CPF ชูนวัตกรรมเสริมประสิทธิภาพ ‘หลักสวัสดิภาพสัตว์’ ต้นแบบผลิตอาหารปลอดภัย

CPF พัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีทันสมัย เสริมประสิทธิภาพการเลี้ยงสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล (Animal Welfare) ติดตามสถานการณ์แบบ Real-Time สร้างหลักประกันเนื้อสัตว์คุณภาพดีและปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน
น.สพ.พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการ ด้านมาตรฐานอาหารสากลและความยั่งยืน ในฐานะประธานคณะกรรมการสวัสดิภาพสัตว์ ซีพีเอฟ กล่าวว่า CPF ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร และกุ้ง
รวมทั้ง การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการเลี้ยงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์สากล หรือ หลักอิสระ 5 ประการ (Five Freedoms) ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สนับสนุนให้สัตว์อยู่ด้วยความสะดวกสบาย ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและแสดงออกทางพฤติกรรมของสัตว์ได้อย่างอิสระ สัตว์สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย ส่งผลให้ไม่มีการใช้สารฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต และไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษา ควบคู่กับระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการการป้องกันโรคในฟาร์ม ตามแนวทางการผลิตอาหารปลอดภัย
ในปี 2563 ซีพีเอฟ เป็นรายแรกของไทยที่นำระบบ Birdoo Smart Eyes มาใช้ในฟาร์มไก่เนื้อ เป็นระบบสังเกตการณ์ทางไกลแบบอัตโนมัติ ติดตามสวัสดิภาพสัตว์ แบบ Real-Time เพื่อช่วยสังเกตข้อมูลน้ำหนักไก่ การกินน้ำ และอาหาร แสดงผลผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ นำมาวิเคราะห์และพยากรณ์ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการนำนวัตกรรมระบบ Smart Farm โดยติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์และระบบอัตโนมัติ ในการเก็บข้อมูล ช่วยการประมวลผลข้อมูลในฟาร์มมีแม่นยำ เพื่อการจัดการฟาร์มให้ไก่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเหมาะสมตลอดช่วงการเลี้ยง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
CPF ยังพัฒนานวัตกรรมด้านสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของสัตว์ในทุกสภาวะ อาทิ ธุรกิจไก่ไข่ นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage Free) ประยุกต์ใช้กับการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระ (Free Range) เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จ.ฉะเชิงเทรา ผลิตไข่ไก่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์ (Organic Livestock) จากกรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ ยังถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรงให้กับกิจการในมาเลเซียและลาว เพื่อนำไปส่งเสริมให้กับเกษตรกรในประเทศ
“CPF ตระหนักดีว่าการเลี้ยงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ส่งเสริมให้สัตว์มีสุขภาพดี นำไปสู่คุณภาพและปลอดภัยของอาหาร ซึ่งปัจจุบัน สัตว์ในฟาร์มของ CPF 100% ได้รับการเลี้ยงดูตามหลักอิสระ 5 ประการ ภายใต้การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างรับผิดชอบและสมเหตุผล เป็นหลักประกันคุณภาพอาหารปลอดภัยให้กับผู้บริโภค” น.สพ.พยุงศักดิ์ กล่าว
ด้าน น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านบริการวิชาการสุกร CPF กล่าวว่า บริษัทฯ ใช้หลัก 3T (No Testicles , No Teeth Clipping and No Tail Docking) เพื่อ ลด ละ เลิก การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสุกรในรูปแบบของการตอนเพศผู้ การตัด/กรอฟัน และการตัดหาง และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ 3Ts-Alliance ซึ่งตั้งโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) เพื่อร่วมยุติขั้นตอนที่สร้างความเจ็บปวดต่อลูกสุกร พร้อมกันนี้ CPF ยังเดินหน้าปรับเปลี่ยนสุกรแม่พันธุ์อุ้มท้องเป็นระบบคอกขังรวมให้ครบ 100 % สำหรับกิจการในไทย ในปี 2568 และกิจการในต่างประเทศจะบรรลุเป้าหมายในปี 2571
CPF ได้พัฒนานวัตกรรมการละลายพฤติกรรมในลูกสุกรหลังหย่านมให้มาอยู่รวมกันเป็นฝูง โดยใช้สารสกัดสมุนไพรรูปแบบผง และน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีกลิ่นเดียวกันพ่นบนตัวสุกรได้อย่างปลอดภัย ช่วยลดพฤติกรรมการต่อสู้กันตามธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนารูปแบบการเคลื่อนย้ายสุกรสำหรับการขนส่ง ด้วยระบบทางเดิน Walkway ภายในฟาร์ม และพัฒนาระบบสะพานเลื่อนอัตโนมัติที่ใช้ในการขนส่งสุกร ลดการบาดเจ็บของสุกร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
จากความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาใช้ ควบคู่กับการเลี้ยงตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ส่งผลให้ CPF ได้รับการปรับเลื่อนชั้นขึ้นสู่ Tier 3 จาก Tier 4 จากรายงานเกณฑ์มาตรฐานทางธุรกิจตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ปี 2020 (The Business Benchmark on Farm Animal Welfare Report : BBFAW) โดยมีคะแนนที่โดดเด่นในด้าน Innovation and Leadership จากการลงทุนวิจัยและพัฒนาด้านอาหารสัตว์และการเลี้ยงสัตว์ พัฒนาฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (เคจฟรี) และเป็นรายแรกของประเทศที่ได้รับรองมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่แบบไม่ใช้กรงของกรมปศุสัตว์ และหัวข้อ Performance Reporting ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลและมีการวัดผลการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์อย่างเป็นระบบ
Cr.PR CPF