“ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์” ได้รับเกียรติกล่าวเป็นคนแรก บนเวทีผู้นำธุรกิจโลก บนฟอรัมเอเชียโป๋อ๋าว 2026 ซึ่งถือเป็น Davos แห่งเอเชีย สะท้อนบทบาทผู้นำที่ได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ณ เมืองโป๋อ๋าว มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ในฐานะนายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวถ้อยแถลงเป็นคนแรกในการประชุมโต๊ะกลมผู้นำธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลและคลังสมองชาวจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของการประชุมประจำปี ฟอรัมเอเชียโป๋อ๋าว 2026 นับเป็นภาพสะท้อนอย่างชัดเจนถึงสถานะ บทบาท และการยอมรับของผู้นำไทยและเครือเจริญโภคภัณฑ์บนเวทีเศรษฐกิจระดับนานาชาติ

ฟอรัมเอเชียโป๋อ๋าว หรือ Boao Forum for Asia (BFA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ภาครัฐและไม่แสวงหาผลกำไร มีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการพัฒนาร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ฟอรัมแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น “Davos แห่งเอเชีย” เป็นหนึ่งในเวทีนโยบายและเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของเอเชีย เป็นพื้นที่ที่ผู้นำรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาควิชาการจากทั่วโลกใช้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ต่อทิศทางเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ และในปี 2026 การประชุมนี้ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–27 มีนาคม ภายใต้ธีม “การสร้างอนาคตร่วมกัน: พลวัตใหม่ โอกาสใหม่ ความร่วมมือใหม่” โดยมีผู้เข้าร่วมหลายพันคนจากทั่วโลกมาร่วมระดมความคิดและเสนอแนวทางขับเคลื่อนเอเชียและโลกในห้วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ การที่นายธนินท์ได้รับเชิญให้กล่าวเปิดในหนึ่งในเวทีสำคัญของงานครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นเกียรติส่วนบุคคล หากยังสะท้อนถึงบทบาทของเครือซีพีในฐานะองค์กรธุรกิจระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

เวทีสำคัญของโลก กับการยอมรับผู้นำธุรกิจจากไทย

การประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้รวบรวมผู้นำธุรกิจ นักวิชาการ และผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด 26 คน จาก 13 ประเทศและภูมิภาค มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่ออนาคตเศรษฐกิจจีน เศรษฐกิจโลก และทิศทางของภาคธุรกิจในยุคใหม่ โดยผู้ร่วมเวทีล้วนเป็นบุคคลสำคัญระดับนานาชาติ อาทิ ศาสตราจารย์หลิน อี้ฝู คณบดีสถาบันเศรษฐศาสตร์โครงสร้างใหม่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำระดับโลก, เหอ เชาฉยง รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแห่งชาติจีน, เฉิน อวี้ถิง กรรมการบริหาร กลุ่ม Royal Golden Eagle จากสิงคโปร์, ไช่ กวานเซิน ประธานหอการค้าจีนแห่งฮ่องกง, จาง อิน ประธานบริษัท Nine Dragons Paper หนึ่งในผู้นำธุรกิจหญิงที่ทรงอิทธิพลระดับโลก, ศาสตราจารย์หลิว จือหยวน จากมหาวิทยาลัยชิงหัว ตลอดจนผู้นำธุรกิจและนักวิชาการจากหลายประเทศ  โดยท่านประธานอาวุโสธนินท์ได้รับเกียรติให้เป็นผู้กล่าวถ้อยแถลงลำดับแรก ในฐานะผู้นำธุรกิจอาวุโสผู้มีประสบการณ์ วิสัยทัศน์ และบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ในฐานะองค์กรไทยที่มีบทบาทโดดเด่นในเวทีระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

▲ ศาสตราจารย์หลิน อี้ฝู คณบดีสถาบันเศรษฐศาสตร์โครงสร้างใหม่ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

▲ เหอ เชาฉยง รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแห่งชาติจีน

จีน–AI–การเชื่อมโลก : วิสัยทัศน์ประธานอาวุโส

บนเวทีระดับนานาชาติครั้งนี้ ท่านประธานอาวุโสธนินท์ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์สำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจและทิศทางการพัฒนาของโลก ผ่านประเด็นหลัก 4 ด้าน

ประการแรก ท่านประธานอาวุโส ชี้ให้เห็นว่า ปี 2569 เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยจีนกำลังก้าวหน้าอย่างโดดเด่นในด้านการพัฒนาคุณภาพสูง และเปิดประเทศในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดโอกาสใหม่อย่างไม่เคยมีมาก่อนสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในสาขาแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ การผลิตขั้นสูง พลังงานใหม่ อวกาศ และพลังงานนิวเคลียร์

ประการที่สอง ท่านประธานอาวุโสเน้นบทบาทของนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลในฐานะ “สะพานเชื่อมโลก” โดยเห็นว่า นักธุรกิจที่มีรากฐานและเครือข่ายในหลายประเทศ ไม่เพียงต้องใช้โอกาสจากการเติบโตของจีนเพื่อขยายกิจการในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังควรใช้จุดแข็งด้านเครือข่ายระหว่างประเทศ ทุน ความรู้ และประสบการณ์ เพื่อช่วยเชื่อมโยงจีนกับเศรษฐกิจโลก และผลักดันให้ธุรกิจจีนก้าวสู่เวทีสากลอย่างมั่นคง

ประการที่สาม ท่านประธานอาวุโสให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต การค้า และโมเดลธุรกิจอย่างลึกซึ้ง นายธนินท์ย้ำว่า ธุรกิจต้องไม่เพียงติดตามเทคโนโลยี แต่ต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์จริงในการยกระดับการผลิต การบริหารจัดการ และการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสังคม โดยเครือซีพีให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างงาน และยกระดับรายได้ของเกษตรกร

ประการสุดท้าย ท่านประธานอาวุโสยืนยันอย่างหนักแน่นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่ออนาคตของจีน โดยระบุชัดว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์จะเดินหน้าขยายการลงทุนในจีนต่อไป พร้อมร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาสมัยใหม่ของจีน และสร้างความร่วมมือที่ก่อประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

เวทีที่สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจโลกในยุคใหม่

การประชุมโต๊ะกลมครั้งนี้มุ่งหารือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โอกาสของเศรษฐกิจจีนในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่ 15, การใช้ AI เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม และบทบาทของนักธุรกิจจีนโพ้นทะเลในการส่งเสริมความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างประเทศ

ผู้ร่วมเวทีหลายคนได้สะท้อนมุมมองที่น่าสนใจในทิศทางเดียวกัน ศาสตราจารย์หลิน อี้ฝู ชี้ว่า เศรษฐกิจจีนมีส่วนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในสัดส่วนราว 30% มาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็น “ความแน่นอนที่สำคัญที่สุดในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวน” ขณะที่เหอ เชาฉยง ระบุว่าแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ได้เปิดพื้นที่โอกาสใหม่ในหลายสาขา ทั้งอวกาศ พลังงาน การเงิน เกษตร และการท่องเที่ยว ส่วนจาง อิน จากอุตสาหกรรมกระดาษแสดงตัวเลขชัดเจนว่าการนำ AI มาวางแผนการผลิตช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 72%

นอกจากนี้เสียงส่วนใหญ่ของผู้ร่วมเวทีโต๊ะกลมต่างเห็นว่า นักธุรกิจโพ้นทะเลไม่ใช่เพียงผู้แสวงหากำไร แต่เป็นสะพานเชื่อมโลก และพลังสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือ สร้างความไว้วางใจ และผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

สะท้อนความภาคภูมิใจของเครือซีพี

การที่ท่านประธานาอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ได้รับเกียรติกล่าวถ้อยแถลงเป็นคนแรกบนเวทีสำคัญของฟอรัมเอเชียโป๋อ๋าว 2026 ในวาระครบรอบ 25 ปีของเวทีระดับเอเชียแห่งนี้ ไม่เพียงตอกย้ำบทบาทส่วนบุคคลของท่านในฐานะผู้นำธุรกิจระดับโลก หากยังสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ วิสัยทัศน์ และการยอมรับที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับบนเวทีนานาชาติอย่างชัดเจน

ที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/SlOhXIQSViApdzSk4OMbcg