ซีพีอาสา – ม.แม่โจ้ รวมพลังชุมชนและองค์ความรู้ ลดไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 อย่างยั่งยืน

จากการจัดการใบไม้ สู่ “ป่าปลอดเผา”

พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยยังคงเผชิญปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ระบบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว คือ “การสะสมของเศษใบไม้แห้ง” ในพื้นที่ป่า ซึ่งนำไปสู่ความสนใจในการพัฒนาแนวทางจัดการใบไม้แห้งอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากขึ้น

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จึงเล็งเห็นว่าการจัดการปัญหาไฟป่าจำเป็นต้องเริ่มจากการลดต้นตอของการเกิดควันในพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดการใบไม้แห้งอย่างเป็นระบบ จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำองค์ความรู้การผลิตปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง สูตร “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” มาใช้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดูแลป่าชุมชน เปลี่ยนใบไม้แห้งที่เคยเป็นเชื้อเพลิงให้กลายเป็นปุ๋ยหมักคุณภาพที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การดำเนินโครงการ “ซีพีความดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ป่าปลอดเผา” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเครือซีพี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมชน และภาคีเครือข่าย โดยมุ่งส่งเสริมการจัดการใบไม้ในป่าชุมชนเพื่อลดการเผา ลดไฟป่า ลดหมอกควัน และสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

โครงการป่าปลอดเผาเริ่มดำเนินการนำร่องในพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ได้ต่อยอดสู่เฟสที่ 2 ครอบคลุม 10 ป่าชุมชน พื้นที่รวมกว่า 3,600 ไร่ ในอำเภอเวียงแหง และขยายไปยังอำเภออมก๋อย ครอบคลุม 3 ป่าชุมชน ได้แก่ บ้านหลิม บ้านดง และบ้านโป่ง โดยยังคงยึดหลักการทำงานร่วมกับชุมชนเป็นศูนย์กลาง ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสนับสนุนจากภาคเอกชน

องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับการจัดการใบไม้ในป่าชุมชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ ผู้ช่วยอธิการบดี และอาจารย์ประจำหลักสูตรวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อธิบายว่า การนำใบไม้แห้งในป่าชุมชนมาแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกอง เป็นแนวทางที่ช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า ลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า ลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับการเผาในพื้นที่เปิด

จากการดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง พบว่า มีการจัดเก็บใบไม้แห้งได้มากกว่า 75 ตัน และนำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้กว่า 84 ตัน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่

กระบวนการหมักปุ๋ยใช้เวลาเพียง 2 เดือน โดยไม่ต้องพลิกกลับกองปุ๋ย ประหยัดแรงงาน และมีต้นทุนต่ำ ปุ๋ยหมักที่ได้มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของประเทศ มีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำและระบายอากาศได้ดี เพิ่มอินทรียวัตถุ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุอย่างครบถ้วน การนำปุ๋ยหมักที่ได้ไปใช้จะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนการผลิตในภาคการเกษตร นอกจากนี้ชุมชนสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์โดยการผลิตเพื่อจำหน่ายได้ในอนาคต

ผลลัพธ์ด้านการจัดการไฟป่าและหมอกควัน

การจัดการใบไม้แห้งในป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงช่วยลดจุดเสี่ยงการเกิดไฟป่าและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5)แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคนในพื้นที่ถึงความเชื่อมโยงระหว่างการดูแลป่า คุณภาพอากาศ และคุณภาพชีวิต ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการลงมือทำร่วมกัน

เสียงจากชุมชน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง

นายเอกรินทร์ พูนนุ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่หาด เล่าว่า

“ที่ผ่านมา ชุมชนของเรามีการร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลป่าชุมชนอยู่แล้ว แต่เมื่อโครงการป่าปลอดเผาเข้ามา ทำให้เราเห็นแนวทางการจัดการใบไม้ที่ชัดเจนมากขึ้น การนำใบไม้แห้งมาแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักแบบไม่พลิกกลับกองช่วยลดการเผา ลดต้นทุน และยังสร้างรายได้ให้กับชุมชน ที่สำคัญคือทำให้คนในหมู่บ้านรู้สึกอยากร่วมมือกันดูแลป่าซึ่งเป็นบ้านของเรามากขึ้น”

การขยายผลความร่วมมือ ซีพี–ม.แม่โจ้ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่างเครือซีพีและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ยกระดับผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการฝุ่นควันของกลุ่มจังหวัดในภาคเหนือตอนบน และนโยบาย “3 Big Goals สู่ความยั่งยืน” ของเครือซีพี ซึ่งครอบคลุมเป้าหมายการบรรลุ Carbon Neutrality ภายในปี 2030 การมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 การลดขยะและของเสียเป็นศูนย์ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้เยาวชนและผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ

ภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายร่วมดำเนินงานด้านวิชาการและการพัฒนาพื้นที่ในหลายมิติ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการใบไม้แห้งในป่าชุมชน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกอง การศึกษาผลลัพธ์ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่การใช้งานจริงในพื้นที่ รวมถึงการใช้พื้นที่ดำเนินงานเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักศึกษา การบริการวิชาการ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบความร่วมมือระยะ 5 ปี

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ทำหน้าที่เป็นฐานองค์ความรู้ด้านการวิจัย วิชาการ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับบริบทเชิงพื้นที่ ขณะที่เครือซีพีสนับสนุนทรัพยากร การจัดการเชิงระบบ และการเชื่อมโยงงานวิชาการสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้การจัดการใบไม้แห้ง การลดไฟป่า หมอกควัน และก๊าซเรือนกระจก สามารถขยายผลได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

โครงการ “ป่าปลอดเผา” จึงเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาที่ผสานงานวิจัยกับการปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงมุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเฉพาะหน้า แต่ยังวางรากฐานระยะยาวในการฟื้นฟูผืนป่า ลดคาร์บอน และต่อยอดสู่การพัฒนาเกษตรกรรมและเศรษฐกิจสีเขียวในระดับพื้นที่ สอดรับกับเป้าหมายความยั่งยืนในระดับองค์กรและระดับประเทศ