เครือซีพี ร่วมเวทีวิชาการ ม.เกษตรศาสตร์ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ “พลิกโฉมอุตสาหกรรมกระบือไทยสู่ยุคใหม่” ชูพันธุกรรม–นวัตกรรม–ตลาดสมัยใหม่ ยกระดับรายได้เกษตรกร พร้อมนำแอปพลิเคชันเสริมแกร่งการบริหารจัดการฟาร์มสู่ยุคดิจิทัล

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ “พลิกโฉมอุตสาหกรรมกระบือไทยสู่ยุคใหม่: เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ด้วยพันธุกรรม–นวัตกรรม–ตลาดสมัยใหม่” ภายในงานการประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 64 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการนวัตกรรมและสังคม: ก้าวสู่อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืน” ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาพันธุ์ ยกระดับการผลิต และเพิ่มมูลค่ากระบือไทยอย่างยั่งยืน

ในการนี้ ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร รองประธานโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (BMF) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมด้วย คุณสารกิจ ถวิลประวัติ รองประธานโครงการฯ คุณสุปรี เบ้าสิงห์สวย ที่ปรึกษาด้านปฏิบัติการเพื่อสังคม และ คุณสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฯ เข้าร่วมงานและร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

รองศาสตราจารย์ ดร.พัชรียา บุญกอแก้ว คณบดีคณะเกษตร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเวทีเสวนา พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายเกษตรกร ในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมกระบือไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.คงศักดิ์ เที่ยงธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวเปิดงานเสวนา

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “สถานการณ์กระบือปลักไทย 2–3 ปีที่ผ่านมา และทิศทางในอนาคต” โดย ดร.เอื้องพลอย ใจลังกา จากกรมปศุสัตว์ ซึ่งนำเสนอภาพรวมสถานการณ์การเลี้ยงกระบือไทย รวมถึงแนวโน้มและโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต

ช่วงสำคัญของงานเป็นการเสวนาเรื่อง “โมเดลธุรกิจใหม่และการเพิ่มมูลค่ากระบือไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน ทั้งภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายเกษตรกร อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณสานน กันรัมย์ จากบริษัท สไมล์ บีฟ จำกัด และบริษัท สไมล์ มีท คราฟท์ จำกัด คุณมนูญ ขันธุรา เจ้าของธุรกิจแบรนด์ “Garsorn” คุณจิราภัค ขำเอนก ประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงกระบือจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึง คุณสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (BMF) มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ สัตวแพทย์หญิงธาราทิพย์ พุ่มระชัฎร์ จากโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมี คุณธัญวรรณ ศรีวาจนะ จากสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

ในโอกาสนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการดำเนินงานของ “ฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์” ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบการเลี้ยงกระบือไทยด้วยองค์ความรู้ทางวิชาการ การพัฒนาพันธุกรรม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการจัดการฟาร์มสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับคุณภาพกระบือไทย พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรและเครือข่ายผู้เลี้ยงกระบือทั่วประเทศ

คุณสุพชัย ปัญญาเอก กล่าวว่า “ฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ด้านพันธุกรรม การจัดการฟาร์ม และเทคโนโลยีการเลี้ยงสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพกระบือไทย เพิ่มผลผลิต และสร้างมูลค่าในตลาด ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร เพื่อให้สามารถพัฒนาไปพร้อมตลาดและมีรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ในปีนี้ โครงการได้ยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการนำแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลและบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และนำไปสู่การวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น”

ปัจจุบัน โครงการ BMF (Buffalo Management Framework) กำลังก้าวสู่ระยะที่ 3 หรือ BMF 3 Plus (พ.ศ. 2569–2579) โดยมุ่งยกระดับการเลี้ยงกระบือไทยสู่ความเป็นมืออาชีพ ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ การพัฒนาฟาร์มต้นแบบสู่ศูนย์เรียนรู้ การขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับชุมชน และการเสริมความแข็งแกร่งด้านการตลาดและการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์

ในด้านนวัตกรรมดิจิทัล โครงการได้นำเทคโนโลยี “ฟาร์มมิเตอร์ (Farm Meter)” มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับการพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรและเครือข่ายอย่างครบวงจร

คุณวรกร คุณวุฒิฤทธิรณ (เฟิร์ส) ศิษย์เก่าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตัวแทนทีมพัฒนาแอปพลิเคชัน กล่าวว่า จากแนวคิดในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มปศุสัตว์ และเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยสู่ยุคดิจิทัล ได้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของเกษตรกรและเครือข่ายสหกรณ์อย่างเป็นระบบ จำนวน 2 แอปพลิเคชัน ได้แก่ “Farm Meter Buff” และ “Farm Meter Cooperative”

โดยแอปพลิเคชัน “Farm Meter Buff” ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรและผู้ปฏิบัติงานในฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นสัตวบาล สัตวแพทย์ หรือพนักงานภายในฟาร์ม สามารถบันทึกและติดตามข้อมูลหน้างานได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำ ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชัน “Farm Meter Cooperative” มุ่งเน้นการบริหารจัดการในระดับเครือข่าย โดยช่วยให้สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรสามารถมองเห็นภาพรวมของฟาร์มในความดูแลได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านผลการดำเนินงานและประเด็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ทำให้สามารถกำหนดแนวทางบริหารจัดการและนโยบายได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที

ทั้งสองแอปพลิเคชันให้ความสำคัญกับการจัดเก็บข้อมูลหลักใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเจริญเติบโตของสัตว์ การผสมพันธุ์ และการตรวจสุขภาพ ซึ่งถือเป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจปศุสัตว์ โดยเฉพาะการติดตามค่าที่สำคัญอย่างระยะห่างระหว่างการให้ลูก (Calving Interval) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต

การนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มปศุสัตว์ของไทย ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนให้กับภาคการเกษตรในระยะยาว

ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการแล้ว 58 ฟาร์ม จาก 6 รุ่น และในระยะต่อไปจะเปิดรับสมาชิกเพิ่มใน 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มรูปแบบที่สนับสนุนทั้งปัจจัยการผลิต องค์ความรู้ และการบริหารจัดการ และแบบกึ่งเต็มรูปแบบ สำหรับเกษตรกรที่มีกระบืออยู่แล้ว โดยเน้นการสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี

เวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมกระบือไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่ ผ่านการพัฒนาพันธุกรรม นวัตกรรมการเลี้ยง และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร และขับเคลื่อนภาคปศุสัตว์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต