เครือซีพี ร่วมยินดีกับความสำเร็จ 2 ชุมชนเครือข่ายอนุรักษ์ทะเลไทย หลังคว้ารางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 2 สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2566

ลุยภารกิจอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลเชิงบูรณาการ ต่อยอดนวัตกรรม ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมงสู่การพัฒนาอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน

ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง กรุงเทพฯ – 21 กันยายน 2566  : เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้บริหารสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณอรดา วงศ์อำไพวิทย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืนภาคกิจกรรมสัมพันธ์และการศึกษา สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย ทีมชุมชนสัมพันธ์ สำนักบริหารความยั่งยืนและธรรมาภิบาล เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมแสดงความยินดีแก่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมงพื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช โดย คุณกระจาย ชวาสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมง พื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช ได้รับรางวัลชนะเลิศ สถาบันเกษตรกรดีเด่น สาขากลุ่มเกษตรกรทำประมง หรือ กลุ่มเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ กลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านหนองบัว . จันทบุรีโดย คุณวันทนา สุวรรณ์มณีย์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว จ.จันทบุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สถาบันเกษตรกรดีเด่นฯ ในงานวันครบรอบวันสถาปนากรมประมง ปีที่ 97 ประจำปี 2566 โดยมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานฯ และร่วมพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำออนไลน์ พร้อมมอบโล่รางวัลแก่เกษตรดีเด่น ข้าราชการดีเด่น โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมประมง และบุคลากรกรมประมง ร่วมงาน


ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานครบรอบวันสถาปนากรมประมงปีที่ 97 ซึ่งในโอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และชาวประมงที่ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นในแต่ละสาขาที่ได้รับโล่รางวัลในวันนี้ โดยภาคการประมง นับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจไทย ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ตลอดจนการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประชากรของประเทศ และประชากรโลก ดังนั้น จึงมีการมุ่งเน้นในเรื่องอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำในธรรมชาติ เช่น การดำเนินตามแผนการบริหารจัดการการประมงทะเล แผนปฏิบัติการด้านการประมงน้ำจืด รวมทั้งการใช้มาตรการและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการบริหารจัดการระบบที่เกี่ยวข้องเช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การจัดตั้งธนาคารสัตว์น้ำ รวมถึงการส่งเสริมและการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง และการลดต้นทุน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส  ยังกล่าวถึงความสำคัญของภาคประชาชน และภาคเอกชนที่ต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกันเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายให้พี่น้องชาวประมงสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง และพึ่งพาตัวเองได้อย่างเข็มแข็งและยั่งยืน

 

คุณอรดา วงศ์อำไพวิทย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาความยั่งยืนภาคกิจกรรมสัมพันธ์และการศึกษา สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ ขอแสดงความยินดีกับชุมชนประมงเครือข่ายทั้ง 2 พื้นที่ ทั้ง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมงพื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช และ กลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านหนองบัว จ. จันทบุรี ที่ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นในครั้งนี้

เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนประมงชายฝั่งอย่างยั่งยืน ตามกรอบการทำงานอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลเชิงบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเริ่มส่งเสริมงานอนุรักษ์ในพื้นที่ชุมชนประมงพื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ปี 2563 และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้กับการขายผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูป รวมถึงการสนับสนุนและออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลภายใต้แบรนด์ ความสุขชาวเล รวมทั้งเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกับกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านหนองบัว จ.จันทบุรี ในการดำเนินงานฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำใน “โครงการธนาคารปูบ้านหนองบัว รวมถึงสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาเสริมระบบการติดตั้งธนาคารสัตว์น้ำ ภายใต้ระบบถังน้ำหมุนเวียน ขยายผลไปยังธนาคารสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ เพื่อสร้างแหล่งอาหาร สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน คุณกระจาย ชวาสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมง พื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนชาวบ้านในชุมชนที่มีความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล นำไปสู่การรวมกลุ่มชาวบ้านจนเกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ กรมประมง และเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เข้ามาช่วยส่งเสริมด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูประมงชายฝั่ง รวมถึงองค์ความรู้ในการทำแผนธุรกิจ และการพัฒนาอาหารทะเลแปรรูปภายใต้แบรนด์ ความสุขชาวเล การทำตลาดผ่านสื่อดิจิทัลที่เหมาะสมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ นำไปสู่การจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรประมงพื้นบ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่สำเร็จ จึงขอขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานกับชุมชน รวมถึงการส่งเสริมด้านนวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถทำการประมง โดยมีปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น จนสามารถนำมาต่อยอดเป็นอาหารทะเลแปรรูป ทำให้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

คุณวันทนา สุวรรณ์มณีย์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบัว จ.จันทบุรี กล่าวว่า กว่าจะประสบความสำเร็จในวันนี้ ต้องก้าวผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นมากมายกับชุมชน นั่นคือ ปัญหาทรัพยากรปูม้า ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนมีปริมาณลดน้อยลง ในขณะเดียวกัน ทีมชุมชนสัมพันธ์ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ลงพื้นที่สอบถามความต้องการของชาวบ้าน และ ร่วมส่งเสริมโดยนำองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับดำเนินโครงการให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการนำนวัตกรรมมาต่อยอดรูปแบบธนาคารปู เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะฟักลูกปู และยังช่วยให้ประหยัดต้นทุน ประหยัดพื้นที่ นำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกับชุมชน เช่น ธนาคารปู วางซั้งบ้านปลา เป็นต้น โดยทางเครือฯ ได้เข้ามาร่วมทำงานกับชุมชน ส่งเสริมกิจกรรมการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ผ่านการวิจัยและพัฒนาร่วมถอดบทเรียน เกิดเป็นแนวคิดในการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ที่มีความต่อเนื่องอีกด้วย

ทั้งนี้ รางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จในการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเชิงบูรณาการและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่ยั่งยืน โดย เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นความสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1) ขับเคลื่อนตัวชี้วัดและมาตรฐาน 2) การผลักดันนโยบาย 3) การพัฒนาชุนชน 4) การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และ 5) นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ภายใต้แนวคิด “SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน