กกพ. ขึ้นค่า Ft อีก 23.38 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลค่าไฟพุ่งแตะ 4 บาทต่อหน่วย สูงสุดเป็นประวัติการณ์

คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. มีมติให้ปรับเพิ่มค่า Ft สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 โดยให้เรียกเก็บที่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บกับประชาชนเพิ่มเป็น 4.00 บาทต่อหน่วย จากเดิมเรียกเก็บที่ 3.76 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้น 5.82% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่า Ft มาจากผลกระทบสงครามรัสเซียและยูเครน จนเกิดวิกฤตราคาพลังงานโลกสูงขึ้นมาก ประกอบกับสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ (NLG) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน​ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ารอบใหม่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น​ 5.21% และจากราคาพลังงานที่สูงจะทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นไปถึงต้นปี 2566

“ผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลต่อวิกฤตราคาพลังงานโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ กกพ. ต้องปรับสมมติฐานการประมาณการค่า Ft ใหม่ให้สะท้อนราคาเชื้อเพลิงในสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติ (NLG) ในอ่าวไทยลดลงในช่วงปลายสัมปทาน”

ทั้งนี้หากประมาณการค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามต้นทุน จะส่งผลให้ประมาณการค่า Ft ในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2565 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 129.91 สตางค์ต่อหน่วย และหากพิจารณาภายใต้หลักการการปรับขึ้นแบบขั้นบันได อาจทำให้ต้องขึ้นค่า Ft งวดละ 47.3 สตางค์ต่อหน่วย แต่ด้วยมาตรการการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงให้ต่ำที่สุดด้วยการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว การรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนเพิ่มเติม การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา มาตรการการบริหารการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา

ประกอบกับมาตรการการนำ ‘Energy Pool Price’ มาใช้ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรม ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าอยู่ในราคาที่เหมาะสม รวมทั้งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ช่วยรับค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง 3.89​ หมื่นล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดไว้ก่อน ซึ่งในอนาคตเมื่อต้นทุนเชื้อเพลิงถูกลงจะทยอยคืนค่า Ft ให้ กฟผ. ต่อไป สามารถทำให้ค่า Ft ลดลง เป็นผลให้ปรับขึ้นค่า Ft งวดนี้เพียง 23.38 สตางค์ต่อหน่วย

สำหรับแนวโน้มช่วงต้นปี 2566 งวดเดือนมกราคม-เมษายน 2566​ ค่า Ft อาจเพิ่มขึ้น 110.82 สตางค์หน่วย อยู่ที่ 1.10  บาทต่อหน่วย แต่หากราคาพลังงานลดลงหลังจากนี้จะทำให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าลดลง ส่งผลให้ค่าไฟแบบขั้นบันไดที่ประมาณการออกมามีโอกาสลดลงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หาก NLG ยังมีราคาเหนือระดับ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู​ คาดว่าค่าไฟจะยืนเหนือระดับ 4 บาทต่อหน่วยต่อไป เพราะการผลิตไฟฟ้าของไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลว่าจะสนับสนุนเชื้อเพลิงประเภทใด

ที่มา THE STANDARD