
ซีพีอาสา ร่วมกับจังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าพัฒนา “ห้องเรียนป่าชุมชน” ผ่านหลักสูตร “ศรีนครน่านรักษ์ป่า รักษาวัฒนธรรม นำสู่การประกอบอาชีพที่ยั่งยืน” ณ โรงเรียนศรีนครน่าน อ.ภูเพียง จ.น่าน เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้รู้จัก เข้าใจ และเห็นคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้ในชุมชน ควบคู่การสร้างทักษะชีวิตและการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง
น้องวันใหม่ ผการัตน์ อภัยรุณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนศรีนครน่าน จ.น่าน ในฐานะตัวแทนเยาวชน ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเรียนรู้ใน “หลักสูตรศรีนครน่านรักษ์ป่า รักษาวัฒนธรรม นำสู่การประกอบอาชีพที่ยั่งยืน” ภายใต้ห้องเรียนป่าชุมชน ด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ โดยหลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริม แต่ถูกบรรจุอยู่ในแผนการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ภายใต้ความร่วมมือของซีพีอาสาที่เข้ามาร่วมพัฒนาหลักสูตรกับสถานศึกษา
จากการเรียนรู้ในห้องเรียน สู่การลงมือปฏิบัติจริง หลักสูตรเริ่มต้นด้วยพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ “ป่า” ทั้งความสำคัญ การใช้ประโยชน์ และแนวทางการดูแลรักษา ก่อนพาเยาวชนก้าวออกนอกห้องเรียนไปสัมผัสประสบการณ์จริงในพื้นที่ชุมชน
หนึ่งในกิจกรรมที่สร้างความประทับใจคือ “การปลูกหญ้าแฝก” เพื่อช่วยยึดหน้าดินและป้องกันการพังทลายของดิน เยาวชนต้องเดินขึ้นพื้นที่ลาดชัน แบกอุปกรณ์และต้นกล้าด้วยตนเอง ทุกขั้นตอนคือการเรียนรู้ที่เกิดจากการลงมือทำจริง “ยากค่ะ แต่ก็สนุกและท้าทาย” เธอเล่าพร้อมรอยยิ้ม
นอกจากนั้น ยังได้เรียนรู้เรื่องการทำแนวกันไฟ การรับมือสถานการณ์ไฟป่า และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้เยาวชนตระหนักว่าปัญหาหมอกควันและไฟป่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนในชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการดูแลและป้องกัน
ความพิเศษของหลักสูตรนี้ คือการผสาน “ทักษะชีวิต” เข้ากับ “ทักษะการสื่อสาร” เยาวชนได้เรียนรู้การผลิตสื่อ เช่น การถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอ เพื่อบันทึกเรื่องราวและถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้ผู้อื่นเข้าใจมากขึ้น “มันสนุกมากค่ะ และเป็นสิ่งที่ในห้องเรียนปกติไม่ได้ทำ”
นอกจากมิติด้านสิ่งแวดล้อม หลักสูตรยังต่อยอดสู่การสร้างอาชีพจากทรัพยากรในชุมชน เยาวชนได้ทดลองแปรรูปผลผลิตและวัสดุจากธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของใช้ หรือผลิตภัณฑ์จากถ่านและวัสดุธรรมชาติ สะท้อนให้เห็นว่าป่าไม่เพียงเป็นแหล่งทรัพยากร แต่ยังเป็นฐานของเศรษฐกิจชุมชน
สำหรับเยาวชนที่เติบโตมากับครอบครัวเกษตรกร การได้เรียนรู้เชิงลึกเช่นนี้ยิ่งทำให้เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง “ป่า–ชุมชน–อาชีพ” มากยิ่งขึ้น เธอได้นำความรู้กลับไปเล่าให้ครอบครัวฟัง และยังได้เห็นคนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ สร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างโรงเรียนและชุมชนอย่างแท้จริง
“หนูคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ที่เราจะบอกต่อให้คนอื่นรู้” เธอกล่าวถึงบทบาทของตนเองในฐานะเยาวชนที่ได้รับโอกาส พร้อมตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันไฟป่า มลพิษทางอากาศ และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้กับคนรอบตัว
ในมุมมองของเธอ ป่าไม่ใช่เพียงพื้นที่ธรรมชาติ แต่คือแหล่งเรียนรู้ แหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตโดยที่หลายคนอาจไม่เคยตระหนัก
ท้ายที่สุด เธอฝากคำขอบคุณถึงซีพีอาสา ผู้ริเริ่มและพัฒนาหลักสูตรนี้ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนในโรงเรียนเล็ก ๆ ได้เรียนรู้โลกที่กว้างขึ้น “ขอบคุณที่ทำให้พวกเราได้เรียนรู้ทั้งเรื่องป่า ชุมชน และการใช้ชีวิตจริง”
หลักสูตรห้องเรียนป่าชุมชนจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้ในตำรา แต่คือการปลูกเมล็ดพันธุ์ของความเข้าใจ ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในใจของเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการดูแลผืนป่าและชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป.


