เครือซีพี–มหาวิทยาลัยชิงหัว เดินหน้าสร้างความร่วมมือระยะยาว ต่อยอด Ph.D. Internship สู่แพลตฟอร์มเปลี่ยนงานวิจัย สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจระดับโลก

กรุงเทพฯ – เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University) หลังการดำเนินโครงการ Tsinghua University × CP Group Ph.D. Internship Program 2026 ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปริญญาเอก 11 คน เข้ามาร่วมทำงานและดำเนินโครงการวิจัยกับหน่วยธุรกิจของเครือซีพีเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน–8 สิงหาคม 2569 โดยนักศึกษาได้นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัย มาประยุกต์ใช้กับโจทย์ธุรกิจจริง ก่อนนำเสนอผลการศึกษาต่อผู้บริหารระดับสูงของเครือซีพีและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยชิงหัว

กิจกรรมการนำเสนอผลงานจัดขึ้นโดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และหน่วยธุรกิจที่นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของเครือฯร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับ คำปรึกษาและการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหาร เพื่อนำมุมมองจากภาคธุรกิจไปประกอบการพัฒนางานวิจัยและแนวคิดให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ได้ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อผลงานของนักศึกษา

ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ นักศึกษาทั้ง 11 คน ได้ร่วมดำเนินโครงการวิจัยจำนวน 9 โครงการกับ 4 หน่วยธุรกิจของเครือซีพี ได้แก่ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CP AXTRA) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด (ASCEND MONEY) และบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TRUE IDC) โดยหัวข้อการวิจัยครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในอนาคต อาทิ AI Agent, Large Language Models (LLMs), Retail Smart Supply Chain Optimization, AI for Food Safety, Functional Ingredients & Food as Medicine, Biotechnology, AI สำหรับตรวจจับธุรกรรมทุจริต และ Quantum Intelligence

หนึ่งในผลงานที่ได้รับความสนใจ คือโครงการของ นาย ต่ง ปิงเฉิน นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเข้าร่วมฝึกงานกับบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด (ASCEND MONEY) ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้โครงข่ายประสาทเทียมเชิงกราฟเพื่อการตรวจจับการฉ้อโกงในเครือข่ายธุรกรรม” โดยมุ่งศึกษาการประยุกต์ใช้ Machine Learning และการสร้างแบบจำลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับรูปแบบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงและปัญหาบัญชีม้า เพื่อยกระดับความปลอดภัยของธุรกรรมภายในระบบนิเวศดิจิทัล

นายต่ง ปิงเฉิน กล่าวว่า การทำงานร่วมกับ ASCEND MONEY ทำให้ได้เห็นการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับโจทย์จริงของภาคธุรกิจ และได้เรียนรู้รูปแบบการทำงานที่เชื่อมโยงระหว่างภาควิชาการกับภาคอุตสาหกรรม

“การฝึกงานครั้งนี้ทำให้ได้ขยายเครือข่ายความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีโอกาสเรียนรู้การทำงานด้านวิศวกรรมผ่านโจทย์ที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง ได้สัมผัสการทำงานร่วมกันระหว่างภาควิชาการกับภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด ซึ่งขอขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมผ่านการผนึกกำลังกับภาควิชาการ รวมถึงขอบคุณผู้บริหารและคณาจารย์สำหรับคำแนะนำและการสนับสนุนตลอดการฝึกงานและการใช้ชีวิตในประเทศไทย และหวังว่าจะได้เห็นความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์และมหาวิทยาลัยชิงหัวเพิ่มมากขึ้นในอนาคต” นายต่ง ปิงเฉิน กล่าว

อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้กับโจทย์ของภาคธุรกิจ คือผลงานของ นางสาวจี้ ตงฮุย นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชิงหัว ซึ่งเข้าร่วมฝึกงานกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) โดยศึกษาวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับ ส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่ออาหารพร้อมรับประทาน และการประยุกต์ใช้สมุนไพรเป็นส่วนผสมสำคัญ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ ตอบโจทย์แนวคิด “อาหารเป็นยา” และเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการรับมือกับปัญหาสุขภาพของผู้บริโภค

นางสาวจี้ ตงฮุย กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการคือโอกาสในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ และได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจากสถานที่จริง ซึ่งทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“ขอขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ที่ให้โอกาสนำงานศึกษาวิจัยทางวิชาการมาเรียนรู้และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจได้จริง ตลอดเวลาการฝึกงาน มีโอกาสได้ไปดูหน้างานและเรียนรู้จากการทำงานจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามาก และช่วยให้เข้าใจว่าความรู้จากงานวิจัยสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจได้อย่างไร ” นางสาวจี้ ตงฮุย กล่าว

ประสบการณ์จากโครงการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมโยง “องค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยกับโจทย์จริงของภาคธุรกิจ” โดยนักศึกษาได้นำความเชี่ยวชาญจากงานวิจัยระดับปริญญาเอกมาทดลองประยุกต์ใช้ ขณะที่ธุรกิจของเครือซีพีเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาเรียนรู้จากข้อมูล กระบวนการทำงาน และความท้าทายที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองระหว่างภาควิชาการกับภาคธุรกิจในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม

เครือซีพีและมหาวิทยาลัยชิงหัว มีเป้าหมายร่วมกันในการนำผลการศึกษาและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากโครงการไปต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมนำรูปแบบและบทเรียนจากความร่วมมือครั้งนี้ไปขยายผลสู่ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และนักวิจัยเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจ ประเทศไทย และสังคมโลกในระยะยาว