“ซีพี ออลล์” ติดอันดับบริษัทชั้นนำด้านองค์กรความยั่งยืน (DJSI) World Index ประจำปี 2020 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3


บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารออลล์ ออนไลน์ และเซเว่น อีเลฟเว่น ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices) หรือ DJSI จากการประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ประจำปี 2020 โดย S&P Dow Jones Indices และ RobecoSAM ในกลุ่มอุตสาหกรรม Food & Staples Retailing ทั้งในกลุ่ม World Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2018-2020) และ Emerging Markets Index ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 (2017-2020)

คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน “เป็นองค์กรที่อำนวยความสะดวกให้ชุมชน สังคม มีความกินดี อยู่ดี มีความสุข” เพื่อความยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทั้งมิติ ด้านธรรมาภิบาล สังคม และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศ บนพื้นฐานการกำกับดูแลที่ดีมีความรับผิดชอบต่อสังคมตามปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน”


ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับเยาวชนผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ (PAT) และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) รวมถึงศูนย์การเรียนรู้ปัญญาภิวัฒน์อีกกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ กว่า 54,000 ทุน เป็นเงินรวมกว่า 5,100 ล้านบาทและยังได้ขับเคลื่อนโครงการ 7 GO Green ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อ ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการ “รักษ์อันดามัน ร่วมใจลดใช้ถุงพลาสติก”, “คิดถุ๊ง คิดถุง ผ่านการสร้างเครือข่ายเยาวชนไทย ลดใช้ถุงพลาสติก”, “ปฏิเสธถุง…ได้บุญ”, “7 Go Green Recycled Plastic Road” และ “ลดวันละถุง…คุณทำได้” โดยโครงการ “ลดวันละถุง คุณทำได้” สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกและเปลี่ยนเป็นยอดสมทบทุนรวมกว่า 211 ล้านบาท มอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลในชุมชน และโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร กว่า 160 โรงพยาบาลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ปัจจุบันทั้งเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง ได้เป็นช่องทางจัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 รายการ จาก SME และเกษตรกรกว่า 50,000 ครอบครัว และมีการเพิ่มสัดส่วนสินค้าเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่อง และในห้วงเวลาวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทำให้คนไทยจำนวนมากตกงาน ซีพี ออลล์ และบริษัทในกลุ่มจ้างงานเพิ่มตั้งแต่มกราคมถึงตุลาคม 2563 ไปแล้ว 50,534 อัตราทั่วประเทศ

“ความยั่งยืนของซีพี ออลล์ เกิดขึ้นจากความใส่ใจ และให้ความสำคัญต่อทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และมีความโปร่งใส เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และเพราะทุกคนในสังคมเปรียบเสมือนคนในครอบครัว เราจึงมุ่งแบ่งปันโอกาสและรอยยิ้มแก่ชุมชน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็ง นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์และบริการของเราที่ส่งถึงมือลูกค้ายังมาจากความรับผิดชอบ ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทำธุรกิจด้วย” นายก่อศักดิ์กล่าว


โดยในปีนี้ ซีพี ออลล์ มีคะแนนที่สะท้อนถึงผลดำเนินการที่โดดเด่น เพิ่มขึ้นในหลายหมวด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการดำเนินการเรื่องการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาพัฒนาศักยภาพของ SME ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้บริษัทและคู่ค้าสามารถเติบโตร่วมกันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน