กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดสถิติธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง คาดมูลค่า ปี 67 แตะ 7 แสนล้าน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประเมิน ปี 2567 มูลค่าตลาดธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยจะแตะ 7 แสนล้านบาท จากแรงซื้อคนไทย เผย 6 ปีที่ผ่านมา ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการดำเนินกิจการอยู่ 7,393 ราย

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลง และการตอบรับเทคโนโลยีมากขึ้น จากข้อมูล Digital 2024 : Thailand พบว่า ปัจจุบันคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ต 63.21 ล้านคน (88%) ใช้งานเฉลี่ย 7 ชั่วโมง 58 นาทีต่อวัน โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้งานมากที่สุด คือ Facebook, LINE และ TikTok ตามลำดับ เพื่อติดต่อครอบครัวและเพื่อน ติดตามข่าวสาร และซื้อสินค้าออนไลน์ โดยคนไทยใช้แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซซื้อสินค้าและบริการสูงถึง 66.90%

ทั้งนี้ ปี 2566 ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยมีมูลค่าตลาด 6.34 แสนล้านบาท และคาดว่า ปี 2567 จะมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6.94 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 6% และ ปี 2568 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 7.50 แสนล้านบาท ทว่าหากเปรียบเทียบจำนวนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,393 ราย กับผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซทั้งตลาดยังถือว่ามีจำนวนที่น้อยมาก โดยคาดว่าผู้ประกอบการทั้งตลาดจะมีมากกว่า 1 แสนราย

ด้านสถิติธุรกิจ พบว่า จำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

  • ปี 2561 จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ 310 ราย ทุนจดทะเบียน 545.00 ล้านบาท
  • ปี 2562 จัดตั้ง 576 ราย (เพิ่มขึ้น 85.81%) ทุน 772.05 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 41.66%)
  • ปี 2563 จัดตั้ง 798 ราย (เพิ่มขึ้น 38.55%) ทุน 1,177.25 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 52.49%)
  • ปี 2564 จัดตั้ง 1,404 ราย (เพิ่มขึ้น 75.94%) ทุน 1,800.41 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 52.94%)
  • ปี 2565 จัดตั้ง 1,459 ราย (เพิ่มขึ้น 3.92%) ทุน 1,922.56 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.79%)
  • ปี 2566 จัดตั้ง 1,713 ราย (เพิ่มขึ้น 17.41%) ทุน 2,270.84 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18.12%)

ปัจจุบันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ดำเนินกิจการอยู่จำนวนทั้งสิ้น 7,393 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 43,704.22 ล้านบาท ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร 2,626 ราย (สัดส่วน 35.52%)
  • นนทบุรี 534 ราย (สัดส่วน 7.22%)
  • สมุทรปราการ 386 ราย (สัดส่วน 5.22%)
  • ปทุมธานี 386 ราย (สัดส่วน 5.22%)
  • เชียงใหม่ 319 ราย (สัดส่วน 4.31 %)

ในด้านขนาดธุรกิจแบ่งเป็น

  • ธุรกิจขนาดเล็ก (S) 7,279 ราย (98.46%) ทุน 13,497.14 ล้านบาท (30.88%)
  • ธุรกิจขนาดกลาง (M) 86 ราย (1.16%) ทุน 1,875.05 ล้านบาท (4.29%)
  • ธุรกิจขนาดใหญ่ (L) 28 ราย (0.38%) ทุน 28,332.03 ล้านบาท (64.83%)

ขณะที่ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

  • ปี 2563 จำนวน 22,835.80 ล้านบาท
  • ปี 2564 จำนวน 29,247.12 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 28.08%)
  • ปี 2565 จำนวน 23,422.21 ล้านบาท (ลดลง 19.92%)

ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่

  • ปี 2563 จำนวน 94,492.48 ล้านบาท
  • ปี 2564 จำนวน 113,880.44 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 20.52%)
  • ปี 2565 จำนวน 152,432.90 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 33.86%)

ทั้งนี้เมื่อธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องได้รับประโยชน์และมีอัตราการเติบโตตาม ได้แก่ 1) ธุรกิจขนส่ง (Logistics) 2) ธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) 3) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ (Package) 4) ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ (Digital Ads)

ที่มา  กองข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า