เสียงสะท้อนความภูมิใจเยาวชนสมัคร “ทุนฯ เครือซีพี” มากกว่าแค่โอกาสศึกษา แต่คือประตูสู่ประสบการณ์จริง ปั้น Next-Gen Leaders ขับเคลื่อนสังคม

ในโลกยุค AI และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “คนรุ่นใหม่” คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตประเทศ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ และให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 48 ปี ภายใต้แนวคิด “สร้างผู้นำ สร้างอนาคต” เดินหน้ายกระดับเฟ้นหาเยาวชนคนเก่งจากทั่วประเทศ หรือ Next-Gen Talent ตามเจตนารมณ์ของ ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ต้องการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้เติบโตเป็น “ผู้นำแห่งอนาคต”

โครงการทุนการศึกษาเครือซีพี สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เชื่อมั่นว่า “การพัฒนาคน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ” โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ซีพีไม่ได้มองทุนการศึกษาเป็นเพียงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษา แต่เป็น “เวทีแห่งโอกาส” ที่เปิดทางให้เยาวชนคนเก่งและมีศักยภาพ ได้ค้นพบความสามารถของตนเอง ได้เข้าถึงการศึกษา พร้อมเสริมสร้างทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อโลกอนาคต ทั้งความเป็นผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับทุนได้เรียนรู้ ฝึกงาน และต่อยอดสู่การทำงานจริงในเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมทั้งอาหาร เกษตร ค้าปลีก โทรคมนาคม ดิจิทัล เทคโนโลยี และธุรกิจแห่งอนาคต

นายภาคิน สังแก้ว หนึ่งในผู้รับสมัครทุน ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี และกำลังจะเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รู้จักโครงการทุนการศึกษาเครือซีพีจากคำแนะนำของอาจารย์และเพื่อนที่เคยได้รับทุนมาก่อน ซึ่งมองว่าโครงการนี้ไม่ได้มอบเพียงโอกาสทางการศึกษา แต่ยังเปิดโลกแห่งการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมและสร้างประโยชน์ให้สังคมได้จริง สอดคล้องกับแรงบันดาลใจในการศึกษาต่อที่ต้องการเติบโตเป็นแพทย์ที่ดี และใช้ความรู้ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วยและสังคม โดยตั้งเป้าหมายเพียงการตั้งใจเรียนและนำความรู้ไปสร้างประโยชน์ให้ประเทศต่อไป

“อยากขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน เพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาคน และเมื่อคนได้รับการพัฒนา ก็จะสามารถกลับมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศและสังคมได้ต่อไป” นายภาคิน กล่าว

ขณะที่ น.ส.ภูริชญา นิลวิสุทธิ์  นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้สมัครรับทุน เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติอย่างมากที่มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทุนการศึกษาเครือซีพี ซึ่งทุนนี้จะนำไปสู่โอกาสสำคัญ ทั้งด้านการฝึกงานในบริษัทในเครือซีพีที่เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำของไทยและครอบคลุมหลายธุรกิจ การพัฒนาทักษะหลากหลายมิติ และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต ที่จะช่วยเพิ่มความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง

ด้าน น.ส.ธิดา แซ่ลี นักเรียนจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา เปิดเผยความรู้สึกหลังเข้าร่วมการคัดเลือกว่า ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ท้าทาย เพราะกระบวนการคัดเลือกแต่ละรอบมีความเข้มข้นมาก หากได้รับทุนการศึกษานี้ นอกจากจะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ตัวเองแล้ว หากประสบความสำเร็จในชีวิตและมีโอกาสเป็นผู้นำในอนาคต จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับไปพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดโอกาสทางการศึกษา พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการกระจายองค์ความรู้ ทุนการศึกษา และการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารต่อไป

ขณะที่บิดาของนางสาวธิดา กล่าวเสริมว่า ครอบครัวไม่ได้บังคับเส้นทางชีวิตของลูก และพร้อมสนับสนุนในสิ่งที่ลูกสนใจอย่างเต็มที่ โดยการสมัครขอรับทุนครั้งนี้เกิดจากข้อจำกัดด้านกำลังทรัพย์ของครอบครัว จึงหวังให้ลูกได้มีโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้น และมองว่าทุนนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ลูกได้ใช้พัฒนาตนเอง เรียนรู้ในสิ่งที่ชื่นชอบได้อย่างเต็มที่

“ขอบคุณโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาตนเองและนำทุนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนในอนาคตต่อไป”

ทั้งนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเยาวชนทุนซีพีจำนวนมากเติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพในหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งภาคธุรกิจ วิชาการ เทคโนโลยี การแพทย์และงานพัฒนาสังคม โดยหลายคนได้นำองค์ความรู้กลับไปพัฒนาชุมชนและสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “โอกาสทางการศึกษา” ที่สามารถต่อยอดจากการเปลี่ยนแปลงชีวิต “หนึ่งคน” ไปสู่การสร้างอนาคตที่ดีให้กับสังคมและประเทศต่อไป

ด้วยความเชื่อมั่นว่า “คน” คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ทุนการศึกษาเครือซีพี จึงยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวข้ามข้อจำกัด พัฒนาศักยภาพของตนเองและเติบโตเป็น “Next-Generation Leaders” ที่พร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน