
เครือเจริญโภคภัณฑ์ เดินหน้ายกระดับการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ผ่านโครงการ “ซีพีความดี ทะเลไทยยั่งยืน จังหวัดสงขลา” ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม “ซั้งยางพารา” บ้านปลาแนวคิดใหม่ที่ผสานองค์ความรู้ทางวิชาการ นวัตกรรมสีเขียว และพลังของชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการฟื้นฟูและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งไทยในระยะยาว การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งเน้นการวิจัยเชิงเปรียบเทียบประสิทธิภาพของซั้งจากวัสดุหลากหลายประเภท ได้แก่ ซั้งยางพารา ซั้งจากมะพร้าว และซั้งจากเชือก เพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์อย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านการเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงศักยภาพในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่งอย่างยั่งยืน

นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร และผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เผยว่านวัตกรรม ซั้งยางพารา ถือเป็น Model การขับเคลื่อน ระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคประชาสังคมและชุมชนตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ที่มุ่งฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยและความหลากหลายของสัตว์น้ำ ในด้านสังคม (Social) ช่วยสร้างรายได้ ความมั่นคงทางอาชีพ และคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนประมงชายฝั่ง ขณะที่ด้านธรรมาภิบาล (Governance) ดำเนินงานผ่านความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ ภาควิชาการ และชุมชน บนฐานข้อมูลวิจัยและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน, พร้อมการสร้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีคุณค่า ควบคู่ การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ซึ่งข้อมูลจากการวิจัยจะถูกนำไปใช้เป็นฐานความรู้เชิงนโยบาย เพื่อขยายผลการฟื้นฟูทะเลไทยอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 10 จังหวัด 21 ชุมชน จำนวนกว่า 600 ซั้ง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

ด้าน ดร.ปฐพร เกื้อนุ้ย ทีมปฏิบัติการความยั่งยืนทางทะเล กล่าวว่า “ซั้งยางพารา” ถือเป็นนวัตกรรมสีเขียวที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ แต่ยังมีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพน้ำทะเล สามารถจัดวางเป็นระบบ และเอื้อต่อการเก็บข้อมูลเชิงวิจัยอย่างแม่นยำ ซั้งดังกล่าวทำหน้าที่เป็นทั้งที่หลบภัย แหล่งอาหาร และแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำ อาทิ ปลา กุ้ง และปู ช่วยฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศใต้ทะเลอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานครั้งนี้ เครือซีพียังได้ผนึกกำลังร่วมกับ นายหม๊าด มรรคโช ประธานสมาคมประมงพื้นบ้านชายฝั่งอ่าวไทย อำเภอสทิงพระ และกลุ่มชาวประมงท้องถิ่น เริ่มต้นกิจกรรมในพื้นที่ บ้านพังสาย อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยซั้งบ้านปลามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ เพิ่มโอกาสการอยู่รอดของสัตว์น้ำวัยอ่อน เสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ลดความเสี่ยงการสูญพันธุ์ ลดแรงกดดันจากการประมงเกินขนาด และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล ซึ่งนำไปสู่การสร้างรายได้และความมั่นคงให้กับชุมชนประมงอย่างต่อเนื่อง

“เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อว่า ความยั่งยืนของทะเลไทย และเพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ เป้าหมายหลัก 3 ด้าน (3 Big Goals) ภายในปี 2030 ได้แก่ การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050, การจัดการขยะและของเสียเป็นศูนย์ (Zero Waste), และการส่งเสริมการศึกษาให้ผู้คน 50 ล้านคน โดยยึดหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์ต่อประเทศ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กร
ต้องเริ่มจากการฟื้นฟูระบบนิเวศควบคู่กับการสร้างความมั่นคงให้ชุมชน ซั้งยางพาราไม่ใช่เพียงนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นกลไกที่เชื่อมโยงมิติ ESG เข้าด้วยกัน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากร การสร้างรายได้ให้ชาวประมง และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ทะเลไทยฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” ซั้งบ้านปลา…ไม่ใช่เพียงบ้านเล็ก ๆ ใต้น้ำ แต่คือสัญลักษณ์ของความหวัง นวัตกรรม และอนาคตของทะเลไทย
#ซีพีร้อยเรียงความดี
#ซีพีร้อยเรียงความดี
#CPGoodDeeds #Seacosystem
#เพื่อทะเลไทยยั่งยืน
#ซั้งยางพารา #คืนชีวิตสู่ทะเล
#CP02022026 #CPทะเลไทย








