เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมยกระดับกาแฟบ้านกองกาย สู่ Net Zero Product รับการรับรองจาก TGO ตอกย้ำการสร้างคุณค่าที่เติบโตไปพร้อมกัน

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดรับเป้าหมายประเทศไทยสู่ Net Zero 2050 ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟบ้านกองกาย ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เข้ารับการรับรอง Net Zero Product จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ภายใต้ “โครงการส่งเสริมการชดเชยคาร์บอนขององค์กรเพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ระยะที่ 3” สะท้อนการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากฐานชุมชนสู่การจัดการคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

โครงการดังกล่าวจัดโดย TGO ร่วมกับศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมขององค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ ในการลดและชดเชยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่ Carbon Neutrality และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์กับชุมชนบ้านกองกายดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่ ปีที่ 10 โดยเริ่มจากการส่งเสริมเกษตรกรปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวสู่การปลูกกาแฟอาราบิก้าใต้ร่มไม้ หรือ “กาแฟใต้ร่มป่า” พร้อมสนับสนุนกล้ากาแฟ องค์ความรู้ด้านการผลิต การพัฒนาคุณภาพ การแปรรูป และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ควบคู่กับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดแนวทาง “แม่แจ่มโมเดลพลัส” และการขับเคลื่อนโครงการ “ซีพีความดี ป่าต้นน้ำยั่งยืน ปิง วัง ยม น่าน” สู่การสร้างคุณค่าร่วม หรือ CSV

นายสมพร บุญนิธิอุดม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านทับ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การพัฒนากาแฟบ้านกองกายเป็นตัวอย่างของการสร้างทางเลือกให้เกษตรกรในพื้นที่สูง สามารถประกอบอาชีพควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ โดยความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือเจริญโภคภัณฑ์ ช่วยนำองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนามาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง

“การส่งเสริมกาแฟใต้ร่มป่าไม่ได้มองเพียงเรื่องรายได้ แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจให้คนในพื้นที่เห็นความสำคัญของป่าและต้นน้ำ เมื่อชุมชนสามารถมีรายได้จากการดูแลพื้นที่ของตัวเอง ก็จะเกิดแรงจูงใจในการรักษาป่าให้คงอยู่ และนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ทั้งต่อคนและสิ่งแวดล้อม” นายสมพรกล่าว

นางสาวศิริพร โชคเอนกนันท์ ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟบ้านกองกาย กล่าวว่า ชุมชนเคยเผชิญปัญหาเกษตรเชิงเดี่ยวที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและแหล่งต้นน้ำ จึงปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตมาปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังช่วยรักษาผืนป่าไว้ควบคู่กัน

“การได้เข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 3 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้ชุมชนได้เรียนรู้กระบวนการคำนวณและขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตจากการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าอย่างเป็นระบบ และทำให้เห็นว่า ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศสามารถเปลี่ยนเป็น ‘โอกาสทางธุรกิจ’ ได้ เช่นเดียวกับที่ชุมชนได้พิสูจน์ว่า ‘กาแฟหนึ่งแก้ว’ สามารถเชื่อมโยงผู้บริโภค ภาคธุรกิจ เกษตรกร ชุมชน และผืนป่าเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างยั่งยืน” นางสาวศิริพรกล่าว

การได้รับการรับรองในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือที่พัฒนาจาก การสร้างอาชีพ สู่การสร้างผลิตภัณฑ์ และต่อยอดสู่การจัดการคาร์บอน สอดคล้องกับแนวทางด้านสิ่งแวดล้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ตอกย้ำการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เติบโตไปพร้อมกันทั้ง ธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม