Behind the Judging Room… เปิดห้องตัดสิน Chairman Awards 2026 เมื่อ 60 นวัตกรรมต้องพิสูจน์ทั้ง “ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์เครือซีพี – ความใหม่ – พร้อมต่อยอดคุณค่า” บนเวที CP INNOVATION EXPOSITION 2026

จาก 319 ผลงานนวัตกรรมของชาวซีพีทั่วโลก วันนี้ CP INNOVATION EXPOSITION 2026 เดินทางมาถึงอีกหนึ่งโค้งสำคัญ เมื่อ 86 ผลงานได้รับคัดเลือกเพื่อนำไปจัดแสดงในวันงานและมี 60 ผลงานที่ร่วมกระบวนการคัดเลือกรอบสุดท้าย เพื่อชิงรางวัลสูงสุด Chairman Awards 2026 ซึ่งประกอบด้วย Process Innovation 28 ผลงาน Product Innovation 20 ผลงาน Sustainability Innovation 8 ผลงาน และ Business Model Innovation 4 ผลงาน โดยเป็นผลงานจากประเทศไทย 44 ผลงาน จีน 15 ผลงาน และรัสเซีย 1 ผลงาน ความน่าสนใจของรอบนี้จึงไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใครผ่านเข้ารอบ” แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นใน Judging Room เมื่อแต่ละทีมต้องพากรรมการไปเห็นตั้งแต่ที่มาของปัญหา เหตุผลเบื้องหลังแนวคิด ความแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ ตลอดจนศักยภาพที่จะนำไปใช้และสร้างผลลัพธ์ในวงกว้าง

บทพิสูจน์ 60 ทีม ตอบโจทย์ “Chairman Awards 2026”

การเข้าสู่ Final Round ไม่ใช่เพียงการนำผลงานที่ดีที่สุดขึ้นมา Pitch แต่ทั้ง 60 ทีมต้องพิสูจน์ผลงานผ่านกรอบการประเมินเต็ม 100 คะแนนใน 3 มิติสำคัญ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ที่มาของการพัฒนาผลงาน ไปจนถึงศักยภาพในการเติบโตในอนาคต

  • มิติแรก Project Rationale and Strategic Alignment พิจารณาที่มา Pain Point โอกาสทางธุรกิจและผลกระทบ รวมถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ขององค์กร และ Synergy ที่สามารถเกิดขึ้นกับเครือซีพีหรือธุรกิจอื่นในเครือฯ
  • มิติที่สอง Novelty and Differentiation เจาะลึกถึงความใหม่และความแตกต่างจากแนวทางเดิมหรือคู่แข่ง การพัฒนาเทคโนโลยีหรือโมเดลทางธุรกิจ โอกาสในการเป็นเจ้าแรกในตลาดและเจ้าแรกในอุตสาหกรรม ตลอดจนศักยภาพด้านในการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
  • และมิติที่สาม Technical Excellence, Business Impact and Scalability วัดทั้งประสิทธิภาพเชิงเทคนิค ผลลัพธ์ทางธุรกิจ ความสามารถในการนำไปใช้ในหน่วยงานอื่น และโอกาสพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ผลงานที่จะโดดเด่นใน Chairman Awards จึงต้องตอบให้ได้ครบตั้งแต่ “ทำไมต้องทำ – ใหม่และแตกต่างอย่าง – และจะสร้างผลลัพธ์ได้มากเพียงใด”

 

ความหมายของ “นวัตกรรม” ผ่านเลนส์คณะกรรมการจากหลากหลายวงการ

เมื่อเกณฑ์ที่ชัดเจนถูกนำมาใช้ในห้องตัดสิน ความน่าสนใจอีกด้านคือ องค์ประกอบของคณะกรรมการที่มาจากหลากหลายศาสตร์และประสบการณ์ ทั้งสื่อ ทรัพย์สินทางปัญญา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และการพัฒนานวัตกรรม ทำให้ผลงานหนึ่งชิ้นถูกพิจารณาจากหลายมิติ และแต่ละทีมได้รับคำถามที่ช่วยเปิดให้เห็นทั้งจุดแข็งและสิ่งที่ยังสามารถพัฒนาต่อได้

สำหรับ คุณกิตติ สิงหาปัด จากข่าว 3 มิติ หนึ่งในกรรมการตัดสิน กล่าวว่า นวัตกรรมที่โดดเด่นไม่ได้วัดจากความใหม่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการแก้ปัญหาที่มีอยู่ และมีศักยภาพในการเติบโตควบคู่กับความยั่งยืน “ผลงานที่มานำเสนอ ตอบโจทย์ปัญหาที่มีอยู่ในขณะนี้หรือไม่…ในเมื่อเป็นรางวัลนวัตกรรม ผลงานนั้นมีอะไรที่เป็นนวัตกรรมจริงสามารถเติบโตและต่อยอดได้อย่างไร ที่สำคัญก็คือต้องตอบโจทย์ความยั่งยืนด้วย”

จากผลงานที่ได้เห็น คุณกิตติ ยังสะท้อนว่า หลายโครงการสามารถสร้างประโยชน์มากกว่าการลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะยังเชื่อมไปถึงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ หลายผลงาน ไม่ใช่เป็นโครงงาน แต่เป็นงานที่ทำจริง ได้ผลจริงอยู่แล้ว” ซึ่งสะท้อนว่าวัฒนธรรมนวัตกรรมกำลังเกิดขึ้นจากการลงมือทำของคนในองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งมุมสำคัญมาจาก คุณวิโรจน์ จงกลวานิชสุข รองอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งชวนคิดไกลจาก “ความใหม่” ไปถึงการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นมูลค่า โดยเฉพาะเมื่อผลงานมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ การบริหารทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กัน

“นวัตกรรมที่จะสร้างรายได้ หรือสร้างประโยชน์ได้ ควรจะมีงานของทรัพย์สินทางปัญญา จากที่ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการครั้งนี้ แม้จะเป็นการแข่งขันนวัตกรรมภายใน แต่ไม่ธรรมดา แต่ละคนมีแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์ผลงานได้ตรงตามวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร”

คุณวิโรจน์ ยังเห็นโอกาสที่ผลงานภายในองค์กรอาจก้าวไปไกลกว่าการใช้งานในหน่วยงานต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้ในธุรกิจอื่น หรือ License ออกไปสร้างประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคม โดยมีจุดแข็งสำคัญคือ หลายแนวคิดเกิดจาก คนหน้างานที่เข้าใจ Pain Point ของตัวเองดีที่สุด และหากสามารถผสมผสานองค์ความรู้จากภายนอกเข้ามาเสริม ก็จะช่วยเพิ่มคุณภาพและศักยภาพของผลงานได้อีกขั้น

ด้าน รศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านนวัตกรรม ให้ความสำคัญกับการเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับความต้องการของตลาด โดยมองว่าความใหม่ต้องเดินคู่กับความสามารถในการนำไปใช้และตอบโจทย์ธุรกิจ ขณะที่จุดเด่นของผลงานปีนี้คือการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การทดลอง และฐานข้อมูลมาประยุกต์กับ Product, Process และ Service มากขึ้น

“ขั้นแรกเราต้องไปเห็นโจทย์จริงๆ ก่อนว่าตลาดเขาต้องการอะไร แล้วก็มา Match ให้ได้ว่าองค์ความรู้หรือพื้นฐานวิทยาศาสตร์ที่มีจะไปตอบโจทย์ในส่วนไหน เพื่อไปปิด Gap หรือไปแก้ปัญหาส่วนไหน”

 

หลายเทคโนโลยีที่นำเสนอจึงไม่ได้มีเพียงความลึกในเชิงวิชาการ แต่เริ่มแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาไปสู่การใช้งานและเชิงพาณิชย์ ซึ่ง รศ.ดร.จุฑามาศ มองว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

60 ผลงาน กับความภูมิใจของคนซีพี

เบื้องหลัง 60 ผลงานในรอบสุดท้ายนี้ จึงมีความหมายมากกว่าการแข่งขันเพื่อคว้า Chairman Awards 2026 เพราะทุกนวัตกรรมเกิดจากพนักงานที่มองเห็นโอกาสในการปรับปรุงสิ่งที่ทำอยู่ แล้วนำความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีมาพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ใหม่

จาก 319 ผลงาน สู่ 86 ผลงานจัดแสดง และ 60 ผลงานในรอบสุดท้าย ทุกขั้นตอนสะท้อนศักยภาพและพลังความคิดสร้างสรรค์ของคนซีพีจากหลากหลายธุรกิจและประเทศ และยังมีเรื่องราวอีกมากที่รอให้ทุกคนได้พิสูจน์ว่า แนวคิดที่เริ่มจากโจทย์ในแต่ละวันสามารถเติบโตไปได้ไกลเพียงใด

ผลงานใดจะคว้ารางวัล Chairman Awards 2026 และนวัตกรรมเหล่านี้จะสร้างโอกาสใหม่อะไรต่อไป รอติดตามและมาสัมผัสผลงานจริงจากชาวซีพีทั่วโลกในงาน CP INNOVATION EXPOSITION 2026 ระหว่างวันที่ 20 – 22 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “Rise Together, Innovate Beyond – ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค