
ซีพีอาสา โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ขับเคลื่อน “โครงการคืนป่าแลกอาชีพทางเลือก” ภายใต้โครงการซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน “สบขุ่นโมเดล” จังหวัดน่าน มุ่งฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำ ควบคู่การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาดอยหัวโล้นและหมอกควันไฟป่า โดยมี นายเกรียงไกร ฝีปากเพราะ นายอำเภอท่าวังผา เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในการคืนพื้นที่ทำกินบางส่วนสู่ธรรมชาติ และปรับเปลี่ยนสู่เกษตรทางเลือกที่อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ณ บ้านสบขุ่น อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน

นายอรรถวิทย์ ยุทธยศ ผู้จัดการทั่วไป ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ปัญหาดอยหัวโล้นและหมอกควันไฟป่าเป็นหนึ่งในวิกฤตสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติ เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงมีบทบาทในการร่วมแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยวางแนวทางดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ การลด การป้องกัน การสนับสนุน และการสร้างความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคชุมชนในพื้นที่

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมกับชุมชนบ้านสบขุ่นดำเนินโครงการฟื้นฟูผืนป่า ภายใต้ “สบขุ่นโมเดล” โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมส่งเสริมอาชีพทางเลือก อาทิ “โครงการกาแฟสร้างป่าสร้างรายได้” ที่พัฒนาตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการต่อยอดธุรกิจชุมชน เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่า
สำหรับโครงการคืนป่าแลกอาชีพทางเลือก รวมการดำเนินงาน 3 ปี สามารถคืนพื้นที่ป่าได้แล้วกว่า 6,313 ไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของชุมชนตามกติกาที่กำหนดร่วมกัน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกกลุ่ม จำนวน 5 ราย เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา พร้อมทั้งมอบเครื่องเป่าลมและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ อันเป็นการเสริมศักยภาพในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดน่าน
เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืน ผ่านการดำเนินโครงการซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน “สบขุ่นโมเดล” จังหวัดน่าน อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปี ภายใต้นโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนา “คน” ควบคู่ “สิ่งแวดล้อม” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนบ้านสบขุ่น เพื่อเสริมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่การปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิกวิสาหกิจชุมชน รวมถึงการยกย่องเกษตรกรต้นแบบด้านการพัฒนาแปลงกาแฟคุณภาพในมิติต่าง ๆ ไม่เพียงช่วยสร้างขวัญกำลังใจและแบ่งเบาภาระครอบครัว แต่ยังสะท้อนแนวทางการพัฒนาที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนและผืนป่าต้นน้ำจังหวัดน่านในระยะยาว.








