เครือซีพีติด Top 5% Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่อง สะท้อนความก้าวหน้าด้านความยั่งยืน ครองอันดับ 2 ในกลุ่ม Industrial Conglomerates

11 พฤษภาคม 2569 — เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% รั้งอันดับ 2 ของโลกในอุตสาหกรรม Industrial Conglomerates ใน The Sustainability Yearbook 2026 จากการประเมินโดย &P Global Corporate Sustainability Assessment หรือ S&P Global CSA ด้วยคะแนน 82 จาก 100 คะแนน โดยนับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่เครือฯ ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากผลการประเมินในระดับเครือฯ แล้ว บริษัทในกลุ่มยังได้รับการจัดอันดับในระดับชั้นนำของแต่ละอุตสาหกรรม โดย True Corporation ได้รับการจัดอันดับ Top 1% ในกลุ่ม Telecommunication Services (อันดับที่ 2 คะแนน 95 จาก 100 คะแนน) ขณะที่ CP ALL และ CP AXTRA อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing (อันดับที่ 2  คะแนน 88 จาก 100 คะแนน) และ Charoen Pokphand Foods อยู่ในกลุ่ม Top 10% ของอุตสาหกรรม Food Products (อันดับที่ 3 คะแนน 83 จาก 100 คะแนน) ผลการประเมินดังกล่าวสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนของกลุ่มธุรกิจในเครือฯ อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ภาคเกษตรและอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล

ในโอกาสนี้ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทในเครือฯ ประกอบด้วย ดร.กันทิมา พุ่มมาลา รองผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร, คุณมาลี อุทัยกิตติศัพท์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. ซีพี ออลล์, ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ดร.วิไลรัตน์ เจริญใหม่รุ่งเรือง รองผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า เป็นผู้แทนองค์กรเข้ารับรางวัล โดยมี คุณโรเบิร์ต ดอร์เนา (Robert Dornau) Head of Corporate Solutions & Engagement, S&P Global Energy เป็นผู้มอบรางวัล ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีผู้บริหารเครือฯ ร่วมเป็นเกียรติ อาทิ คุณสมเจตนา ภาสกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์, ดร.กันต์สินี ลิลิตสิทธิรางกุล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านความยั่งยืน บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร และ คุณศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า

การประเมินในปีนี้ มีบริษัททั่วโลกเข้าร่วมกว่า 9,200 บริษัท และมีเพียง 848 บริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ Sustainability Yearbook 2026 ในจำนวนนี้มีบริษัทชั้นนำของไทยจำนวน 48 บริษัทที่ได้รวมอยู่ใน Yearbook ดังกล่าว  สะท้อนถึงเกณฑ์การประเมินที่เข้มข้นและการแข่งขันในระดับสูง ขณะที่ในกลุ่ม Industrial Conglomerates มีองค์กรเข้าร่วมทั้งหมด 95 แห่งจากทั่วโลก และมีเพียง 5 บริษัทที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ Keppel จากสิงคโปร์, เครือเจริญโภคภัณฑ์ จากไทย, SK Inc จากเกาหลีใต้, Doosan Corportaion จากเกาหลีใต้ และ Metlen Energy & Metal จากกรีซ

คุณโรเบิร์ต ดอร์เนา (Robert Dornau) Head of Corporate Solutions & Engagement, S&P Global Energy ระบุว่า “องค์กรที่สามารถทำคะแนนได้มากกว่า 80 คะแนนในการประเมิน The Sustainability Yearbook สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนในระดับสูง มีความต่อเนื่องในการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และสามารถบริหารจัดการประเด็นความเสี่ยงหรือข้อถกเถียงทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่องค์กรที่มีคะแนนอยู่ในช่วง 60–80 คะแนน จะเป็นกลุ่มที่มีการเปิดเผยข้อมูลและกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน อย่างชัดเจนมากขึ้น ส่วนองค์กรที่มีคะแนนต่ำกว่า 60 คะแนน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงของการวางนโยบาย พัฒนากระบวนการทำงาน และเริ่มจัดเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ พร้อมระบุว่า แนวโน้มสำคัญของการประเมินด้านความยั่งยืน ในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นใหม่มากขึ้น ทั้งด้านการบริหารจัดการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาวขององค์กรทั่วโลก”

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนายุทธศาสตร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของเครือฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยได้ผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจลงทุนระยะยาว

“เครือฯ มองว่าความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริม แต่เป็นกรอบการบริหารที่ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายองค์กร เทคโนโลยี การดำเนินงาน ไปจนถึงหลักธรรมาภิบาล ซึ่งล้วนมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและนักลงทุนทั่วโลก” ดร.ธีระพล กล่าว

ทั้งนี้ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ถือเป็นหนึ่งในดัชนีอ้างอิงสำคัญที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกใช้ประเมินศักยภาพด้านด้านความยั่งยืนขององค์กร โดยเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับขีดความสามารถทางการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว การที่เครือฯ ได้รับการจัดอันดับ Top 5% ในครั้งนี้ จึงตอกย้ำศักยภาพในการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล และสะท้อนความพร้อมในการตอบสนองต่อความคาดหวังของนักลงทุนทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง