่งมอบสมาชิกใหม่เข้าสู่การดูแลของครอบครัวอุปการะอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของบทเรียนชีวิตบทใหม่ที่อบอวลไปด้วยความหวัง การได้เห็นเด็กๆ อยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่อุปการะที่พร้อมจะประคับประคองและมอบอนาคตที่ดีให้ คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของโครงการฯ พร้อมทั้งยังส่งมอบโครงการ “ซ่อม เสริม สร้าง” ที่เข้าไปดูแลสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้ถูกสุขลักษณะ เพราะเราเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ดี

นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้ติดตามผลสำเร็จของการส่งเสริมอาชีพเกษตรผสมผสาน ทั้งสวนมะพร้าวและแปลงฟักทอง ที่มูลนิธิฯ เข้าไปช่วยวางรากฐานจนกลายเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพอย่างยั่งยืน สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อครอบครัวมีความมั่นคงทางอาหารและรายได้ บ้านก็จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตของเด็กๆ อย่างแท้จริง

“บ้านหลังเรียน สะออนโฮม” พื้นที่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์
ปิดท้ายวันด้วยรอยยิ้มที่กิจกรรม “บ้านหลังเรียน สะออนโฮม” ณ วัดสว่างบุโพธิ์ พื้นที่สร้างสรรค์ของมูลนิธิฯ ที่คอยบ่มเพาะทักษะชีวิตให้กับเยาวชนในพื้นที่ เป็นแหลงเรียนรู้ ทำกิจกรรมส่งเสริมทักษะต่างๆ นี่ ความสำเร็จตลอด 24 ปีของโครงการซีพีครอบครัวอุปการะฯ จึงไม่ได้วัดกันที่ตัวเลข แต่คือรอยยิ้มและความสำเร็จของเด็กๆ ที่เติบโตขึ้นมาอย่างมีรากฐานที่แข็งแกร่ง นี่คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เมื่อภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนร่วมใจกันมอบ “ครอบครัว” ให้กับเด็กๆ เรากำลังร่วมกันสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดเพื่ออนาคตของสังคมไทยอย่างแท้จริง


















